ระทึก อาคารพาณิชย์กำลังก่อสร้างกลางกรุงถล่ม เดชะบุญคนงาน บาดเจ็บแค่ 3 คนไม่มีผู้เสียชีวิต ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบการก่อสร้างผิดแบบ แต่มีปัญหาการโหลดปูนเทพื้นชั้นดาดฟ้าลงไปจุดเดียว ไม่ได้เกลี่ยเพื่อกระจายน้ำหนัก ทำให้รับน้ำหนักไม่ไหวพังลงมา ผบช.น.เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง ยันไม่มีคนงานติดค้างอยู่ใต้ซาก ตรวจนับอย่างละเอียดแบบเรียงคนแล้วอยู่ครบ เสนอสั่งปิดโครงการตรวจสอบโครงสร้างเพื่อความปลอดภัยก่อนให้ดำเนินการก่อสร้างต่อ สอบเครียดวิศวกรหาคนรับผิดชอบดำเนินคดีอาคารพาณิชย์โครงการหรูกลางเมืองกำลังก่อสร้าง ถล่มลงมาทับคนงานบาดเจ็บหลายรายครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ร.ต.อ.ธนวัฒน์ วิภาโตทัย รอง สว. (สอบสวน) สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุอาคารกำลังก่อสร้างถล่มทับคนงานบาดเจ็บ เหตุเกิดที่อาคารระหว่างการก่อสร้างไม่มีชื่อ ซอยวัดอุทัยธาราม ถนนกำแพงเพชร 7 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. รายงานผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พ.ต.อ.จรินทร์ ลำลึก ผกก.สน.มักกะสัน เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางกะปิ) อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างที่เกิดเหตุเป็นไซต์งานก่อสร้างอาคารพาณิชย์กว่า 10 หลัง หันหน้าชนกันมีถนนอยู่ตรงกลาง ส่วนใหญ่ขึ้นโครงสร้างและเทพื้นปูนหมด บริเวณอาคารหลังที่ 5 สูง 4 ชั้น (รวมชั้นใต้ดิน) จำนวน 3 คูหา พบพื้นและคานปูนบริเวณชั้น 3 และ 4 ถล่มลงมากองอยู่ที่ชั้น 2 เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากปรักหักพัง ก่อนช่วยเหลือคนงานชาวเมียนมาที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 คน เป็นผู้ชาย 1 คนและผู้หญิง 2 คนออกมาได้ ตรวจสอบมีบาดแผลแตกที่ศีรษะและแผลถลอกตามร่างกาย นอกจากนี้ยังมีคนงานชาวเมียนมาผู้หญิงอีก 2 คน เป็นลมเนื่องจากตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพชรเวชทั้งหมดสอบสวนผู้ควบคุมคนงานทราบว่า อาคารเกิดเหตุสร้างเป็นอาคารที่พักอาศัยและออฟฟิศชื่อหมู่บ้านบิลเลี่ยน คลับ วิลล่า เป็นโครงการของบริษัทเจ อาร์ วาย เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด มีนายธีระชัย บุตรแก้ว เป็นวิศวกรออกแบบ คำนวณโครงสร้างและควบคุมงานก่อสร้าง นายเฉลิมศักดิ์ เปรมาสวัสดิ์ เป็นสถาปนิกออกแบบและควบคุมงาน ระยะเวลาการก่อสร้าง 365 วัน ระหว่างวันที่ 8 ก.ค.65 ถึงวันที่ 7 ก.ค.66 ก่อสร้างกว่า 10 อาคาร มีคนงานก่อสร้างทั้งหมด 130 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาวเมียนมา ก่อนเกิดเหตุมีเสียงคนงานตะโกนเตือนกันว่า อาคารจะถล่ม คนงานจำนวนหนึ่งวิ่งหนีออกมาจากที่เกิดเหตุได้ทัน หลังจากนั้นโครงสร้างอาคารชั้น 4 และชั้น 3 เริ่มถล่มลงมา เบื้องต้นตรวจสอบพบคนงานชายหญิง 125 คน รวมกับที่บาดเจ็บอีก 5 คนอยู่กันครบ ไม่มีผู้สูญหายและเสียชีวิตพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เผยหลังจากเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง และสอบถามข้อมูลผู้เกี่ยวข้องแล้วว่า หลังเกิดเหตุตรวจสอบจำนวนแรงงานที่เข้ามาทำงานในพื้นที่แล้วพบว่า ขณะเกิดเหตุมีคนงานทำงานอยู่ทั้งสิ้น 130 คน เพื่อความแน่ชัดจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เช็กยอดคนงานใหม่อีกครั้ง โดยนำรายชื่อคนงานที่ทำงานในโครงการมาขานชื่อเป็นรายบุคคล พบคนงาน 125 คน และไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก 5 คน ครบตามจำนวน ส่วนวิศวกรผู้ควบคุมงานขณะนี้เชิญตัวไปสอบปากคำที่ สน.มักกะสัน พร้อมเสนอให้สำนักงานเขตมีคำสั่งยุติการก่อสร้างชั่วคราว ปิดพื้นที่เพื่อรอการตรวจสอบความปลอดภัยด้านโครงสร้างก่อนนายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า จากการตรวจสอบแล้วไม่พบสัญญาณชีพติดค้างอยู่ใต้ซากอาคารจึงสั่งให้ยุติการค้นหา ตรวจสอบรายชื่อแรงงานครบตามจำนวน ส่วนจะปิดสถานที่ก่อสร้างเป็นเวลาเท่าไหร่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับสำนักงานเขตห้วยขวาง แต่คาดว่าจะกลับมาก่อสร้างได้ต่อเมื่อตรวจสอบความปลอดภัยตัวโครงสร้างอาคารแล้วเสร็จ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โครงสร้างอาคารถูกต้องสมบูรณ์ตามแบบที่ขออนุญาต เพียงแต่การโหลดปูนขึ้นไปยังบริเวณชั้นดาดฟ้าไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เนื่องจากนำปูนไปไว้ในจุดเดียวไม่ได้กระจายน้ำหนักไปยังจุดอื่น ทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ได้“คาดว่าอาจเกิดจากการเทปูนโรยปูนลงไปเพื่อทำเป็นพื้นชั้นดาดฟ้า แต่เทลงจุดใดจุดหนึ่งทำให้จุดนั้นรับน้ำหนักไม่ได้เกิดการทรุดตัวลงมาตามลำดับชั้น จากชั้นดาดฟ้าลงมายังชั้น 2 ทำให้แผ่นปูนรวมทั้งเสาและคานหักพังลงมา ปกติแล้วการเทปูนต้องรีบกระจายปูนเพื่อกระจายน้ำหนักออกไปให้ทั่วทั้งบริเวณพื้น คาดว่าอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุครั้งนี้” นายธีรยุทธกล่าวด้าน ร.ต.อ.ธนวัฒน์ วิภาโตทัย พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเผยว่า เบื้องต้นจะตรวจสอบหาผู้เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป