ตรุษจีนปี 2566 สุดคึกคัก คนไทยเชื้อสายจีนจัดเต็มเครื่องเซ่นไหว้ตามประเพณี จากนั้นเดินหน้าเข้า วัด ศาลเจ้า ทำบุญกราบขอพร แก้ปีชงตามความเชื่อ พร้อมเสริมดวงชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคล ตกดึกร่วมไหว้รับเทพเจ้าแห่งโชคลาภ “ไฉ่ซิงเอี๊ย” เน้นขอรับทรัพย์ ทำมาค้าขายรุ่งเรือง ขณะที่หลายพื้นที่จัดกิจกรรมดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาล้นหลาม เป็นประจำในเทศกาลตรุษจีน ที่ชาวจีนในไทยและคนไทยเชื้อสายจีน จะตั้งโต๊ะเซ่นไหว้เทพเจ้าต่างๆ และบรรพบุรุษในวันไหว้ ซึ่งปี 2566 ตรงกับวันที่ 21 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดโต๊ะทำพิธีกราบไหว้ในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เป็นไปอย่างคึกคักทั่วประเทศ หลังเงียบเหงามานานจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยที่อนุสาวรีย์ท้าว สุรนารี (คุณย่าโม) ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา คนไทยเชื้อสายจีนทยอยนำเครื่องเซ่นไหว้ อาหารคาวหวาน อาทิ หัวหมู ไก่ต้ม เป็ดต้ม กุ้ง หอย ปูปลา ขนมเทียน ขนมเข่ง และผลไม้ มากราบไหว้สักการะคุณย่าโม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่เคารพนับถือกราบไหว้ รวมทั้งศาลเจ้าพ่อไฟ ศาลหลักเมือง และตามศาลเจ้าในตัวเมืองและตามอำเภอต่างๆ โดยคนที่มายังสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง โดยเฉพาะชุดกี่เพ้าสีแดงสดและสีเหลืองทองจากนั้นช่วงเย็น ที่เดอะมอลล์ โคราช มีการแสดงเชิงศิลปวัฒนธรรมจีนสุดตระการตา อาทิ โชว์ “หงส์คู่มังกร” เป็นตัวแทนของความเป็นคู่กันที่มั่นคง และยั่งยืน ส่วนที่บริเวณลานน้ำตกหน้าห้างฯ มีการแสดง “พญามังกรทองจักรพรรดิ เฮงๆรวยๆ” ตระการตากับการเชิดมังกรสีทอง ความยาว 55 เมตร ประดับด้วยหลอดไฟ LED กว่า 2,023 ดวง แสดงเล่นน้ำตก พ่นน้ำ ขึ้นเสาสูงเกือบเท่าตึก 3 ชั้น และการแสดงสิงโตขานความสุข จากคณะสิงโตมังกรทองลูกหลวงพ่อศรีสวรรค์ ศิษย์หลวงพ่อบุญนำ จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ ชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ออกมาตั้งโต๊ะไหว้เจ้าบริเวณหน้าบ้าน และร้านค้ากันตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้สองข้างทางในพื้นที่เขตเศรษฐกิจเทศบาลนครนครสวรรค์ เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยชาวไทยเชื้อสายจีนแต่งชุดแดงออกมาตั้งโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ ที่มีทั้ง หมู เป็ด ไก่ ผลไม้ สุรา และเครื่องเซ่นอีกหลายชนิด ในขณะที่ตามศาลเจ้า อาทิ ศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่หน้าผา เจ้าพ่อเทพพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม เป็นศาลเจ้าหลักของชาวปากน้ำโพและชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่อื่นๆ ก็เนืองแน่นไปด้วยชาวไทยเชื้อสายจีนใส่เสื้อสีแดงสีสดใส นำของมาเซ่นไหว้ต่อเนื่องสำหรับจังหวัดชายแดนใต้ที่ จ.ปัตตานี ที่มีศาลเจ้าดังที่รู้จักไปทั่วอย่าง ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือศาลเจ้าเล่งจูเกียง ถนนอาเนาะรู ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวไทยเชื้อสายจีนทยอยนำของไหว้สารพัดอย่าง มากราบไหว้พระขอพรในศาลเจ้ากันตั้งแต่เช้า รวมถึงไหว้ขอพรกับ “เฉ่งจุ้ยโจวซือ” หรือที่คนปัตตานีรู้จักกันในนาม “พระหมอ” ที่ประดิษฐานอยู่ ณ โถงกลางของศาลเจ้าเล่งจูเกียงที่มีความเชื่อในการขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังมีการเคาะระฆังและตีกลองในศาลเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองเช่นกัน นอกจากนั้นมีการแห่สิงโตจุดประทัดกันอย่างสนุกสนาน และลูกศิษย์ของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และเทพไฉ่ซิงเอี๊ยหรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ประทับเกี้ยวแห่ไปตามบ้านของคนไทยเชื้อสายจีนที่จัดโต๊ะนำของมาไหว้บริเวณหน้าบ้าน เพื่อให้ผู้คนได้กราบไหว้และขอพรในช่วงเทศกาลตรุษจีนขณะที่บริเวณถนนนวลสกุล ในเขตเทศบาลนครยะลา ชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่นำเครื่องเซ่นไหว้ มาตั้งเรียงไว้บนโต๊ะที่บริเวณหน้าบ้าน พร้อมให้บุคคลในครอบครัวร่วมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดาฟ้าดิน เพื่อขอพร ให้เกิดความสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่จีน รวมทั้งบรรพบุรุษ พ่อแม่ ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตา ขณะที่บรรยากาศที่ศาลเจ้ามูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา (ศูนย์กู้ภัยแม่กอเหนี่ยว) อ.เมืองยะลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลาไหว้รถกู้ชีพกู้ภัยและรถพยาบาลที่จอดเรียงรายภายในมูลนิธิฯ จำนวน 16 คัน และตั้งเครื่องเซ่นไหว้ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน และพร้อมออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชม. เช่นเดียวกับที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ถนนนางงาม เขตเทศบาลนครสงขลา ก็เนืองแน่นไปด้วยชาวไทยเชื้อสายจีนในเมืองสงขลา พาครอบครัวร่วมกันนำเครื่องเซ่นไหว้มากราบไหว้พระและเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว และในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของชาวไทยเชื้อสายจีน มีพิธีจุดธูปเทียนขนาดใหญ่ไหว้พระที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา เพื่อรอรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภ “ไฉ่ซิงเอี๊ย” ที่ชาวจีนเคารพนับถือเพื่อให้เกิดโชคลาภ ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย โดยฤกษ์ที่ดีที่สุดคือระหว่างเวลา 23.00-00.30 น.ส่วนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บรรยากาศในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้คึกคักเมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีนอย่างต่อเนื่อง โดย อ.หาดใหญ่ จัดงานเทศกาลตรุษจีนหาดใหญ่ไชน่าทาวน์ ระหว่างวันที่ 20-24 มกราคมนี้ มีการปิดถนนเสน่หานุสรณ์เป็นสถานที่จัดงาน ปีนี้มีสีสันที่มีเถ้าแก่ใจดี ชื่อนายฮันยัน เชน อายุ 55 ปี เจ้าของ หจก.ธนวัฒน์ ค้าข้าว ตั้งอยู่ย่านถนนรัถการ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และครอบครัวได้แจกข้าวสารหอมมะลิอย่างดีให้กับชาวบ้านในเมืองหาดใหญ่ เป็นข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 700 ถุง เพื่อเป็นอั่งเปามอบให้กับชาวบ้าน นายฮันยันบอกถึงที่มาของการแจกข้าวสารในวันตรุษจีนว่าเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย หลังจากที่เดินทางมาจากเมืองซัวเถา ประเทศจีน เข้ามาอยู่เมืองไทยตั้งแต่อายุ 20 ปี และมาเปิดกิจการขายข้าวสารอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ ทำมาหากินจน กิจการรุ่งเรือง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีไม่ดี ก็แจกข้าวสารเป็นข้าวหอมมะลิอย่างดีและแจกต่อเนื่องทุกปีด้าน จ.ภูเก็ต ในช่วงสายตามบ้าน ห้างร้าน บริษัทต่างๆ ชาวภูเก็ตเชื้อสายจีนตั้งโต๊ะด้านหน้าอาคาร ประกอบพิธีไหว้เจ้าที่และพระในบ้าน ต่อด้วยพิธีไว้บรรพบุรุษกันอย่างคึกคัก ก่อนที่ช่วงบ่ายจะประกอบพิธีไหว้สัมภเวสี และในช่วงกลางดึก เวลา 23.00-02.59 น. จะประกอบพิธีไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ย ชาว ภูเก็ตเชื้อสายจีนจะสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ในชุดสีแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 22 ม.ค. เป็นวันขึ้นปีใหม่ ของชาวจีนหรือเทศกาลตรุษจีน สำหรับที่ย่านเยาวราช ชุมชนชาวจีนใหญ่ที่สุดใน กทม. บรรยากาศวันไหว้ ปีนี้ถือว่าคึกคักกว่าปีที่ผ่านๆมา โดยคนไทยเชื้อสายจีนในย่านเยาวราช ต่างสวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส เน้นใส่สีแดงได้ออกมาตั้งโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ ที่มีทั้งเป็ด ไก่ ขนม ผลไม้มงคล รวมถึงเผากระดาษเงินกระดาษทอง ที่บริเวณหน้าบ้านของตนเองตั้งแต่เช้ามืด เพื่อไหว้บรรพบุรุษ และมีการจุดประทัดดังกึกก้อง เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ ก่อนเดินทางไปกราบไหว้ทำบุญตามศาลเจ้าและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตทำให้วัดวาอารามและศาลเจ้าทุกแห่งในเมืองหลวง เนืองแน่นไปด้วยชาวไทยเชื้อสายจีน และนักท่องเที่ยวชาวจีน เช่น ที่วัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ ตั้งแต่ช่วงเช้าประชาชนส่วนใหญ่ที่เกิดปีระกา ปีชวด และปีมะเมีย ถือว่าเป็นปีชงกับปีเถาะ เข้ามาทำพิธีแก้ปีชงตามหลักโหราศาสตร์จีน ด้วยการฝากดวงชะตากับองค์ไท้ส่วย พร้อมอธิษฐานขอพรเทพเจ้าคุ้มครอง ปกป้องให้รอดพ้นจากภยันตรายต่างๆ ตลอดปีกันอย่างเนืองแน่น นอกจากนี้ ประชาชนบางรายยังนำกระเป๋าสตางค์ ธนบัตร มาใส่ปากสิงโตหน้าวัดมังกรกมลาวาส เพื่อแก้เคล็ด ขอให้ทรัพย์สินไหลมาเทมาตลอดทั้งปี 2566 ขณะที่ตามร้านขายของที่ระลึก เครื่องรางตามความเชื่อของคนจีนโดยรอบวัด มีคนเข้ามาหาซื้อเครื่องราง สิ่งมงคล เป็นจำนวนมากเช่นกันส่วนที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ท่าเตียน จัดงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2566 อย่างยิ่งใหญ่ มีการจำลองบรรยากาศวัฒนธรรมไทย-จีนแบบดั้งเดิม พร้อมกิจกรรมมากมาย ทำให้มีคนไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้ามาเที่ยวชมงานไม่ขาดสาย รวมถึงเข้ามาไหว้พระเสริมสิริมงคล ชื่นชมความงามของประติมากรรมแบบจีนดั้งเดิมที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯให้นำมาประดับไว้ทั่วพระอาราม อาทิ รูปสลักหินและปูนปั้นแบบจีน ในอดีตเป็นเครื่องอับเฉาที่ใช้เป็นอุปกรณ์ถ่วงเรือสำเภาตอนขากลับจากการเดินเรือค้าขายจากประเทศจีนมายังประเทศไทย เช่น “ลั่นถัน” หรือตุ๊กตาหิน ยืนท้าวเอวถืออาวุธ แต่งกายแบบงิ้วหรือรูปปั้น “มาร์โคโปโล” ตุ๊กตาฝรั่งศิลปะแบบจีน ที่นับเป็นฝรั่งคนแรกที่เดินทางเข้าไปในประเทศจีน หรือรูปปั้นคล้ายคน อาทิ นักรบ ขุนนาง นักบวช รวมถึงรูปสัตว์ต่างๆ ที่แสดงให้เห็นประติมากรรมและคติความเชื่อของชาวจีน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังเข้าเที่ยวชมสวนมิสกวัน หรือ “โพธิ์ลังกา” เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนมีองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมและรูปปั้นพระสังกัจจายน์ ประดิษฐานไว้ให้สักการะ ทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคล อาทิ การประพรมน้ำพระพุทธมนต์ 100 ปีวัดโพธิ์ การถวายน้ำมันตะเกียงบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิม การปิดทองพระศรีอริยเมตไตรย การทำบุญเสริมดวงประจำปีนักษัตร เป็นต้นด้านสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามาที่วัดจำนวนมากจนถึงปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงมาก งานเทศกาลตรุษจีนจะจัดไปจนถึงวันที่ 25 ม.ค.นี้ ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดีขณะเดียวกัน ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร เป็นหนึ่งสถานที่ที่ประชาชนคนไทยเชื้อสายจีนให้ความนิยมมาสักการะบูชาเทพเจ้าและทำพิธีแก้ชง ตลอดทั้งวัน มีประชาชนเดินทางมาที่ศาลไม่ขาดสาย โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลศาลจัดระเบียบการเข้า-ออกเพื่อความสะดวกรวดเร็ว รวมถึงคอยแนะนำขั้นตอนการไหว้ขอพรอย่างถูกวิธี สำหรับผู้ที่ไม่ได้นำของเซ่นไหว้มาจากบ้าน บริเวณด้านหน้าก็มีของเซ่นไหว้พร้อมทุกอย่าง จำหน่ายชุดละ 20-60 บาท โดยของเซ่นไหว้เจ้าพ่อเสือ ได้แก่ ธูปเทียน 20 บาท หมู 30 บาท มาลัย 30 บาท และหมูใหญ่ 60 บาท เชื่อกันว่าของเซ่นไหว้นี้จะช่วยให้ประสบความสำเร็จสมปรารถนาทั้งในเรื่องหน้าที่การงานรวมไปถึงเรื่องคู่ครอง