เส้นทางชีวิตนักเขียน...นักเขียน ที่ยุคหนึ่งเรียก “นักประพันธ์” หลับตาเห็นคำ “ไส้แห้ง” นักเขียนนั้นหลายคนเป็นได้ แต่จะมีสักหนึ่งหรือไม่ ที่เป็นนักเขียนดัง?“ยาขอบ” เขียนเรื่องตอนอยากเป็นนักเขียนดัง...ไว้ใน “ปิยะมิตร” (ราว พ.ศ.2494) รวมเล่มเป็น “สินในหมึก” (ดอกหญ้า พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2543) ว่าครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้ามีชื่อหน้าปกเรื่อง “เกิดเป็นหญิง” พิมพ์โดยสำนักพิมพ์พิมพ์อุดม แสดงว่า ยาขอบ เขียนเรื่องละเอียดอ่อน อ่านแล้วได้กลิ่นดินระเหย กลิ่นดอกส้ม ถึงระดับเจ้าตำรับอย่าง “แม่อนงค์“ ได้เหมือนกันแต่มิได้เขียนเลย เป็นฝีมือแม่อนงค์เขียนตามคำขอร้องวิงวอนของข้าพเจ้า ขอมีชื่อเสียงสักครั้งนักเขียนจะเขียนอย่างไรก็ได้ แต่พอตะบี้ตะบันเขียนมาจนได้ชื่อ ทีนี้ก็เกิดความทุกข์ต้องรับผิดชอบต่อการรับใช้ อันให้ความชื่นบานหรรษาของประชาชน จะเขียนหนังสือเล่นสักแต่ละตัว ก็ต้องคิดความนิยมของประชาชนเป็นทัณฑกรรมอันหนักสำหรับเรา พวกนักเขียนในบางเวลา แม้แต่บุคคลผู้รับใช้นอนอย่างมีความสุขไปแล้ว เราสิต้องตื่นขึ้นทนกับยุงให้เมาแสนเมา มือของนักเขียนต้องผลิตตัวหนังสือให้ทันเวลาตามที่กำหนด เท่าที่เราเขียนช้าเพียงคนเดียว ช่างเรียงคอย ช่างพิมพ์คอย ช่างพับและช่างเย็บจะคอยดูงานที่ออกจากเราเป็นงานเล็ก แต่ผลของมันทำให้กลไกเพียงเครื่องจักรวิปริตผิดเวลาไปหมดดังนั้น เราต้องตื่นในเวลาที่คนอื่นกำลังเสวยนิทราอารมณ์ อาชีพการเขียนหนังสือ เป็นอาชีพของบุคคลที่พระเจ้าลงโทษ และประชาชนลงทัณฑ์เป็นนักเขียนดัง มีเงินใช้มาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ถามว่า วิธีใช้เงินของแกอย่างไรหวา ข้าพเจ้าทูลตอบ ข้าพเจ้าใช้เท่าที่มือเขียนหนังสือได้พระเจ้าวรวงศ์เธอ นักใช้เงินพระองค์นี้ มีความสำราญพระทัย ตราบเท่าที่เราเที่ยวด้วยกันทั่วทั้งภาคอีสานผ่านไปแต่ละจังหวัด ได้รับการต้อนรับอย่างเปรมปรีดิ์ยิ่ง เจ้าบ้านผ่านเมืองรับ มิได้รับข้าพเจ้า หากแต่รับพระโอรสสมเด็จเจ้าฟ้า...ข้าพเจ้ากลายเป็นคนใหญ่คนโตไปคนไม่เข้าใจเลย ด้วยในการเลี้ยงต้อนรับนั้นๆ จะแลเห็นพระองค์เจ้า นำเหล้ามาให้แก่ข้าพเจ้า แทนที่ข้าพเจ้าจะรินเหล้าถวาย ทั้งนี้ด้วยเรามีสัญญาลับต่อกัน สัญญาซึ่งเต็มไปด้วยพระคุณยิ่งคือข้าพเจ้าเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเพราะโรคพิษสุราได้หกวัน เมื่อตามเสด็จภาคอีสานนั้น องค์ชายรับสั่งว่า ลื้อสัญญาได้ไหมลื้อจะ ไม่กินเหล้าเอง หรือรับจากใคร นอกจากอั๊วจะรินให้ ข้าพุทธเจ้าถวายสัญญาดังนั้น สัญญาลับของเรา อันไม่มีใครทราบ คือนั่งคอยรับเหล้าจากเจ้าชาย ซึ่งอยู่ในขั้นสูงสุดของการเป็นพระองค์เจ้า ผู้ดูเผินก็นึกว่าข้าพเจ้าแผนถึงคบนักเรียนอีตั้น แต่ที่แท้ก็เรียนเทพศิรินทร์ด้วยกันมาเป็นบุคคลผู้มีน้ำพระทัยประเสริฐ ถ่อมพระองค์มารับข้าพเจ้าเป็นสหาย ถึงกับนอนปัจจถรณ์์อันเดียวกันก็เพราะโปรดความเป็นนักเขียนนี่แล้วนี่คือความในใจของนักเขียนดังอย่าง ยาขอบ คนที่อ่านแล้วคงเข้าใจ และให้อภัย ทำไม...นิยายผู้ชนะสิบทิศ ที่สร้างชื่อลือลั่นให้นักเขียนแถวหน้าของบรรณพิภพไทย จึงยังไม่มีตอนจบแต่กระนั้น ด้วยอหังการของหัวใจนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ ยาขอบ ก็วางฐานะชีวิตตัวเองไว้ดังนี้จารีตชาวเรือจะสักมังกรที่อก ต่อเมื่อเขาผ่านทะเลจีนซึ่งมีมรสุมอันร้ายแรง นับเป็นยอดของทะเลทั้งเจ็ดข้าพเจ้าไม่ได้ท่องน้ำเขียวเหมือนชาวเรือเหล่านั้น ท่องอยู่แต่ในน้ำขาว แต่ก็ใช้ชีวิตกระโดกกระเดกโชกโชนเหมือนย่ำคาบสมุทรทั้งเจ็ดเหมือนกันคงไม่เป็นการกำแหงจนไม่ควรอภัย ถ้าจะสักมังกรเล่นที่อกตัวเอง.กิเลน ประลองเชิง