ด้วยประสบการณ์การทำงานด้านพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขายได้เร็ว ทำให้ สันติ อาภากาศ มีความสนใจและมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาวงการอาหารสู่ “Future of Food” สร้างความมั่นคงทางอาหาร แนวคิดใหม่ที่มีความท้าทายสันติ อาภากาศ หรือ คุณยี้ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอ บริษัท Bio Buddy และ Tastebud Lab ซึ่งได้สร้าง Future Food Network โดย คุณยี้ เกริ่นถึงงานที่ตนเองทำนี้ว่า Bio Buddy คือ “Bio economy buddy for future of food” องค์กรที่ผลักดันนวัตกรรมด้านอาหารแห่งอนาคตและเป็น Venture Builder ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ ช่วยการพัฒนาขยายตลาด scale-up ร่วมทุน ระดมทุนให้กับ สตาร์ตอัพ SME นักวิจัย Food Tech Bio Tech เพื่อ solution สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของระบบอาหารแห่งอนาคต โดยมี TasteBud Lab ซึ่งอยู่ภายใต้ Bio Buddy เป็น Future Food Accelerator ที่จะเป็น “บัดดี้” ร่วมสร้างสรรค์อาหารอนาคตยั่งยืน เป็นองค์กรที่ผลักดันด้านอาหารแห่งอนาคตยั่งยืน ทำงานร่วมกับนักวิจัย Startup และ SME ด้าน FoodTech/ BioTech จัดตั้งกลุ่มภายใต้เครือข่ายที่ชื่อว่า Future Food Network ที่มีสมาชิกรวมกว่า 6,000 คน พร้อมกันนี้ได้มีโอกาส คัดสรรผู้ประกอบนำเสนอเมนูอาหารแห่งอนาคต Eat volution ข้าวโปรตีนสูงจากถั่วลูกไก่ มาทำเป็นข้าวยำปักษ์ใต้ เสิร์ฟให้แก่ผู้นำเอเปกที่มาประชุมในเมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้ด้วย “เราเริ่มต้นบริษัทเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องใหม่และท้าทายในเมืองไทย ที่คิดทำด้านนี้ เพราะมองว่าอุตสาหกรรมเกษตร และอาหารในประเทศเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ SME และคนหมู่มากในประเทศ น่าจะสร้างอิมแพกต์ได้ความท้าทายตอนนี้แรกคือ คนไม่เข้าใจว่าฟิวเจอร์ฟู้ดคืออะไร แล้วเราลุกขึ้นมาทำเรื่องนี้ทำไม ซึ่งอาหารแห่งอนาคตไม่ได้หมายถึงอาหารเม็ดแบบแคปซูลในโลกไซไฟ แต่คือการสร้างสรรค์วัตถุดิบทดแทนเพื่อนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารที่เกิดความยั่งยืนทั้งห่วงโซ่วงจร โมเดลธุรกิจของเรา ยังไม่มีคนทำ พอได้สร้าง ความเข้าใจมีความชัดเจนมากขึ้น เรื่องฟิวเจอร์ฟู้ดมากยิ่งขึ้น ที่มีประโยชน์แบบ 3 ดี ดีต่อสุขภาพ ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพเราได้จัดกิจกรรมออกแบบโรดแม็ป เริ่มมีสตาร์ตอัพ หน่วยงานรัฐ ที่เขาเริ่มทำ และได้มาเจอเรา กอดคอกันเป็นคอมมูนิตี้ สร้างกลุ่ม Future Food Network ให้คนมาเจอกัน และเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมต่างๆ” คุณยี้เล่าถึงงานที่ทำจากการทำงานมาหลายๆ ด้าน คุณยี้ ได้ตกผลึกแนวคิดการทำงานว่า ตนได้มีโอกาสไปอบรมกับโครงการพอแล้วดี ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของตัวเอง ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข มาใช้ อย่างเข้าใจ ความพอดีและความพอเพียงเรื่องระบบอาหารอยู่ตรงไหน จะทำอะไรเราต้องรู้จักตน รู้จักระบบอาหารของประเทศเรามีดี มีความพร้อมอะไร พอเหมาะนำเทคโนโลยีอะไรเข้ามา แล้วเราจะทำแบบมีภูมิ คุ้มกัน แล้วคนในประเทศจะได้ประโยชน์ แล้วพอออกไปแข่งขัน เราจะแข่งขันได้...มุมมองความสำเร็จในการทำงานของผู้บริหารไฟแรงคนนี้.