“ปิยะพันธ์ ปิงเมือง” ประธาน ปปง. ขอลาออกจากตำแหน่งแล้ว อ้างมีปัญหาเรื่องสุขภาพ หลังโดน “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” พาดพิง มีความสนิทสนมแนบแน่นกับกลุ่มธุรกิจจีนสีเทา ด้านคณะทำงานคดี “ตู้ห่าว” ที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งแต่งตั้ง เตรียมประชุมครั้งแรก วันที่ 20 ธ.ค. มีทั้ง ผบ.ตร. ในฐานะที่ปรึกษา ผบช.น.ในฐานะคณะทำงานเข้าร่วมจากกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาตั้งโต๊ะที่โรงแรมเดอะเดวิส คอร์นเนอร์วิง สุขุมวิท แถลงถึงการทำธุรกิจสีเทาของนายทุนจีน พร้อมพาดพิงบิ๊ก ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) เข้าไปมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย รวมทั้งสนิทสนมแนบแน่นกับ “ตู้ห่าว” เปิดช่องทางเอื้อประโยชน์ทุนจีนสีเทา โดยนายชูวิทย์ยังเสนอให้ลาออกยกคณะนั้นความคืบหน้าเมื่อเย็นวันที่ 19 ธ.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เผยว่า พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ประธาน ปปง. (ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้วหลังถูกตนพาดพิงถึง ขอชมเชยในการตัดสินใจที่กล้าหาญครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเป็น “ลูกผู้ชาย” ชื่นชมความกล้าหาญในการตัดสินใจ เมื่อประชาชนไม่มีตำแหน่งแห่งหนอย่างตนพูดและท่านไม่ตอบโต้ ไม่ปฏิเสธ ไม่กอดอำนาจเอาไว้หรือแม้แต่แก้ตัวต่อหน้าสื่อ กลับตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวลาออกโดยทันที ถือเป็นวิถีทางที่หาได้ยากยิ่งสำหรับคนมีอำนาจในสังคมไทยทุกวันนี้ เพื่อตอบข้อครหาและพิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิไร้ซึ่งตำแหน่งเป็นเกราะป้องกัน ในนามประชาชน ขอคารวะการตัดสินใจนี้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ดีแก่ทุกหน่วยงานรัฐในประเทศไทย พลังของ ประชาชนยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดและตนจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองสำหรับหนังสือลาออกฉบับดังกล่าวถูกประทับ ตราหัวกระดาษระบุว่าเป็น “สำเนาเอกสาร” มีใจความโดยสรุปว่า วันที่ 19 ธันวาคม 2565 เรื่องขอลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กราบเรียนนายกรัฐมนตรี (ผ่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้กระผมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 และประกาศสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตามมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แต่งตั้งให้กระผมเป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2565 นั้น เนื่องจากกระผมมีปัญหาด้านสุขภาพทางร่างกาย ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มความสามารถ ขอลาออกจากการเป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2565 เป็นต้นไป ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินก่อนหน้านี้ ที่รัฐสภา เวลา 11.25 น. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่าน น.ส.กษมา เอี่ยมสกุล นิติกรประจำกลุ่มรับเรื่องราวร้องทุกข์ถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้สอบสวน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการ ปปง.รักษาราชการแทนเลขาฯ ปปง. กระทำผิดกฎหมายหรือจริยธรรมหรือไม่ หลังเสร็จสิ้นนายวัชระกล่าวว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากข้าราชการ ปปง.ถึงการทุจริตและประพฤติมิชอบหลายเรื่อง อาทิ มีพฤติกรรมเกี่ยวพันนายตู้ห่าว-ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ และกลุ่มธุรกิจจีนสีเทา โดยให้ประธานวุฒิสภาพิจารณาแจ้งคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องของวุฒิสภาเร่งสอบสวนโดยเร็วที่สุดภายใน 30 วันมีรายงานว่า ในวันที่ 20 ธ.ค. เวลา 10.00 น. มีการประชุมคณะทำงานที่ น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด แต่งตั้งคณะทํางานคดีนายตู้ห่าว ครั้งแรกที่ห้องประชุมชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด คาดว่าคณะทำงานจะเดินทางร่วมเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง รวมทั้ง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ในฐานะที่ปรึกษา พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ในฐานะคณะทำงาน