ศอ.ปส.ตร. แถลงผลงานชุดสืบสวน บช.ปส.กัดไม่ปล่อย ขยายผลจับเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด 3 คดี พร้อมอายัดทรัพย์สินมูลค่า 2.5 ล้านบาท รายแรก จับกุมผู้ต้องหารับจ้างขนยาบ้า 1 แสนเม็ดจากอีสานไปส่งภาคกลาง เป็นเครือข่ายเดียวกับผู้ต้องหารับจ้างขนยาเคตามีนน้ำหนัก 44 กก.ในพื้นที่ จ.หนองคาย อีกทั้งตามล่าตัวผู้บงการที่หลบหนีอยู่ในประเทศลาวมาดำเนินคดี อีก 2 ราย รวบผู้ต้องหานำยาไอซ์ยัดไส้สินค้า อาทิ หมอนที่นอนยางพารา กุ้งแช่แข็ง และซุกซ่อนในอุปกรณ์ชกมวย รองเท้า ส่งไปเมืองนอกศอ.ปส.ตร.แถลงผลงานขยายผลกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด 3 ราย วันที่ 18 ธ.ค. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร.และ ผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.เอกภพ อินทวิวัฒน์ ผบก.ขส.บช.ปส. แถลงข่าวการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 3 ราย พร้อมอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวม 2.5 ล้านบาทพล.ต.ท.สรายุทธกล่าวว่า คดีแรก ชุดสืบสวน กก.3 ปส.2 จับกุมนายอานนท์ แท่งทอง อายุ 39 ปี และนายสถาพร คำพินิจ อายุ 32 ปี ได้ตอนดึกวันที่ 17 ธ.ค. พร้อมของกลางยาบ้า 100,000 เม็ด และปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 มม. 1 กระบอก จับได้ในพื้นที่ ต.หนองภัยศูนย์ อ.เมืองหนองบัวลำภู ขณะใช้รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน ผค 5177 เพชรบูรณ์ ลักลอบขนยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.เพชรบูรณ์ ชุดจับกุมขยายผลจากเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง จับกุมนายออด สิงห์เจริญ และนายจักรินทร์ เข็มราษฎร์ พร้อมของกลางเคตามีน 44 กก. ได้ที่โรงไฟฟ้าบ้านแดนเมือง ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายอานนท์และนายสถาพรเป็นผู้ลำเลียงยาเสพติดเครือข่ายเดียวกัน ขนยาเสพติดพื้นที่ชายแดนภาคอีสานเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางอย่างต่อเนื่อง สอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า นายฐิติภัทร หรือเสือ ทวีประสิทธิ์ เป็นผู้สั่งการผ่านทางไลน์ จ้างให้ขนยาบ้าจากริมฝั่งแม่น้ำโขง จ.บึงกาฬ ไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.เพชรบูรณ์ ได้ค่าจ้างเป็นเงินสดหรือยาบ้านำไปขายต่อ และเป็นคนเดียวกับจ้างให้ขนยาเคตามีน 44 กก. นายฐิติภัทรหลบหนีอยู่ในประเทศลาว ขณะนี้ประสานตำรวจปราบปรามยาเสพติดลาวตามจับส่งตัวมาดำเนินคดีผบช.ปส. กล่าวต่อว่า คดีที่ 2 เช้าวันที่ 17 ธ.ค. ชุดสืบสวน กก.3 บก.ปส.1 ร่วมกับ ป.ป.ส. จับกุม นายเฉลิม โคตละ ได้ที่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 9 ต.นาเจริญ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี นายเทพพิทักษ์ โคตละ ได้ที่ตึกแถวเลขที่ 102/11 ซอยคู้บอน 27 แยก 10 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. และนายธวัช ผิวอ่อน ได้ที่บ้านเลขที่ 33 ห้องเลขที่ 6 ซอยบางกระดี่ 34 แยก 5 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ตามหมายจับศาลอาญาลงวันที่ 16 ธ.ค.65 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ไว้เพื่อจำหน่าย ขยายผลคดียึดยาไอซ์ในกระสอบทรายจำนวน 193 กก. ปลายทางส่งไปประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน รับสารภาพว่า นำยาไอซ์ซุกซ่อนปะปนกับสินค้า อาทิ กระสอบทราย หมอนยางพาราที่นอนยางพารา และกุ้งแช่แข็ง ส่งไปต่างประเทศ เจ้าหน้าที่อายัดทรัพย์สิน ได้แก่ รถกระบะ 2 คัน รถ จยย. 1 คัน ทองคำรูปพรรณ และเงินในบัญชีธนาคาร รวมมูลค่า 2.5 ล้านบาท พร้อมขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ“คดีสุดท้าย หน่วยปราบปรามยาเสพติดเพลินจิต จับกุม น.ส.ณัฐภัทร ทันลา อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 311/2565 ลงวันที่ 23 พ.ค.65 จับได้ที่บ้านเลขที่ 55/153 หมู่บ้านเดอะคอนเนค 2 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สืบเนื่องจากเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยึดยาไอซ์หนัก 198 กรัม ซุกซ่อนในอุปกรณ์ชกมวย ส่งไปประเทศศรีลังกา น.ส.ณัฐภัทรนำพัสดุดังกล่าวฝากส่งที่ร้านรับส่งพัสดุเอกชน ในห้างสรรพสินค้าบีไฮฟ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี นอกจากนี้เมื่อปี 64 น.ส.ณัฐภัทรเคยสั่งการให้บุคคลอื่นนำพัสดุนำยาไอซ์หนัก 240 กรัม ซุกซ่อนในรองเท้าส่งไปประเทศออสเตรเลีย” ผบช.ปส.กล่าวพล.ต.ท.สรายุทธกล่าวด้วยว่า บช.ปส.จะเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคดี ปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะบริเวณแนวตะเข็บชายแดนฝั่งตรงข้ามประเทศเพื่อนบ้านพื้นที่ภาคอีสาน ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดทุกชนิดไม่ให้เข้ามาไทย พร้อมทั้งอายัดทรัพย์สินทุกอย่างที่ได้จากการค้ายาเสพติดตัดวงจรของเครือข่ายยาเสพติด รวมทั้งป้องกันและปราบปรามแหล่งชุมชนที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด