ผบช.น.แถลงยิบ คดีจินหลิงผับ ตั้งแต่ต้นจนเป็นคดีอาชญากรรม นอกราชอาณาจักรนำสำนวนคดี 16 แฟ้ม โชว์สื่อเตรียมส่งอัยการสรุปออกหมายจับ 10 ราย จับกุมแล้ว 7 รวมทั้งตู้ห่าว จ่อหมายจับเพิ่มอีก 2 ส่วนกรณีตำรวจกระทำผิดช่วยเหลือ รับคนไม่ดีมีอยู่ในทุกองค์กร ต้องเหลือพื้นที่ให้คนดีในองค์กรยืนอยู่ได้ ด้าน “สมศักดิ์” แถลงดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษเข้าเงื่อนไขฟอกเงิน เผยยึดแล้ว 4,401 ล้านบาท จ่ออายัดเพิ่มอีก 1,123 ล้านบาท รองโฆษก อสส.แจง อัยการสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจตั้งพนักงานสอบสวนตามกฎหมาย ยันไม่ทำงานซ้ำซ้อน ถึงแม้ดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษความคืบหน้าในการดำเนินคดีตู้ห่าว หรือนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ นายทุนจีนสีเทา ที่เริ่มจากการจับกุมผับจินหลิง ในท้องที่ สน.ยานนาวา ขยายผลตรวจค้นอายัดทรัพย์หลายแห่งจับกุมชาวจีนอีกหลายคน ต่อมาพบหลักฐานเข้าข่ายเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ท่ามกลางการจับตาของสังคมโดยเฉพาะนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาถล่มการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายวัน โดยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าคดีผับจินหลิง นำสำนวนคดี 16 แฟ้ม เตรียมส่งให้อัยการมาแสดง พล.ต.ท.ธิติเปิดเผยขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียดตั้งแต่เริ่มจับกุมผับจินหลิงจนกระทั่งถึงขั้นตอนในปัจจุบัน มีผู้ต้องหานอกจากนักท่องเที่ยวที่ถูกจับวันนั้น ถูกออกหมายจับแล้วทั้งสิ้น 10 คน รวมถึงนายตู้ห่าวในตอนหนึ่ง พล.ต.ท.ธิติกล่าวตอบคำถามกรณีนายชูวิทย์พาดพิงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะทำคดีดังกล่าวให้ดีที่สุด เมื่อถามต่อว่ากรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ระบุคดีนี้ว่าไม่ได้เกิดนอกราชอาณาจักร พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า คดีดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดนอกราชอาณาจักรโดยตรง แต่เป็นคดีที่อาจเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม อาจเป็นคนละนัย ยกตัวอย่างเช่น หากเจ้าหน้าที่เจอผู้ต้องหาขนกัญชาข้ามแม่น้ำโขง จากนั้นมีการตั้งด่านถูกจับ คดีนั้นเป็นคดีนอกราชอาณาจักร สิ่งที่รอง ผบ.ตร. กล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบในคดี เมื่อถามต่อว่า ที่มีการปล่อยตัวมีเจตนาปล่อยตัวนายหยาง เฉิน อายุ 37 ปี หลานชายนายตู้ห่าว พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า ผู้ต้องหาเป็น 100 แต่มีพนักงานสอบสวนแอบดำเนินการกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ต้องรับโทษ อำนาจเงินซื้อเขาได้ เขาก็ต้องรับผิดชอบ เป็นเรื่องเฉพาะตัวคน แต่การกล่าวหาทั้งองค์กรแค่ริ้วรอยการกระทำผิดของคนคนนั้น ใช่คนทั้งหมดผิดหรือไม่ คดีพื้นฐาน บช.น.ต้องดำเนินการต่อหลังดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษไปแล้ว รู้สึกอุ่นใจที่อัยการสูงสุดให้คำแนะนำ ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิดนั้น คนไม่ดีมีอยู่ในทุกองค์กร ต้องเหลือพื้นที่ให้คนดีในองค์กรยืนอยู่ได้ เมื่อมีคนพาดพิงจึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อเป็นต้นแบบให้รุ่นต่อไปได้เดินตามมีรายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด 10 ราย ออกหมายจับข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยา, เฮโรอีน) อันเป็นการมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้าเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 เป็นการมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า เป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัย, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเดียวกับยาเสพติดและสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิด” จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย คือ นายหวัง เจียนหัว อายุ 34 ปี นายหวง ไฮ่เท่า อายุ 39 ปี นายเจียง ไดลิน อายุ 30 ปี นายเมา ยาเซียง อายุ 41 ปี เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา และออกหมายจับวันที่ 22 พ.ย. จับกุมนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว และนายหยาง เฉิน อายุ 37 ปี หลานของตู้ห่าว ที่ถูกปล่อยตัวไประหว่างถูกจับกุม ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี ต่อมาวันที่ 30 พ.ย. ออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย จับกุม น.ส.โจว เมียวรุ่ย อายุ 29 ปี และนายฮุย วู่ อายุ 32 ปี อยู่ระหว่างหลบหนี 2 ราย คือ นายหลิน ฉีเล่ อายุ 35 ปี น.ส.เฉิน หยานหยุน อายุ 31 ปี นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนจะขออนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินดังกล่าวอีก 2 รายส่วนการทำงานอีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. นายธนากร คัยนันท์ นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมกันเข้าตรวจสอบโรงแรมดีวาลักซ์ ที่ตั้ง บริษัท ดีวาลักซ์ รีสอร์ทแอนด์สปา จำกัด หมู่ 3 ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ หนึ่งในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว ผู้ต้องหาคดีผับจินหลิง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม และแจ้งเข้าควบคุมกิจการ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 73 วรรคสองประกอบมาตรา 68 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ มีคำสั่งของเลขาธิการ ป.ป.ส.ให้ตรวจสอบทรัพย์สินนายตู้ห่าว และแจ้งคำสั่งอายัดทรัพย์สินบริษัท ดีวาลักซ์ รวมทั้งโฉนดที่ดินที่ตั้งของโรงแรมดังกล่าว 5 แปลง รวมเนื้อที่ 37 ไร่ มูลค่ากว่า 2,970 ล้านบาท รวมทั้งรายได้อื่นใดที่อาจเกิดขึ้นหลังจากรับทราบคำสั่งนี้ จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ทราบทั้งหมด และอายัดบัญชีธนาคารและบัญชีกองทุนในชื่อของนางพัชรินทร์ อิทธิวัฒนา ในฐานะกรรมการบริษัทดังกล่าว อีก 7 บัญชี มีนางพัชรินทร์รับทราบคำสั่ง ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่ cook & coff เรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พ.ต.ท.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีกลุ่มจีนสีเทาเครือข่ายตู้ห่าว โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เลขคดีพิเศษ 314/2565 ฐานความผิดฟอกเงิน เนื่องจากเป็นคดีการฟอกเงินยาเสพติดมูลค่าสูงกระทบวงกว้าง เข้าเงื่อนไขบัญชีท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ คณะกรรมการกลั่นกรองเสนออธิบดีอนุมัติเป็นคดีพิเศษเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ส่วนความคืบหน้าคดียึดอายัดทรัพย์ ก่อนหน้านี้ดีเอสไอยึดอายัดได้ 3,020 ล้านบาท วันนี้ยึดเพิ่มอีก 189 ล้านบาท ป.ป.ส.ยึดอายัดได้ 2,192 ล้านบาท มีทรัพย์สินบางส่วนที่ซ้ำกับดีเอสไอ ขณะนี้ยอดรวมอยู่ที่ 4,401 ล้านบาท และ ป.ป.ส.กำลังออกหมายยึดอายัดเพิ่มอีก 1,123 ล้านบาท ดีเอสไอสืบสวนเพิ่มทราบว่านายตู้ห่าวมีนอมินีเป็นนายทุนอยู่เบื้องหลัง มีกลุ่มคนอีก 4-5 คน ถือพาสปอร์ตต่างชาติ คาดว่าเป็นนายทุน กำลังสอบสวนเชิงลึกว่าเป็นใคร หากพร้อมจะได้เปิดเผยต่อไป ตอนนี้ได้เลขพาสปอร์ตแล้ว คาดว่าจะเรียกมาให้ปากคำใน 2 สัปดาห์นี้ และจะดำเนินคดีได้ภายในไม่เกิน 30 วันนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กล่าวว่า การเป็นคนดีในสังคมต้องมีความอดทน และแสดงให้คนเห็นว่าไม่ง่าย แต่อย่าหมดกำลังใจ ขอบคุณนายสมศักดิ์ และทีมงาน และขอมอบกระเช้าดอกไม้แสดงความขอบคุณ ที่ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ยืนยันว่าต่อสู้เพื่อผดุงความยุติธรรม ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้เกลียดใครทั้งนั้น อยากทำเป็นตัวอย่างให้คนได้เห็น วันนี้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการของกระทรวงยุติธรรม ถือเป็นที่พึ่งของสังคม การที่ดีเอสไอ เข้ามาทำคดี จะช่วยสืบได้ทั้งหมู่บ้าน ส่วนตำรวจจะสืบบ้านไหนก็ทำไป การที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ไม่ใช่เพราะตนมากดดัน แต่เป็นไปตามกฎหมายที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้ากรณี น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ลงนามคำสั่งตั้งคณะทำงานกำกับการสอบสวนและการดำเนินคดีสำคัญ ในคดีตู้ห่าว ว่า ตามหนังสือคำสั่งของทางอัยการสูงสุดให้คณะทำงานไปกำกับดูแล การสืบสวนต้องมีอีกคำสั่งหนึ่งคือการตั้งพนักงานสอบสวน อาจจะเป็นการร่วมมือกันระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ ต้องรออัยการสูงสุดมีหนังสือคำสั่งตั้งพนักงานสอบสวนของอัยการสูงสุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 มีที่มาจากหนังสือที่ ผบช.น. รายงานมาว่ามีการกระทำความผิดส่วนหนึ่งเป็นความผิด “นอกราชอาณาจักรไทย” เข้าเงื่อนไขกฎหมาย ตามมาตรา 20 ที่ต้องให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเมื่อถามว่า กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษแถลงว่าจะรับคดีตู้ห่าวเป็นคดีพิเศษ จะเป็นการซ้ำซ้อนกับคณะกำกับดูแลหรือพนักงานสอบสวนที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งตั้งขึ้นมาหรือไม่ นายโกศลวัฒน์กล่าวว่าดีเอสไอคงจะสอบสวนในชั้นต้นก่อน แต่ถ้าพบว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 ที่บัญญัติไว้ว่าอำนาจสอบสวนเป็นของอัยการสูงสุด อัยการสูงสุดจะ “มอบหมาย” ให้ใครเป็นพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนอะไรต่อไปพลางก่อนได้ แต่เท่าที่ทราบ ดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษในส่วนของข้อหาฟอกเงิน คดียาเสพติดนายโกศลวัฒน์กล่าวต่อว่า หากเป็นคดีนอกราชอาณาจักรแล้ว ควรคิดว่าต้องเป็นความร่วมมือที่ทั้งตำรวจและอัยการจะเข้ามาช่วยกันดู ทำสำนวนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ดูข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริงพยานหลักฐานต่างๆไปดำเนินการให้ครบถ้วนตามกฎหมายและเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วตามที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไว้ ต้องทำสำนวนให้แล้วเสร็จก่อนครบกรอบระยะเวลาการฝากขังตามกฎหมาย และให้มีระยะเวลาเหลือพอสมควรให้อัยการสูงสุดได้พิจารณาสั่งคดี