ไม่ยี่หระแรงต้านอลังการคิวที่บิ๊กเนมพรรคเพื่อไทยต้องปากเปียกปากแฉะ ตั้งโต๊ะแถลงโต้รายวัน การันตีนโยบายหาเสียงค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน ทำได้จริงไม่ได้โม้แลกแต้ม สวนความเห็นภาคธุรกิจ พรรคการเมือง ซีกแรงงานที่ห่วงเป็นนโยบายยาพิษ ทำเศรษฐกิจพัง นายทุนถอดใจ ย้ายฐานการลงทุนหนีชุดขายฝัน “คิดใหญ่ ทำเป็น” เปิดตัวปัง ติดหูชาวบ้าน ตีตลาดการเมืองสะเทือน ช่วยเปิดประตูแลนด์สไลด์กว้างยิ่งขึ้นทีมคนแดนไกลเล่นบทถนัด งัดกลยุทธ์การตลาดนำการเมืองมาล่อฝัน ใช้ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จุดพลุเปิดประเด็นมัดใจชาวบ้านจะทำได้จริงหรือไม่ ยังไม่รู้ แต่ที่รู้คือพรรคเพื่อไทยโกยกระแส ชิงความได้เปรียบได้เป็นกอบเป็นกำกระทบฐานเสียงพรรคการเมืองคู่แข่ง ต้องช่วยกันรุมเบรกไม่ให้แต้มไหล ระดับที่เบอร์หนึ่งอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังลนลาน ออกโรงตั้งคำถามเอง จะเอาเงินมาจากไหน นำร่องให้ทีมลูกหาบโดดเข้าผสมโรง ขยายความไปถึงขั้นจะสร้างหายนะทางเศรษฐกิจ เลยเถิดไปถึงขั้นเตรียมไปยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ข้อหาขายฝันเกินเบอร์เพ้อเจ้อเกินจริงแม้แต่ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ขอร่วมวงแซะ ขำค่าแรง 600 บาท ฟังดูดี แต่ช่วยชีวิตดีขึ้นจริง หรือต้องซื้อของแพงไม่เว้นแม้แต่ฝ่ายค้านด้วยกันก็ออกลูกหมั่นไส้ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลโพสต์ขัดคอร่วมเหน็บแนมอีกทางทัวร์ลงทั่วสารทิศปมค่าแรงทะลุเพดาน ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ร่วมทำลายจังหวะนโยบายหาเสียงเพื่อไทย ไม่ให้จุดกระแสติดโหมดการเมืองยกระดับความเข้มข้น ตะลุมบอนกันฝุ่นตลบ หลังกติกาเลือกตั้งปรากฏชัด ยึดบัตร 2 ใบ หาร 100 เป็นเกณฑ์ชี้ขาดปลุกเหล่าพรรคใหญ่ต้องเร่งเปิดนโยบายหาเสียง คู่ขนานไปกับการเปิดตัวท็อปเข้าสังกัดมัดใจประชาชนอย่างที่ล่าสุดพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัว “ลุงมิ่ง” มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ มาเป็นมือไม้ทีมเศรษฐกิจ กู้ชื่อพรรคยามขาลง แต่กลับอลเวงหนักกว่าเก่า มีเกมผิดคิวของ “ลุงมิ่ง” เล่นนอกสคริปต์ พูดยกระดับตัวเองเป็นแคนดิเดตนายกฯค่ายพลังประชารัฐ โดยที่ยังไม่มีมติพรรคข้ามหัวเบอร์หนึ่งอย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จากที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ ต้อนรับเข้าพรรคสวยหรู กลายเป็นถูกเขม่นขี้หน้าจากเสือสิงห์กระทิงแรดหลายก๊วน เพราะคิดฮุบตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯมือเปล่า“ลุงน้องใหม่” เจอแรงต้านหนักทั้งคนในพรรค และกระแสสังคม หลังพลิกขั้วร่วมค่ายใหญ่ฝั่งรัฐบาล กลืนน้ำลายตัวเองที่เคยประกาศชัดถ้อยชัดคำ ไม่ร่วมสังฆกรรมค่ายพลังประชารัฐยอมพลิกลิ้นเสียคน เพราะจำนนกติกาบัตร 2 ใบ ทำแฟนคลับหมดศรัทธา คะแนนหายฮวบ เพราะยึดที่ยืนทางการเมืองมากกว่าอุดมการณ์พลังประชารัฐอลหม่านต่อเนื่อง จากที่หวังจะใช้ “มิ่งขวัญ” เป็นจุดแข็งทางเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าการตลาด วางตัวขึ้นเวทีดีเบต ปั่นกระแสสร้างคะแนนให้พรรค แต่กลับผิดแผน หลังเจ้าตัวกลับคิดใหญ่เกินเบอร์ แย่งซีนบัญชีนายกฯแต้มบวกกลายมาเป็นแต้มลบก็ต้องมาคำนวณกันใหม่ จะได้คุ้มเสียหรือไม่ต้องไปลุ้นปลายทาง “ลุงมิ่ง” จะมีที่ยืนในพลังประชารัฐเต็มเท้าแค่ไหน2 ค่ายใหญ่ “เพื่อไทย–พลังประชารัฐ” เดินกลยุทธ์การตลาดนำการเมือง จัดกระบวนทัพเปิดเกมสู้เศรษฐกิจแข่งกันชวนเชื่อทั้งตัวนโยบายและตัวบุคคล หาเสียงสู้กันเข้มข้น เพื่อชัยชนะการเมืองในสนามเลือกตั้งจะทำได้ชัวร์หรือมั่วหลอกฟันแต้มก็ยังไม่รู้ แต่มุ่งเน้นขายฝันหลอกล่อให้หลงเชื่อไว้ก่อนต้องไปวัดกันในวันกาบัตร ประชาชนจะให้คำตอบจะยอมให้แหกตาหรือไม่!!!ทีมข่าวการเมือง