“ผู้การจ๋อ” นำตำรวจ PCT และสืบสวนนครบาล บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์สัญชาติไทยคาคอนโด กลางเมืองปากน้ำ รวบ 4 หนุ่มสาวคนไทยคาคอมพิวเตอร์ ขณะหลอกเหยื่อด้วยโปรไฟล์สาวสวยลวงให้หลงรักแล้วชักชวนลงทุนในรูปแบบต่างๆ แฉหัวโจกเป็นอดีตสาวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ทำยอดเดือนละ 100 กว่าล้านบาท เกิดไอเดียกระฉูดฉกรูปแบบสคริปต์สนทนากลับมาทำเองที่เมืองไทย ดีกว่ารอรับ 3% จากนายทุนจีน ตั้งใจ Start Up เป็นเจ้าแรก แต่ทำได้เพียง 2 เดือนเกม ด้านตำรวจชี้ ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเพราะผู้ต้องหาเป็นระดับหัวกะทิตำรวจทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์สัญชาติไทยคาคอนโดกลางเมืองปากน้ำ เมื่อเช้าวันที่ 5 ธ.ค.65 มีรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 4 ธ.ค. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ที่ 5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 ร่วมกับชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น.นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 188/130 คอนโดน๊อตติ้ง ฮิลล์ ถนนแพรกษา ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทร ปราการ จับกุมนายสุพรพงษ์ ปัญญาไว หรือแบงค์ อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาล จ.สุพรรณบุรีที่ จ.236/2565 ลงวันที่ 4 ธ.ค.65 กล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” และจับกุม น.ส.ทิพวรรณ หรือแหม่ม ปัญญาไว อายุ 34 ปี น.ส.สิริธร หรือแสตมป์ หมื่นโฮ้ง อายุ 25 ปี และ น.ส.คณิณัช หรือแฟง จิรโชควนิช อายุ 32 ปี พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง สมุดบัญชี 5 เล่ม ซิมการ์ดโทรศัพท์ 38 อันมีรายงานว่า ก่อนจับกุมทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้วิเคราะห์ข้อมูลพบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “กลุ่มใหม่” เกิดขึ้นในข้อมูลระบบการรับแจ้งความออนไลน์ มีรูปแบบการหลอกลวงให้หลงรัก จากนั้นจะชักชวนให้ “ลงทุนและทำภารกิจ” ภายใต้บริษัทปลอมที่ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่าทั้ง 4 คน ได้ร่วมกันสร้างเฟซบุ๊ก ใช้ภาพโปรไฟล์เป็นสาวสวยแล้วชักชวนเพื่อนในเฟซบุ๊กพูดคุยเชิงชู้สาวเพื่อชักชวนมาลงทุน เมื่อเหยื่อสนใจ จะเชิญเข้า “กลุ่มไลน์” อ้างเป็นบริษัทที่ชื่อว่า E-SHIPING.SHOP ซึ่งไม่มีอยู่จริง จากนั้นจะให้คุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่อุปโลกน์ขึ้น หลอกเสนอขายแผนโปรแกรมหลายๆแบบ เช่น การท่องเที่ยว การแต่งงาน แล้วหลอกให้โอนเงินร่วมลงทุนตามแผนงานต่างๆเหล่านั้น เหมือนหลอกให้ทำภารกิจ อ้างว่าเมื่อโอนเงินมาแล้วทำภารกิจเสร็จจะได้เงินคืนมากกว่าเดิมนอกจากนี้ยังพบว่า ภายในกลุ่มไลน์ดังกล่าวจะมีเหยื่ออยู่ในกลุ่มเพียงคนเดียว ที่เหลือจะเป็นหน้าม้า มีการลงภาพสลิปการโอนเงินทำทีว่าได้รับเงินจริง แต่แท้จริงเป็นสลิปปลอม เมื่อเหยื่อเห็นว่าคนในกลุ่มได้รับเงินโอนจริงจะเกิดความโลภและยอมโอนเงินลงทุนในที่สุด เมื่อเหยื่อโอนเงินแล้วจะทำทีแสดงข้อมูลโชว์ยอดรายได้ให้เหยื่อเห็น แต่เมื่อเหยื่อต้องการถอนเงิน จะไม่สามารถถอนได้ อ้างว่าทำผิดวิธี และจะชักชวนให้ลงทุนเพิ่มไปเรื่อยๆสำหรับรูปแบบการวางระบบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้เป็นรูปแบบเดียวกับหลายๆแก๊งที่ตั้งออฟฟิศอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่กลุ่มนี้สามารถรวบรัดระบบต่างๆไว้ในห้องห้องเดียวด้วยคอมพิวเตอร์เพียง 3 เครื่อง ใช้คนจัดการเพียง 4 คน มีการทำระบบหลังบ้าน, ระบบการแบ่งห้องไลน์สนทนา, ระบบแถว 1 ที่การชักชวนเหยื่อ, การปลอมสลิปด้วยเทมเพลตในโปรแกรม Photoshop และอีกหลายขั้นตอน บ่งบอกถึงประสบการณ์และความเข้าใจในการทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอย่างดีจากการสอบสวน น.ส.คณิณัช หรือแฟง จิรโชควนิช ให้การว่าเคยเป็นพนักงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา มีความชำนาญมาก มีความรู้ระดับอาจารย์ ตอนอยู่กัมพูชาทำยอดเงินได้เดือนละเป็น 100 ล้านบาท ยอมรับว่าตัวเองคนเดียวสามารถทำงานได้เหมือนคนหกคนในเวลาเดียวกัน เมื่อทำไปเรื่อยเกิดความรู้สึกที่ว่า ทำไมจะต้องไปทำเพื่อรับเปอร์เซ็นต์จากบอสชาวจีนแค่ 3% เกิดความโลภคิดอยากทำเองเพื่อจะได้รับเงินเต็มๆ ได้แอบเก็บข้อมูล รูปแบบ สคริปต์ต่างๆของชาวจีน และเลือกรูปแบบที่คิดว่าสมบูรณ์แบบเก็บติดตัวไว้ ก่อนเดินทางกลับมายังประเทศไทยเมื่อ ก.ย.65 และจ้างให้โปรแกรมเมอร์คนไทยที่อยู่ในประเทศกัมพูชา เขียนโปรแกรมให้ในราคา 60,000 บาท แล้วร่วมกับพวกที่อยู่ในห้องอีก 3 คน ทำด้วยกัน ส่วนแบ่งรายได้ ตนจะได้ 30%, นายสุพรพงษ์ แฟนหนุ่ม จะได้ 30%, น.ส.สิริธรจะได้ 20% และนางสาวทิพวรรณจะได้ 20% หวังไว้ว่าจะเป็นผู้ก่อตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของคนไทยเจ้าแรก และจะเป็น Start Up ขยายกิจการในประเทศไทย แต่ทำได้ 2 เดือนก็มาถูกจับ ได้เงินมาประมาณ 5 แสนบาทเท่านั้นส่วนนายสุพรพงษ์ หรือแบงค์ ปัญญาไว ให้การว่า เป็นพนักงานอยู่ในเว็บพนันชื่อว่า UFABET 168.net มีเจ้าของเป็นชายไทย ตอนอยู่ที่กัมพูชา ได้รู้จักและเป็นแฟนกับ น.ส.คณิณัชด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้มีความน่ากลัว เพราะทั้ง 4 ถือเป็นต้นเชื้อ เป็นระดับหัวกะทิ ที่นำความรู้ความสามารถจากการเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน กลับมาตั้งต้นทำในประเทศไทย จะขยายผลต่อไปจนถึงที่สุดปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมได้อย่างทันท่วงที เกิดจากการวางรากฐานวางระบบไว้อย่างดีของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สมัยยังดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. เป็นหัวเรือทำสงครามกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาเป็นเวลาหลายปี ขอฝากประชาสัมพันธ์ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากคนร้ายกลุ่มนี้ สังเกตจากภาพอวตารที่ใช้หลอก แจ้งข้อมูลมาที่สายด่วน 1441 ตำรวจไซเบอร์ หรือศูนย์ ศปอส.ตร. 08-1866-3000 ผู้เสียหายสามารถแจ้ง ความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.thaipolice online.com และขอเตือนคนไทยที่ว่างงานอยู่ และกำลังตัดสินใจไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่ไปแล้วเป็น call center เมื่อใดที่ไปเข้าร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว คุณจะกลับประเทศมาเยี่ยงอาชญากร มิใช่เหยื่อ”