เรื่องเล่าที่ 63 ในหนังสือเรื่องคมๆความหมายชวนคิด (สุริยเทพ ไชยมงคล สำนักพิมพ์อินสไปร์ พ.ศ.2553) ชื่อเรื่อง พระพุทธรูปสององค์วัดแห่งหนึ่งมีพระพุทธรูปพระศรีอาริยเมตไตรยประดิษฐานอยู่ตรงทางเข้าหน้าวัด คอยยิ้มรับพุทธศาสนิกชนที่มาสักการบูชา ส่วนที่หลังวัดไกลผู้คนมีพระพุทธรูปโพธิสัตว์เหวยถัวพระพักตร์ดำ พระโอษฐ์ดำพระศรีอาริยเมตไตรย พระพักตร์ยิ้มแย้มแจ่มใสดูมีความสุข เรียกผู้คนหลั่งไหลกันสักการบูชา แต่ท่านก็เอาแต่ยิ้มลูกเดียว ไม่ได้สนใจอะไร ทั้งยังหลงๆลืมๆ ไม่ดูแลบัญชีการเงินวัดเอาเสียเลยแต่โชคดีที่ยังมีพระโพธิสัตว์เหวยถัว พระพักตร์ดำ พระโพธิสัตว์องค์นี้เคร่งครัดการเงินการบัญชี ดูแลเงินบริจาคไม่ให้รั่วไหล...โบสถ์วิหารวัดชำรุดผุพัง ท่านก็มีเงินไปซ่อมแซมให้เรียบร้อยเมื่อวัดทั้งวัดดูดี มีสองพระโพธิสัตว์ องค์หนึ่งยิ้มเรียกแขกเข้าวัด อีกองค์ดูแลจัดเก็บเงินบริจาค จัดการเงินวัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด วัดที่มีศรัทธาสมดุล จึงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟตะเกียง กลิ่นธูปควันเทียนตลบอบอวลชาวบ้านแห่แหนกันเข้ามากราบไหว้ไม่ขาดแต่ไม่ค่อยมีใครจะรู้เรื่องในอดีตของวัดนี้กันดีนักเดิมที พระศรีอาริยเมตไตรยท่านก็ยิ้มรับแขกของท่านอยู่ที่วัดหนึ่ง พระโพธิสัตว์เหวยถัวท่านก็นั่งสมาธิหน้าดำคร่ำเคร่งของท่านอยู่อีกวัดหนึ่ง แต่ผลทั้งสองวัดต่างก็มีปัญหา คนละปัญหาวัดพระศรีอาริยเมตไตรย แม้ท่านยิ้มรับญาติโยมเข้าวัด แต่ท่านก็เอาแต่ยิ้ม ปล่อยให้เงินวัดรั่วไหล เงินบริจาคน้อยลงๆ จนสุดท้ายแทบไม่มีเอาไปซื้อน้ำมัน และซื้อธูปเทียนมาสำรองให้ญาติโยมส่วนวัดพระโพธิสัตว์เหวยถัวมีปัญหาอีกแบบ ท่านไม่เพียงหน้าดำปากดำ วันๆไม่ยอมยิ้มรับญาติโยม ท่านยังไม่อยากสุงสิงกับเรื่องอะไร เอาแต่นั่งสมาธิทำหน้าดำๆพูดสองคำ ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติตรงญาติโยมจึงขาดศรัทธา จากที่เคยเข้าวัดก็เริ่มขาดหายและที่สุดก็แทบไม่มีคนเข้าวัดสถานการณ์ของสองวัดจึงคล้ายกัน คือวัดแรกขาดทุนกำไร วัดที่สองไม่มีทุนพระพุทธเจ้าท่านรู้ต้นเหตุปัญหา ท่านจึงบัญชาให้สองพระโพธิสัตว์มาอยู่เสียในวัดเดียวกันวางตำแหน่งให้พระศรีอาริยเมตไตรยหน้ายิ้ม ยิ้มรับแขกหน้าวัด ให้พระโพธิสัตว์เหวยถัวนั่งหน้าดำนับเงินบริจาคอยู่หลังวัดนับแต่นั้นวัดฟื้นคืนรุ่งเรืองเฟื่องฟู มีพุทธศาสนิกชนหลามไหล เข้ามากราบไหว้ไม่ขาดสายเหมือนเดิมเรื่องเล่าพระพุทธรูปสององค์จบลงตรงนี้แหละ อย่าลืมนะครับ นี่เป็นเรื่องเล่า ซึ่งน่าจะมีฉากอยู่ในวัดมหายานของบ้านเมืองไกลออกไปเพราะหากเป็นวัดเถรวาทแบบไทยๆ พระพุทธเจ้าของเราเสด็จดับขันธปรินิพพานไปกว่าสองพันห้าร้อยปีที่แล้ว ยังเหลือเวลาอีกเกือบสองพันห้าร้อยปีที่พระศรีอาริยเมตไตรยจะมาโปรดข้อดีของเรื่องเล่าเรื่องนี้ก็คือ เป็นบทเรียนสอนใจให้รู้ว่า การแยกวัด แยกสมภารที่เก่งคนละด้าน ออกไปจากกันนั้น ไม่ว่าในเรื่องเล่า หรือเรื่องจริง ผลที่ออกมาก็คือความบรรลัยสถานเดียวคนในพรรคการเมืองเก่า พรรคการเมืองเก่า ที่เพิ่งแตกจากกันนั้น อย่าเพ้อ อย่าฝันไกลไปนักเลย จะให้มีอะไรๆมากมายเหมือนเดิมๆ ยากนักหนาเทียวละพ่อคุณ.กิเลน ประลองเชิง