คำว่า “ฟ้า” มีความหมายหนึ่งในบางบ้านเมือง แต่ใน “พิชัยยุทธ์ซุนวู” ฉบับหัวซาน (หัวซาน เขียน ชาญ ธนประกอบ แปล/เรียบเรียง โพสต์บุ๊คส์ พ.ศ.2562) หากนักการทหารพูดถึงฟ้า น่าจะมีความหมายสามชั้น1 สถานการณ์ใหญ่ของแผ่นดิน คล้อยตามฟ้า และสอดคล้องกับความต้องการของคน2 ที่เรียกกันว่า ตกค่ำดูดาว ดูเมฆ ดูสภาพอากาศ เผากระดองเต่าเสี่ยงทาย3 ฤดูกาลทั้งสี่ พยากรณ์อากาศอาศัยลมฟ้าอากาศที่เป็นคุณต่อฝ่ายตน เป็นเงื่อนไขในการทำสงครามสถานการณ์ชั้นที่ 1 เป็นสถานการณ์ใหญ่ ยุทธศาสตร์ใหญ่ กำหนดไว้แล้วก่อนออกทัพสถานการณ์ชั้นที่ 3 ตรงกับพิชัยยุทธ์อู๋ฉี่ ที่กล่าวถึงลมแรงจัด หนาวจัด ร้อนจัด ซึ่งให้ปรับตัวเข้ากับลมฟ้าอากาศ ใช้สภาพธรรมชาติเป็นอาวุธ เช่น การโจมตีด้วยไฟต้องอาศัยลม ขึ้นอยู่กับลมฟ้าอากาศในขณะนั้นย้อนถึงสถานการณ์ชั้นที่ 2 อธิบายไว้มากที่สุด แต่ในความเป็นจริงเหมือนโฆษณาชวนเชื่อ คนพูดเองไม่เคยเชื่อ ตัวอย่างจากเรื่องเล่าสองเรื่องต่อไปนี้เรื่องแรก..กษัตริย์โจวอู่หวังยกทัพปราบโจ้ว (ทรราชวงศ์ซาง) ตั้งทัพที่ภูเขาก้งโถว ริมแม่น้ำซื่อ วันนั้นพายุฝนกระหน่ำฟ้าคำรามก้อง ธงประจำทัพและกลองศึก ถูกลมพัดหักโค่น ทหารรักษาพระองค์บนรถศึกตกใจขวัญหนีดีฝ่อเจียงไท่กง กล่าวว่า “อันการศึกนั้น คล้อยตามฟ้า ใช่ว่าจะเป็นมงคล ขัดกับฟ้าใช่ว่าจะอัปมงคลเสมอไป หากขาดการบริหารคน จักทำให้สามเหล่าทัพพินาศอนึ่งที่ว่า วิถีฟ้า ภูตผีแลเทพยดา มองไม่เห็นฟังไม่รู้ ดังนั้นผู้ทรงปัญญาจึงมิทำตาม แต่ผู้โง่เขลาเอาด้วยบัดนี้ ท่านอ๋องใช้สอยผู้มีความรู้ความสามารถ กระทำการตามจังหวะเวลา จึงเป็นผู้ปฏิบัติการที่ราบรื่น โดยมิต้องดูฤกษ์ยาม และไม่ต้องเสี่ยงทายแต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องอธิษฐาน โชคชัยจะมาเอง” ว่าแล้วก็สั่งเดินทัพต่อแต่โจวกงคัดค้าน “ฤกษ์เวลานี้ ขัดกับไท่ส่วย การเผากระดองเต่าเสี่ยงทาย ปรากฏว่าอัปมงคล ดวงดาวพยากรณ์ก็แสดงว่าเป็นลางร้าย โปรดถอนทัพเถิด”เจียงไท่กงโกรธ กล่าวเกรี้ยวกราดว่า “บัดนี้โจ้วประหารปี่กวน (ขุนนางตงฉิน) จับจีจื่อ (ขุนนางอีกคนของกษัตริย์โจ้ว) ไปขัง ใช้คนถ่อยเช่นเฟยเหลี่ยน บริหารราชการแผ่นดิน ไปตีมันจะผิดอย่างไรพวกหญ้าฟางซากกระดูกสัตว์ที่ใช้ทำนายเสี่ยงทาย จะเชื่อได้อย่างไร”กล่าวแล้วเจียงไท่กงให้เอาหญ้าฟาง กระดูกเต่า เครื่องเสี่ยงทายไปเผาทิ้ง แล้วนำหน้าเดินทัพต่อจนโค่นกษัตริย์โจ้วสำเร็จเรื่องที่ 2 หลิวอวี้ล้อมเมืองก่วงกู้ของมู่หรงเชา จะสั่งตีเมือง บรรดานายทัพพลิกดูปฏิทินโหราศาสตร์ วันนั้นเป็นกาลกิณี ระบุว่า ไปตาย จึงพากันไปคัดค้านว่า “ตีไม่ได้”หลิวอวี้ กล่าวว่า “ไปตาย ไปตาย ข้าไปมันตายไงเล่า มงคลยิ่ง ไปได้” และแล้วจึงตีเมืองก่วงกู้แตกดังนั้น เมื่อคนจีนพูดถึงฟ้าอำนวย ก็หมายถึงคนทั่วแผ่นดินสามัคคีกัน พูดถึงคนสามัคคี ก็หมายถึงพวกพ้องตนเองสามัคคีกันคำว่าฟ้าของนักการทหาร คืออุตุนิยมวิทยาการทหาร ส่วนการดูดาว ดูเมฆ ดูซี่เสี่ยงทาย เผากระดองเต่า เป็นงานโฆษณาชวนเชื่อ ผู้ก่อการแผ่นดิน ไม่ควรเชื่องมงายเด็ดขาดผมจงใจคัดลอกเรื่องเมื่อฟ้าเป็นใจมาเล่าต่อ ก็เพื่อจะบอกผู้นำสมัยใหม่ เรื่องกำหนดวันเวลาและฤกษ์ยาม รวบรวมไพร่พลตั้งเป็นกองทัพรบชิงเมืองรอบใหม่ ทำเพื่อขวัญกำลังใจนั้นทำได้..แต่อย่าไปเชื่อดูหัวจิตหัวใจนักรบไพร่พลให้ลึกซึ้งถึงกึ๋นน่าจะดีกว่า เขามากันเพราะศรัทธา หรือเพราะเงินหากมาเพราะเงินก็อย่าเผลอนั่งเพ้อว่า ถึงเวลารบแล้วจะชนะ ปลาน้อยใหญ่ที่ขุดบ่อล่อมา ใช่ว่าจะเป็นปลาดีเสมอไป.กิเลน ประลองเชิง