“จอดำ” ประจานผลงาน “โบดำ” ทำไปทำมาประชาชนชาวไทยกำลังจะกลายเป็นพลเมืองโลกตกสำรวจที่อดดูถ่ายทอดสดมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ฟังจากมือดีลของการกีฬาแห่งประเทศไทย สะท้อนอารมณ์ต้องทำใจ โบ้ยฟีฟ่าโก่งราคา โทษนายหน้าฟันกำไร โทษกฎหมายไม่เอื้อให้ โทษเอกชน หลบกันหมดแต่ไม่โทษตัวเองที่ช้าเป็นเต่าพิการ ภาครัฐหมดปัญญาจัดการเรื่องค่าลิขสิทธิ์ ในเวลาที่กระชั้นเหลืออีกไม่กี่วันจะเปิดสนามโม่แข้งกันในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้เอาเป็นว่า ถ้าคนไทยไม่ได้ดูถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 ต้องนั่งมอง อิจฉาคนสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม แม้กระทั่งกัมพูชา ลาว กันตาปริบๆสภาพไม่รู้ว่า ประเทศเราอยู่ตรงไหนในพื้นที่หลังเขาของอาเซียนตอกย้ำสถานภาพเครดิตในเวทีนานาชาติที่ไทยแลนด์ถอยหลังลงคลองเข้าไปทุกทีและมันก็เป็นคำตอบที่ล้อไปกับสถานการณ์อีกด้านหนึ่ง เวทีเอเปกที่กรุงเทพฯ ถูกเมินจากผู้นำแถวหน้าของโลก โดยเฉพาะประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” แห่งสหรัฐอเมริกา ที่ตระเวนทั้งอาเซียนซัมมิตที่กัมพูชา จี 20 ที่ประเทศอินโดนีเซียแต่ไม่แวะมาประเทศไทยทั้งที่อยู่ในเส้นทางเดียวกัน ณ วันที่รัฐบาลไทยยังไม่ชัดเจนเลยว่าจะชูธงประเด็นเศรษฐกิจอะไรเป็นหลักบนเวที เห็นมีแต่เรื่อง “แมวนวล” กับอาหารมิชลิน 5 ดาวมั่วกันไปยันดราม่า “ปลากุเลา” โวยวายกันเรื่องปลาเค็มในขณะที่ทั่นผู้นำอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ก็ตั้งท่าประจันหน้ากับม็อบต้านรัฐบาลที่จ้องป่วนประชุมเอเปกแกว่งกระบองขู่พวกกล้าลองของ ดิสเครดิตสะท้อนอาการผู้นำทหารเฒ่าที่ไม่ถูกจริตกับม็อบ แหยงฝ่ายต่อต้านทำขายหน้าสถานะของประเทศไทยในเวทีนานาชาติอยู่ในภาวะล่อแหลมเต็มทียิ่งถ้าฟังจากคนมีประสบการณ์ในเวทีสากลสูงๆอย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคสร้างอนาคตไทย ถือโอกาสพูดผ่านเวทีปาฐกถาที่งานของสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ส่งสัญญาณไปถึงทั่นผู้นำอย่าให้เวทีเอเปกที่กรุงเทพฯเป็นแค่การแวะกินข้าวเย็นก่อนกลับของเหล่าผู้นำโลก แนะเชิงรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศต้องเตรียม สคริปต์แหลมๆคมๆให้นายกรัฐมนตรี ในการนำเสนอประเด็นบนเวที ประคองสถานะผู้นำชาติอาเซียน อย่าปล่อยให้ประเทศไทยอยู่นอกสายตาของมหาอำนาจ ถูกมองข้ามทั้งจากสหรัฐอเมริกา และจีนแผ่นดินใหญ่ในสภาพที่ไทยแลนด์กำลังตกไปอยู่ลีก 2 เหมือนฟุตบอลตกชั้นตามเงื่อนไขสถานการณ์กำลังโดนอินโดนีเซีย เวียดนาม ปาดหน้าแย่งชิงความเป็นเบอร์ต้นๆของอาเซียนไปครอบครองแทนในเกมแบบที่ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ของอินโดนีเซีย แสดงบทบาทได้อย่างโดดเด่น จากเกมการต่างประเทศที่เดินสายพบปะกับผู้นำชั้นแถวหน้าของโลก จนทำให้ผู้นำของยักษ์ใหญ่ ทั้ง “โจ ไบเดน” แห่งสหรัฐฯ และ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน ต้องยอมเดินทางมาคุยแบบเจอหน้ากันถึงอินโดนีเซียแม้แต่นายกฯฮุน เซน ของกัมพูชา ก็แสดงบทบาทได้โดดเด่นในเวทีอาเซียนซัมมิต ดร.สมคิด ไม่ได้พูดตรงๆ แต่มันคือโจทย์การบ้านข้อใหญ่ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการรักษาสถานะประเทศไทยอยู่ในอันดับต้นๆของอาเซียน ไม่ให้ตกสำรวจในสายตามหาอำนาจโอกาสสำคัญที่อยู่บนเวทีประชุมเอเปกที่กรุงเทพฯแน่นอน มันคือข้อเสนอแนะบนพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ผู้นำรัฐบาลควรต้องรับไปพิจารณา ตามสถานะของประธานที่ปรึกษา พรรคสร้างอนาคตไทย ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใดแต่เป็นความห่วงใยด้วยความปรารถนาดี คิดอย่างผู้มีประสบการณ์บนพื้นฐานผลประโยชน์ของประเทศไทยโดยส่วนรวม.ทีมข่าวการเมือง