หลังจากซุ่มเงียบวางแผนขับเคลื่อนการทำงานมา 1 เดือนเต็มล่าสุดคุณอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ได้นำรองอธิบดีและตัวแทนทุกสำนักทุกกอง มาจัดกิจกรรม “พช.พบสื่อมวลชน” ร่วมกันให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับแนวทางการทำงานของ พช.ในปีงบประมาณ 2566 ด้วยเหตุผลว่า การทำงานแบบบูรณาการจะต้องมี 7 ภาคีการพัฒนาคือ ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อสารมวลชน ซึ่งถือเป็นหนึ่งส่วนสำคัญที่จะช่วยสื่อสารสร้างความเข้าใจไปสู่ทุกภาคส่วนคุณอรรษิษฐ์กำหนด วิสัยทัศน์ของ พช.ในปี 2566–2570 ว่า “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งตอบโจทย์ SDGs Goal หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติได้ด้วยในฐานะที่เคยเป็นรองอธิบดี พช.มาก่อน คุณอรรษิษฐ์จะสานต่อความสำเร็จที่เคยมีและต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุดนับตั้งแต่การตั้งเป้า ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 878 ตำบลทั่วประเทศ เฉลี่ยอำเภอละ 1 ตำบล เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาผู้นำ ส่งเสริมการออมและทักษะการบริหารจัดการทางการเงิน ส่งเสริมเครือข่ายศูนย์ผู้นำจิตอาสาฯ กิจกรรมพื้นที่ต้นแบบโคก หนอง นา โมเดล รวมถึงส่งเสริมให้แต่ละครัวเรือนปลูกผักสวนครัวอย่างน้อย 10 ชนิดช่วงโควิดระบาดหนักๆ คุณสุทธิพงษ์ จุลเจริญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง อธิบดี พช. ได้ส่งเสริมให้ชาวบ้าน ปลูกผักกินเอง เพื่อลดรายจ่าย ผ่านกิจกรรม “ปลูกพืช ปลูกผัก ปลูกรักกับ พช.” กินอาหารเป็นยา ดีกว่ากินยาเป็นอาหาร ปลูกฝังวิถีชีวิตสร้างความเข้มแข็งระดับครัวเรือน แม้ชาวบ้านขาดรายได้ก็ยังมีผักที่บ้านให้กินนอกจากนั้นยังมี โครงการประชารัฐรักสามัคคี ที่ คุณอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อดีตอธิบดี พช. ได้วางรากฐานไว้เป็น กิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE) ในรูปแบบบริษัทประชารัฐฯจังหวัด เน้น 3 เรื่องหลัก การเกษตร สินค้าแปรรูป และ การท่องเที่ยว ตามบริบทของชุมชนที่แตกต่างกัน ส่วนเรื่อง สินค้าโอทอป ก็มีทั้งพัฒนาผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และพัฒนาช่องทางการตลาด ตอนเจอโควิดเล่นงานมีการส่งเสริมช่องทางจำหน่ายออนไลน์ร่วมกับช้อปปี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการสร้างรายได้ในช่วงที่ไม่สามารถจัดงานแสดงสินค้าได้ตอนนี้สถานการณ์โควิดคลี่คลายลง การจัดงานใหญ่ต่างๆกลับมาแล้ว งานโอทอปซิตี้ โอทอปศิลปาชีพฯ โอทอปมิดเยียร์ โอทอปภูมิภาค โอทอปสองแผ่นดินจะกลับมากระหึ่มอีกครั้ง และในการประชุมเอเปกสัปดาห์นี้ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ รัฐบาลได้จัดเตรียมผลิตภัณฑ์โอทอปมอบเป็นของที่ระลึกแก่ผู้นำเอเปกด้วยอีกโครงการที่โดดเด่นมากคือ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ก่อให้เกิด ดอนกอยโมเดล ซึ่งเป็นกลุ่มผ้าทอต้นแบบของ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ที่พัฒนาคุณภาพผ้าของชุมชนให้มีสีสันหลากหลาย เกิดเป็นลวดลายใหม่และดีไซน์ทันสมัย สร้างแบรนด์จนเป็นที่รู้จัก สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน และต่อยอดการเป็นโครงการต้นแบบที่ยั่งยืน ยอดจำหน่ายผ้าในโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ระหว่างเดือน ม.ค.2564–ต.ค.2565 มีมูลค่ากว่า 32,118 ล้านบาท ขณะที่การส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทยภายในกระทรวงมหาดไทยก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี สังเกตได้หากไม่ใช่วันที่ต้องแต่งเครื่องแบบ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จะสวมใส่ผ้าไทยมาทำงานกันมากขึ้นการรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยทำให้มีเม็ดเงินไปถึงชาวบ้านอาชีพทอผ้าอย่างทั่วถึง สินค้าโอทอปเกือบทุกประเภทได้รับผลกระทบจากโควิดทำให้ยอดขายลดลง แต่ผลิตภัณฑ์ผ้ายังสามารถสร้างยอดขายได้มหาศาล เพราะทัศนคติต่อผ้าไทยที่เปลี่ยนไป การทอผ้าใส่สีสันสดใสขึ้น ลวดลายประยุกต์ รูปแบบทันสมัย มีหลายระดับราคา หาซื้อง่าย จำหน่ายผ่านออนไลน์ก็มีของดีเหล่านี้ควรค่าแก่การสานต่อ และต่อยอดยกระดับให้เกิดประโยชน์โพดผลยิ่งขึ้น.ลมกรด