ผมมีเรื่องฝังใจกรุงเทพสมัยอั้งยี่สองแซ่ทำสงครามแย่งกรรมกร รบกันสามวัน ที่ถนนตก ทางการส่งทหารบกขึ้นรถรางไปทางบก ทหารเรือไปทางน้ำจู่โจมกระหนาบ จับอั้งยี่ผูกผมเปียเดินมาเป็นพวงๆ เอาตัวมาขังไว้ที่กระทรวงกลาโหมเปิดหนังสือ ศาลไทยในอดีต (ประยุทธ สิทธิพันธ์ เขียน) จึงสะดุดโครมใหญ่ เรื่อง ไทยไว้ผมเปียเรื่องเดิมมีว่า ปี 2401 รัชกาลที่ 4 ทางราชการได้ออกประกาศให้ราษฎรทั้งจีนและไทย ทราบทั่วกันว่า ปีนี้เป็นปีกำหนดที่จะให้ผูกปี้จีนเกณฑ์ บรรดาคนจีนที่ไม่ได้สัก ไม่มีจำนวนในทะเบียนหางว่าว กรมพระสัสดีนั้นเกณฑ์ให้ทำการพระนครกันคนละเดือน ถ้าไม่ทำก็ย่อมจะต้องเสียเงินคนละตำลึง กับค่าฎีกาสลึงหนึ่งทุกคนถ้าจีนคนใดจะไม่ให้ผูกปี้ที่ข้อมือ จะขอถือแต่ฎีกาเปล่า ให้เสียเงินช่วยราชการตำลึงกึ่ง ค่าฎีกาสองสลึงถ้าจีนผู้ใดผูกปี้ปลอมรับปี้คนผู้ฉ้อผู้ลัก จับได้ให้ปรับ 10 ต่อ เป็นเงินสิบตำลึง ผู้ทำตราไปหลอกคนอันทำปี้ให้ หรือผู้แกะตราปลอม ชำระได้ความเป็นสัตย์จะต้องรับพระราชอาญา 50 ทีแล้วส่งตัวไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้างคำประกาศเรื่องนี้ เป็นเหตุให้คนไทยหลายคน แปลงร่างแปลงศีรษะ (ไว้ผมเปีย) ให้คล้ายจีน ทางการก็รู้เท่าทัน จึงมีคำประกาศต่อมาไทยมิใช่จีนสูบยาฝิ่น (เป็นอันว่าขี้ยาไทยนี่เอง) ไว้ผมเป็นจีนเพื่อจะให้พ้นจับนั้น แต่ก่อนให้ประกาศไว้ว่า ถ้ายังไม่ได้สัก ให้เสียเงินผูกปี้ปีละ 5 ตำลึง สามปีเป็นเงิน 15 ตำลึง ค่าฎีกาสามตำลึงแต่ที่สักแล้วนั้นให้เสียคนละตำลึงกึ่ง ค่าฎีกาสลึงเฟื้องแลในปีเถาะ สัปตศกนั้น พวกไทยสูบยาฝิ่นไว้เปียเป็นจีนนั้น ติดเกะกะเกลียดโกงไปเป็นอันมาก ผู้ที่ยอมเสียเงินสิบห้าตำลึง แลตำลึงกึ่งตามประกาศนั้นน้อยตัวเพราะฉะนั้น ในคราวผูกปี้ครั้งนี้ ทรงพระมหากรุณาสั่งว่า คนไทยสูบยาฝิ่นพวกนั้น ซื่อตรงต่อพระราชบัญญัติ ทำตามโดยง่ายไม่คิดออดแอด คิดล่วงหน้าถือว่ารู้เท่ารู้ทัน ทรงยินดีแก่พวกนั้นที่ได้สารภาพตัว ยอมไว้เปียเป็นจีน แล้วเสียเงินผูกปี้ตามบังคับไป เต็มตามคำประกาศและครั้งนี้โปรดเกล้าฯสั่งว่า ให้เสียเงินแค่ห้าตำลึงเท่านั้น ตำลึงหนึ่งยกพระราชทานให้เป็นรางวัลถ้าคนที่โปรดในครั้งนี้ให้เสียเงินแค่ห้าตำลึงเท่านั้น ถ้าไม่ยอมเสียเงินก็ให้ทำเอง หรือจ้างคนแทนตัว จ่ายให้ราชการ 100 วัน คนที่สักแล้วจะต้องเสียเงินกึ่งตำลึงในครั้งนี้นั้น ถ้าไม่ยอมเสียเงินก็ให้รับจ่ายใช้ราชการแต่สิบวันคนอื่นที่หลบลี้หนีแลผิดเพี้ยนออดแอดไปตามความตรึกตรองของคนที่ถือตัวว่าไม่เสียชาติที่เกิดมาเป็นเทวดากินอาหารทิพย์ มีสติปัญญามาก คิดเกลียดโกงไปต่างๆนั้น ไม่โปรดให้ลดแก่ผู้ใดเลยส่วนจีนทั้งปวง จงมารับผูกปี้โดยดีตามปกติ อย่าหลบลี้หนีเข้าไปในบ้านเรือนคนนอกประเทศ ให้ต้องติดตามตัวว่ากล่าวกันวุ่นวายไปถ้าจีนผู้ใดก่อเหตุให้มีความ จะต้องรับอาญาเจ้าพนักงานตามโทษานุโทษจบคำประกาศทางการสมัย ร. 4 แค่นี้ หลานจีนรุ่นเราๆ อ่านแล้วคงพอนึกภาพ รุ่นอาก๋งอาม้า รุ่นผูกปี้ เอาตัวรอดกันมาถึงวันนี้ได้อย่างไรหลานจีนรุ่นใหม่ ไม่ทำสงครามแย่งกรรมกรกันแล้ว แต่จำแลงแปลงร่างใหญ่เล่นเกม สงครามกลางเมือง หรือไม่เล่นเกมลิงกินกล้วย ชิงกันเป็นใหญ่ในสภา หนักบ้างเบาบ้างแล้วก็หวังลมๆแล้งๆ ทหารจะไม่ออกมาเป็นกรรมการห้าม เหมือนเมื่อครั้งห้ามศึกจีนแย่งกรรมกรที่ถนนตก จับผูกผมเปียเดินประจาน ให้เป็นที่อับอายขายหน้าถึงชาติตระกูลแซ่กันอีก.กิเลน ประลองเชิง