ในบรรดาพรรคขนาดกลางด้วยกัน พรรคที่น่าเห็นใจมากที่สุดในขณะนี้คือพรรคประชาธิปัตย์ เพราะประสบปัญหาเลือดไหลออกไม่หยุด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ประกาศต่อหน้าบรรดา ส.ส.ที่ไปให้กำลังใจ พร้อมต่อสู้อย่างเต็มที่ ต่อไปนี้จะรักษาศักดิ์ศรีพรรค โดยไม่เกรงใจ จะเอา ส.ส.กลับคืนมาให้มากที่สุดนายเฉลิมชัย ซึ่งมีตำแหน่งทางการเมือง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คนที่ดูด ส.ส. ประชาธิปัตย์ไปจะละอาย “ผมจะเอากลับมาทุกที่นั่ง” ขอให้ทุกคนสามัคคี การเมืองกำลังเข้มข้น หลังจากนี้จะเดินหน้าเต็มที่ วันเดียวกัน นายชัยชนะ เดชเดโช รองโฆษกพรรค ประกาศว่า ปชป.จะรับใช้ประชาชนชั่วฟ้าดินสลายปชป.เป็นพรรคที่เก่าแก่ที่สุด ของประเทศไทย ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2489 เกือบ 76 ปีแล้ว จึงมีประสบการณ์การเมืองอย่างโชกโชน เคยผ่านมาแล้วทั้งจุดที่สูงสุดและตํ่าสุด มีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา และเคยสร้างนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 คน เคยชนะเลือกตั้งได้ ส.ส.มากสุด 114 ที่นั่ง จากทั้งหมด 279 ที่นั่งนั่นคือผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2519 แต่ดวงการเมือง ปชป.ฟุบลงในการ เลือกตั้ง 2521 ได้ ส.ส.แค่ 33 ที่นั่ง เกือบสูญพันธุ์ใน กทม. ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญ แต่ ปชป.ก็สามารถประคับประคองตัวอยู่ได้ เพราะความเป็นพรรคที่ยืนหยัดต่อต้านเผด็จการ ต่อต้านการทุจริต และดูเหมือนจะเป็นพรรคเดียว ที่เคยประกาศพร้อมเป็น “ฝ่ายค้าน”จึงเชื่อว่าพรรค ปชป.จะไม่สะทกสะท้าน หรือหวั่นไหวในความขึ้นลง ของการเมือง และกระแสความนิยม แต่ ปชป.มีจุดอ่อนสำคัญอย่างหนึ่ง คือมีความเป็นประชาธิปไตยในพรรค จึงเกิดความแตกแยกบ่อยครั้ง เช่น เมื่อปี 2530 ที่มีการยกพวกไปตั้งพรรคประชาชน และหลังเลือกตั้ง 2562 มีระดับแกนนำแยกตัวไปหลายคนสาเหตุสำคัญของการแตกแยก เมื่อปี 2562 น่าจะได้แก่ ความเห็นต่างในพรรคก่อนการเลือกตั้ง ฝ่ายหนึ่งเห็นด้วย กับอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คัดค้านการสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร คสช. อีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุน ขณะนี้ความเห็นต่างเรื่องนี้ก็ยังดำรงอยู่ฐานเสียงสำคัญที่สุดของ ปชป.คือกรุงเทพมหานครกับภาคใต้ กับบางจังหวัดในภาคกลาง แต่ขณะนี้ “สูญพันธุ์” ใน กทม. จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ปชป.จึงต้องฟื้นฟูคะแนนนิยมใน กทม.ให้ได้ มิฉะนั้นอาจถูกมองเป็นพรรคของคนใต้ หรือ “พรรคสะตอ” กลายเป็นพรรคประจำถิ่น ไม่ใช่พรรคของคนไทยทั้งประเทศ.