ล่าระทึกสระแก้ว พ.อ.ทหารเขมรคลั่งควบรถจี๊ปแหกด่านข้ามชายแดนเข้าฝั่งไทย ไล่ตามสกัดได้กลางสี่แยกปิดล้อมเจรจาเกลี้ยกล่อมนานข้ามคืนยังไม่ยอมลงจากรถ จนรุ่งเช้าอีกวันเปิดประตูลงรถถือปืนสั้นเดินส่ายไปมา เจ้าหน้าที่ไทยไม่กล้าผลีผลามทำอะไรรุนแรงหวั่นกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พยายามเจรจารุกคืบเข้าประชิดตัว จนช่วงบ่ายอาศัยจังหวะเผลอจู่โจมเข้าชาร์จจับตัวไว้ได้ไม่มีการสูญเสีย เจ้าตัวยังเครียดจัดพูดคุยไม่รู้เรื่อง คาดปมเหตุจากปัญหาครอบครัวเหตุการณ์ระทึก ไล่ล่าปิดล้อมสกัดจับนายทหารเขมรคลั่งขับรถแหกด่านข้ามชายแดนเข้าไทยครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 5 พ.ย. พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ตม.ประจำด่านผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ว่ามีรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งยี่ห้อจี๊ป สีดำ ติดป้ายทะเบียนทหารกัมพูชา PICH.NIK ฝากระโปรงรถติดตราสัญลักษณ์ทหารกัมพูชา ขับแหกด่านจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยด้วยความเร็วโดยไม่ยอมหยุดรถให้ตรวจสอบและไม่ขออนุญาตเข้าประเทศไทย จากนั้นรถคันดังกล่าวขับหลบหนีไปทาง อ.วัฒนานคร หลังรับแจ้งประสานไปยัง พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว สั่งการให้ พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต ผกก.สส.ภ.จ.สระแก้ว นำกำลังชุดสืบสวนออกติดตามไล่ล่า พร้อมประสานงานกับ พล.ต.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.กกล.บูรพา จัดกำลังทหารร่วมปฏิบัติการต่อมาเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่าตรวจพบรถจี๊ปคันดังกล่าวบริเวณสี่แยกไฟแดง อ.วัฒนานคร นำกำลังเข้าปิดล้อมพร้อมทั้งใช้เครื่องกีดขวางดักสกัดไว้ แต่คนขับไม่ยอมลงมาจากรถ เจ้าหน้าที่หวั่นเกรงว่าในรถจะมีอาวุธจึงไม่กล้าผลีผลาม ได้แต่กระจายกำลังปิดล้อมไว้ตลอดทั้งคืน จนรุ่งเช้าวันที่ 6 พ.ย. พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว ตรวจสอบข้อมูลพบว่า คนขับรถคันดังกล่าวคือ พ.อ.ซก บานพอล อายุ 33 ปี นายทหารประจำกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา เกิดความเครียดจากปัญหาครอบครัวทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่งขับรถจากฝั่งกัมพูชาฝ่าด่านผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว เข้ามาในประเทศไทย จนถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อมสกัดไว้ได้พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว มอบหมายให้ พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน รอง ผบก.ภ.จ.สระแก้ว เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์เข้าเจรจากับ พ.อ.ซก ที่ยังไม่ยอมออกจากรถ การเจรจาไม่เป็นผล ต่อมา ผบ.กกล.บูรพา สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานประสานงานไทย-กัมพูชา ประสานไปยังสถานกงสุลใหญ่กัมพูชาประจำ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นำครอบครัวและญาติของ พ.อ.ซก มาช่วยเจรจา ยังไม่สำเร็จเช่นเดิมช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. พ.อ.ซก เปิดประตูลงมาจากรถในมือถือปืนพกสั้นลงมาด้วยทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยต้องหาที่หลบกำบังและพยายามเจรจาให้วางอาวุธ เจ้าตัวไม่ฟังเสียงใคร ยังคงเดินถือปืนส่ายไปมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ท่ามกลางความลุ้นระทึกของเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่สามารถเข้าไปควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจาก พ.อ.ซก มีอาวุธปืน อีกทั้งยังเป็นนายทหารกัมพูชา เกรงว่าหากทำอะไรรุนแรงเกินไปจะทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขึ้นได้กระทั่งเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่รุกคืบเข้าเจรจาประชิดตัว พูดจาหลอกล่อเบี่ยงเบนความสนใจก่อนจะฉวยจังหวะเผลอตัดสินใจจู่โจมเข้าชาร์จจับกุม พ.อ.ซก พยายามดิ้นรนขัดขืน กำลังเจ้าหน้าที่มีร่วมสิบนายช่วยกันล็อกตัวไว้ได้โดยไม่มีการสูญเสียหรือยิงต่อสู้ใดๆ ท่ามกลางความโล่งอกของชาวบ้านละแวกใกล้เคียง นำตัว พ.อ.ซก ไปตรวจร่างกายที่ รพ.วัฒนานคร ก่อนจะนำกลับมาสอบปากคำที่ สภ.วัฒนานคร เบื้องต้นเจ้าตัวยังพูดจาวกวนไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องรอผลตรวจจากแพทย์ว่ามีสารเสพติดหรือไม่ หลังสอบปากคำอย่างละเอียดแล้วจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปที่ สภ.วัฒนานคร ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รอง ผบช.ภ.2 แถลงรายละเอียดไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าชาร์จจับกุม พ.อ.ซกได้แล้ว ได้ตรวจยึดปืนพกสั้น 9 มม.พร้อมกระสุนปืน 17 นัด พนักงานสอบสวนจะตั้งข้อกล่าวหา 6 ข้อหา ประกอบด้วย หลบหนีเข้าเมืองต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานโดยมีอาวุธ ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว ทำให้เสียทรัพย์ คดีอาวุธปืน และทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว กรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันหลายท้องที่ ให้ สภ.วัฒนานคร เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ สำหรับมูลเหตุทราบว่า เกิดความเครียดจากเรื่องส่วนตัว ทะเลาะกับภรรยาที่ประเทศกัมพูชา จึงขับรถเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย เบื้องต้นตรวจไม่พบสารเสพติดหรือของมึนเมาในร่างกาย ขอชื่นชมการปฏิบัติงานของตำรวจ ภ.จ.สระแก้ว ที่ปฏิบัติตามยุทธวิธีโดยไม่มีการสูญเสีย เตรียมถอดบทเรียนเพื่อรับมือการก่อเหตุลักษณะดังกล่าวในอนาคตด้วย