ต้องรีบถอยมาครึ่งก้าว ตั้งหลักกันก่อนหลังที่ประชุม ครม. (25 ต.ค.) แก้ไขกฎกระทรวงมหาดไทย เปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดิน ที่อยู่อาศัยในไทยได้ง่ายขึ้น จนถูกสวดเสียงขรมว่า รัฐบาล “ขายชาติ”ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องเรียกทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลขึ้นไปหารือบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะมาถกกันต่อในวง ครม.ไม่มีการทบทวน เพียงแค่สั่งการให้ บีโอไอ และกฤษฎีกา ช่วยออกมาชี้แจงรายละเอียด เหตุผลที่ต้องออกมาตรการนี้มา“บิ๊กตู่” ยังไม่ถอดใจกับกระแสต้าน “ตัดแผ่นดินขาย”เป็นที่น่าสังเกตว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มักชอบใช้วิธีแก้กฎกระทรวง เพื่อทำนโยบายที่มีผลกระทบต่อสาธารณะ แม้บางเรื่องจะเสนอเป็นร่างกฎหมายเข้าสู่สภา แต่สุดท้ายก็มักถูกคว่ำโดยพรรครัฐบาลเองที่เห็นชัดๆก็ ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่ยังลูกผีลูกคนคาอยู่ในสภา ไม่รู้ว่าจะฝ่าด่านอรหันต์ไปได้หรือไม่แต่ก็ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 ไปก่อนแล้วด้วยข้ออ้างว่าเพื่อใช้ทางการแพทย์ แต่ก็ถูกหมอและบุคลากรทางการแพทย์ต่อต้านทั่วประเทศและทุกวันนี้เราได้เห็นผลกระทบแล้วว่า ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปด้านสันทนาการที่ยังเป็นข้อห้ามเพราะการส่งสัญญาณผิดๆ จากฝ่ายการเมือง เพียงเพื่อหวังคะแนนเสียง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมในระยะยาวล่าสุด ครม.มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. ...ปรับปรุงแก้ไขใบอนุญาต จากเดิมมีการกำหนดใบอนุญาต 2 ประเภท คือ การผลิตสุราแช่ชนิดเบียร์ และ สุรากลั่นชุมชนให้ยกเลิกการกำหนดจำนวนทุนจดทะเบียน และกำลังการผลิตขั้นต่ำ ดูเผินๆเหมือนว่ารัฐบาลจะปลดล็อก “เบียร์เสรี–สุราชุมชน”แต่ดูยังไงก็น่าจะแค่การแก้เกี้ยวทางการเมือง เพราะการออกมติ ครม. (1 พ.ย.) ปาดหน้าสภาที่จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า (2 พ.ย.) เพียงแค่วันเดียวซึ่งร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้านี้ เสนอโดย “เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล และคณะ ที่พยายามผลักดันเรื่องนี้มานานมันก็ไม่แปลกถ้า “ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะมองว่าเป็นเกมการเมืองล้วนๆ เป็นความจงใจของรัฐบาลต้องการคว่ำ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าด้วยระเบียบที่เพิ่มขึ้นมา โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรมโรงงาน เช่น บริวผับ (Brewpub) กฎกระทรวงฉบับใหม่ กำหนดให้ต้องเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ต้องมีเครื่องจักรมากกว่า 50 แรงม้า หรือคนงานมากกว่า 50 คนทั้งที่เดิม บริวผับขนาดเล็กที่มีเครื่องจักรน้อยกว่า 50 แรงม้า และคนงานน้อยกว่า 50 คน ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาต รง.4ทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ อาจทำให้รายย่อยหลุดออกจากตลาดไปอีกไม่ตอบโจทย์การปลดปล่อยอุตสาหกรรมสุราจากทุนผูกขาด ไม่ได้สนใจประชาชนแค่กลัวเสียหน้า กลัวขัดผลประโยชน์นายทุนเท่านั้น...เพลิงสุริยะ