ไม่จบเงื่อนไข หมดตู่ สู่ป้อม และการจับมือกับ เพื่อไทย ตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเดินทางสายนี้ต่อไปก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ที่จะเลือกพรรคการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีชื่อเป็นแคนดิเดตบัญชีนายกฯ เข้ามาให้มากที่สุดและพรรคการเมืองก็ต้องเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ ส.ส.และ ส.ว. โหวตในสภา และต้อง มีเสียง ส.ส.และ ส.ว. ลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ เกินกว่ากึ่งหนึ่งเป็นนายกฯด้วยเวลานี้มีการตั้งคำถามกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ได้แค่อีก 2 ปีถ้าได้รับเสียงข้างมากสนับสนุน ในขณะที่ เวลาครบ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ นับถอยหลังทุกวันกว่า จะมีการเลือกตั้ง กว่า จะตั้งรัฐบาลได้ ก็กินเวลาเกือบ 5 เดือน เหลือเวลาบริหารประเทศจริง ไม่ถึง 2 ปี เรื่องใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องหมดลุงตู่ สู่ลุงป้อม ปัญหาก็จะตามมาอีกบานตะไททั้งกระบวนการทางกฎหมาย กระบวนการในการบริหารประเทศ กระบวนการในรัฐสภา ที่สำคัญที่สุด คือชนวนวิกฤติการเมืองรอบใหม่เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ ที่จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแดนมิคสัญญีรอยต่อของเวลา ณ จุดนี้ นายกฯไม่ลาออก ไม่ยอมประกาศเลิกเล่นการเมือง ดึงดันจะเดินหน้าต่อไปอีก 2 ปี แล้วค่อยไปว่ากันอีกที ทิศทางการเมืองจะเปลี่ยนไปหรือไม่ โดยเฉพาะความหวาดระแวงว่าจะมีใครไปจับมือกับเพื่อไทยเป็นพันธมิตรจัดตั้งรัฐบาล นั่นหมายความว่า พันธมิตรฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไปตั้งนั่งร้านรอไว้แล้ว จะถูกเท ขนาดไหน รวมไปถึงสถานภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังลงจากหลังเสือแล้วจะปลอดภัยแค่ไหนการจับมือระหว่าง เพื่อไทย กับ พลังประชารัฐ ในการคว่ำวิธีการคำนวณคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หาร 500 ยิ่งทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มจะระแวงที่จะฝากอนาคตไว้กับ พี่ใหญ่ ต่อไปแม้จะมีแววว่าจะไม่สำเร็จแต่สร้างความระแวงสำเร็จไปแล้วถ้าเป็นกรณี การยุบสภา หลังประชุมเอเปก รัฐบาลยังเหลือเวลาการบริหารประเทศอีกหลายเดือนกว่าจะถึงเดือนมีนาคมปีหน้าที่สภาจะครบวาระ ไปยุบเอาใกล้ๆ เดือนมีนาคมปีหน้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้รักษาการนายกฯไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งยังมีโอกาสที่จะ ปรับ ครม. แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง การใช้จ่ายงบประมาณที่เป็นการผูกพันถึงรัฐบาลชุดหน้า ก็ทำได้ ยังมีโอกาสดิ้นเฮือกสุดท้าย ที่จะส่งนั่งร้านให้ถึงฝั่ง หรือมีความหวังที่จะเป็นนายกฯต่ออีกรอบ ยังมีโอกาสที่จะสร้างผลงานเรียกแต้มกลับคืนมาในช่วงโค้งสุดท้ายแต่ปัญหาที่เกิดจากสนิมเนื้อในยังไม่จบ จากยุทธการโค่นนายกฯในสภา จนถึงวันนี้กับคำพูดอย่างเปิดอกของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องทำหน้าที่บริหารประเทศอย่างแข็งกร้าว เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าได้ตามปกติ แม้ จะเสียเพื่อนไปก็ตาม แสดงว่าบาดแผลที่ลงลึก ระหว่าง เพื่อน พ้อง น้อง พี่ จนปัจจุบันยังไม่สะเด็ดน้ำและปัญหาก็น่าจะไปจบลงที่ว่าในจำนวน สาม ป. มี ป.ที่สี่ เข้ามาแทรกกลางและยังมี ป.ที่ห้า พยายามที่จะก้าวเข้ามาสู่วงจรอำนาจ หาก ป.ที่หนึ่ง และ ป.ที่สี่ ไม่สามารถจบปัญหา ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบต่อไป ป.ที่สองได้แต่มองตาปริบๆการเมืองไทยยังโคจรอยู่บนวงจรอุบาทว์วันยังค่ำ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th