ภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ที่ดีที่สุดอาจเกิดขึ้นเมื่อรวมความยาวคลื่นต่างๆเข้าด้วยกัน ด้วยแนวคิดนี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาหรือองค์การนาซา ได้นำภาพที่เผยแพร่ก่อนหน้าที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ มาซ้อนทับกับภาพการสังเกตการณ์วัตถุชนิดเดียวกันโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา หรือกล้องรังสีเอกซ์จันทรา Stephan's Quintet, Credit : NASAทีมนักดาราศาสตร์นาซาระบุว่า นอกจากความสวยงามแล้ว รูปภาพเหล่านี้ยังให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำงานภายในของปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ซับซ้อนที่สุดในจักรวาล โดยอธิบายว่าความยาวคลื่นแสงที่แตกต่างกันจะเผยให้เห็นข้อมูลประเภทต่างๆในจักรวาล กล้องโทรทรรศน์แต่ละตัวที่ปล่อยสู่อวกาศหรือเปิดการใช้งานบนภาคพื้นดิน สามารถนำเสนอหน้าต่างใหม่ในกระบวนการที่นักดาราศาสตร์ไม่เคยรับรู้ได้ เช่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ที่เน้นตรวจจับรังสีอินฟราเรด ซึ่งรังสีอินฟราเรดจะถูกปล่อยออกมาจากวัตถุที่อุ่นและทะลุผ่านเมฆก๊าซได้อย่างดีเยี่ยมโดยไม่ถูกดูดกลืนหรือกระจัดกระจาย กล้องเจมส์ เวบบ์จึงช่วยให้นักดาราศาสตร์มองเข้าไปในศูนย์กลางของเมฆฝุ่นหนาแน่น แบบที่ล้อมรอบดาวฤกษ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นใหม่ได้ ขณะที่กล้องรังสีเอกซ์จันทรามีหน้าที่ค้นหาและศึกษาแหล่งกำเนิดรังสีเอกซ์ จะชี้ให้เห็นว่ากระบวนการพลังงานสูงเหล่านี้ทำงานอย่างไร ตัวอย่างเช่น Stephan's Quintet ที่เป็นกาแล็กซี 5 แห่ง ก็ถูกมองเห็นได้อย่างน่าตื่นตะลึงจากกล้องรังสีเอกซ์จันทราและกล้อง โทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์.Credit : NASA