เมื่อวันที่ 27 ต.ค.65 ที่โรงแรมวรบุรี อยุธยา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา ได้เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจรบนทางหลวงหมายเลข 356 (ทางเลี่ยงเมืองอยุธยาด้านใต้) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่ปรึกษาชี้แจงว่า ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 356 สายบ้านหว้า-ปากกราน หรือถนนเลี่ยงเมืองอยุธยา เดิมเป็นทางหลวงเดิมขนาด 2 ช่องจราจร ไป-กลับ มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางหลวงหมายเลข 32 กม.14+700 อำเภอบางปะอินและไปสิ้นสุดที่ทางหลวงหมายเลข 347 กม.33+600 ในอำเภอพระนครศรีอยุธยา ระยะทาง 9.401 กม. ปัจจุบันการจราจรหนาแน่นและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมทางหลวงจึงได้ดำเนินการจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบถนนเลี่ยงเมืองอยุธยา เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นสำหรับรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการ 2 ส่วนหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.รูปแบบเกาะกลางถนน เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ไปกลับ เกาะกลางแบบกดเป็นร่อง (Depressed Median) มีความเหมาะสมมากที่สุด มีความปลอดภัยสูง อุบัติเหตุเกิดขึ้นน้อยจากการแบ่งแยกของเกาะกลาง 2.รูปแบบจุดตัดทางแยก ได้ออกแบบจุดตัดทางแยกรูปแบบจำนวน 3 แห่งดังนี้ 1.จุดตัดทางหลวงหมายเลข 356 กับทางหลวงหมายเลข 32 (จุดเริ่มต้นโครงการ) รูปแบบสะพานยกระดับแบบเชื่อมโยงโดยตรง (Directional Ramp) รองรับรถจากทางหลวงหมายเลข 356 เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 สามารถรองรับปริมาณรถที่ต้องการเลี้ยวขวาเข้า ทล.32 เพื่อไปกรุงเทพฯ ได้โดยตรง 2.จุดตัดทางหลวงหมายเลข 356 กับทางหลวงหมายเลข 347 (จุดสิ้นสุดโครงการ) รูปแบบสะพานยกระดับแบบเชื่อมโดยตรง (Directional Ramp) ระดับ 2 เป็นรูปแบบที่ไม่ใช้สัญญาณไฟจราจรควบคุมทางแยกใต้สะพาน 3.จุดตัดทางหลวงหมายเลข 356 กับถนนเทศบาลเมืองบ้านกรด รูปแบบสะพานยกระดับ (Flyover) ข้ามทางแยกและทางแยกวงเวียนระดับพื้นใต้สะพาน (Roundabout)นอกจากนี้ มีการออกแบบสะพาน 2 สะพานประกอบด้วย 1.สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ออกแบบเป็นสะพานแบบคานยื่นสมดุล โดยก่อสร้างสะพานเพิ่มอีก 1 สะพาน ขนาด 2 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร 2.สะพานข้ามทางรถไฟ ออกแบบโครงสร้างสะพานใหม่เป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงแบบหล่อในที่ ทั้งนี้ ที่ปรึกษากำหนดจัดการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการครั้งต่อไป เดือน มี.ค.2566 เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาในทุกด้านให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป.