สัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม อากาศย่างเข้าฤดูหนาว ในขณะที่สถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง น้ำเริ่มทรงตัวและค่อยๆลดระดับลง ตามจังหวะลดการระบายของเขื่อนหลัก ไม่มีน้ำฝนมาเพิ่มเริ่มเข้าสู่ภาวการณ์ฟื้นฟูความเสียหายแล้วในหลายๆพื้นที่โจทย์สถานการณ์ใหญ่ของรัฐบาลภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม จะต้องบริหารจัดการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยถือเป็นวิกฤติหนัก ทิ้งทวนในห้วงท้ายเทอมรัฐบาลตามอาการที่สังเกตได้หลังจากพ้นบ่วงปมนายกฯ 8 ปี “บิ๊กตู่” ดูจะสงบปากสงบคำ เลือกที่จะสงวนคำพูด โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการเมือง นัยว่า เน้นเฉพาะเรื่องบริหาร ใส่ใจกับปัญหาของชาวบ้านมากกว่าปรับลุคจากผู้นำปากไวใจร้อน เกือบจะเป็นคนละคนแน่นอน นอกจากเรื่องของความสมเหตุสมผลกับสภาพการณ์ปัญหาเฉพาะหน้า รัฐบาลต้องกู้ภาวะน้ำท่วมหนัก แต่อีกมุมหนึ่งมันก็เป็นจังหวะเด้งเชือกทางการเมืองผู้นำไม่ต้องการกระตุกปม ยั่วแรงเสียดทานโดยเฉพาะกับสถานการณ์ร้อนๆที่จ่อคอหอยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโจทย์โคตรยากว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่นับตามศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยังเหลือเวลาอีกแค่ 2 ปีไปต่อได้ไม่สุดทาง “บิ๊กตู่” จะหันหลังกลับ หรือตื้อไปต่อจนสุดซอยโดนจี้ถามบ่อยๆผู้นำก็ไปไม่เป็นเหมือนกันไหนจะเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีที่ค่ายประชาธิปัตย์ไล่บี้แล้วไล่บี้อีก จะขอปรับ ครม.แทนโควตา รมช.มหาดไทยที่หายไปให้ได้ไม่ยอมเสียโอกาสทองในการใช้ตัวช่วยเพื่อความได้เปรียบในเกมเลือกตั้งแต่นายกฯไม่อยากให้เกิดแรงกระเพื่อม เปิดช่องให้เสือ สิงห์ กระทิง แรด เพ่นพ่าน แบบที่เห็นอาการขยับภายในค่ายพลังประชารัฐ จ้องฉวยโอกาสเกมเปิดแย่งเก้าอี้ดนตรีตะโกนทวงโควตากันจ้อกแจ้กจอแจและแน่นอน เกมปรับ ครม.จะมีเดิมพันไปถึงการเลือกตั้งใหญ่ ทั้งในมุมความได้เปรียบเสียเปรียบพรรคคู่แข่ง และยังเป็นแรงดึงดูดกลุ่มก๊วนที่จะสนับสนุนให้กอดคอเป็นแนวร่วมฝ่ายเดียวกัน“บิ๊กตู่” ต้องดีดลูกคิดหลายรอบ ก่อนตีไพ่ใบสุดท้ายให้ได้กำไรมากสุดในจุดที่ภายนอก ผู้นำพยายามนิ่ง ไม่ไหวติงทางการเมือง แต่เบื้องหลังประเมินตามเงื่อนไขสถานการณ์ ประกอบอาการที่แสดงออกฉากหน้าโฟกัสภายในขุมอำนาจ 3ป.กำลังเขย่ากันหนักจับทางจากลีลาของมวยเก๋าอย่างนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ ค่ายพลังประชารัฐ ออกมาเรียกร้องดังๆออกอากาศ กวักมือเรียก พล.อ.ประยุทธ์ ให้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ อ้างเพื่อให้เกิดความชัดเจนในทิศทางการเมืองฉุดกระแสยี่ห้อ พปชร.ที่กำลังตกต่ำ ให้มีผู้นำทัพที่ไม่อึมครึมคลุมเครือเชื่อเลยว่า มุมของนายวีระกร เป็นความต้องการของ ส.ส.ในค่ายพลังประชารัฐที่กำลังระส่ำ ระสาย หลายกลุ่ม หลายก๊วน จ้องสละเรือหนีตายดาบหน้าไม่เสี่ยงกับสถานการณ์ที่ส่อไร้อนาคตแต่ปรากฏว่า เมื่อสื่อมวลชนนำข้อเสนอของนายวีระกร ไปถามความเห็นจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าค่ายพลังประชารัฐ ก็ต้องเจอกับอาการชักสีหน้าเครียด เสียงแข็ง ไล่ให้กลับไปถาม “ไอ้วีระกร”สะท้อนอารมณ์เบื้องลึกภายในชัดเจน “บิ๊กบราเธอร์” หงุดหงิด กับข้อเสนอให้ “บิ๊กตู่” เข้าร่วมสังกัดค่ายพลังประชารัฐอย่างเป็นการเป็นงานอาการ “หึงอำนาจ” มันล้อไปกับสถานการณ์ที่ “น้องเล็ก” ติดด่าน “พี่ใหญ่” พยายามเดินเกมยึดค่ายพลังประชารัฐ เป็นฐานกำลังในการหามไปต่อนายกฯรอบ 3ทั้งตบหัว ทั้งลูบพุง ก็ไม่ประสบความสำเร็จเสียทีจนป่านนี้ก็ยังไม่เกิดความชัดเจนในค่ายพลังประชารัฐ การแชร์อำนาจของ 2ป.ที่จะมีผลโดยตรงต่อการไปต่อของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เหลือโปรโมชันอีก 2 ปี2 ป.บี้กันแรงขึ้นเรื่อยๆในศึกยึดอำนาจ พปชร.ในจังหวะรัฐบาลขุมอำนาจเฒ่า 3ป.ก็กำลังเขย่ากันหนัก จากเกมปาดหน้า เบียดขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง ตามอาการเบ่งตัว พองลม ของ “อาจารย์ใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีเหนือค่ายภูมิใจไทย เชิด “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าทีมเซราะกราวพุ่งสู่เป้าหมาย นายกรัฐมนตรีคนต่อไปด้วยซุปเปอร์ไดโว่ พลังผีโม่แป้ง ภูมิใจไทยไล่ดูดดะ ไม่เว้น “บ่อเพื่อน” ทั้ง ส.ส.ของค่ายพลังประชารัฐ และคนของพรรคประชาธิปัตย์ ฟัดกันเองน้ำกระจาย “เน–หนู” ไม่สนใจ เป้าหมายมีไว้พุ่งชนในเมื่อเกมอำนาจและผลประโยชน์ของการเมืองแบบไทยๆวัดกันด้วยจำนวนเสียงมาก่อนอุดมการณ์ ผลสำเร็จมักตกอยู่กับพวกไม่เขิน ไม่อายพะยี่ห้อ “มันจบแล้วครับนาย” สไตล์ “เน–หนู” ไม่มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครทั้งนั้นณ จุดที่ค่ายภูมิใจไทยไม่ใช่พรรคตัวแปรอีกต่อไป แต่เล่นใหญ่ พร้อมเป็นหัวขบวนขุมอำนาจรัฐบาล 3 ป.พะบู๊กับพรรคเพื่อไทย สัประยุทธ์กับทีมนายห้างดูไบแย่งกันเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในสถานการณ์ที่ “แบ่งขั้ว” กันชัดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งฝั่งหนึ่งคือขั้วอำนาจรัฐบาล 3ป. ค่ายพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ฯลฯ ที่ต่อให้ฟัดกันฝุ่นตลบ ตบตี แย่งตกปลาในบ่อเพื่อน ซัดกันเลือดกบปากยังไงสุดท้ายก็ต้องกอดคอ เสียบหลัง ตุ๊ยท้องกันไปในสถานการณ์ไฟต์บังคับที่ยากจะมีการสลับขั้ว ย้ายข้าง แทบไม่มีทางเปลี่ยนสมการการเมืองใหม่ตามรูปการณ์ซัดกันแบบผีไม่เผา เงาไม่เหยียบอาการที่ทีมนายห้างดูไบ พรรคเพื่อไทย เงื้อดาบ ตั้งท่าฟันค่ายภูมิใจไทย เล่นกันถึงขั้นไล่บี้ยุบพรรค จากนโยบายกัญชาเสรีที่สุ่มเสี่ยงต่อการได้อำนาจมาโดยมิชอบ สร้างความเสียหายต่อสังคมแฝงเหลี่ยมคมเกมเอาคืนค่ายเซราะกราว ที่กวาดต้อนงูเห่า ดูด ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปเป็นโขยง และยังเป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งพื้นที่อีสาน ฐานที่มั่น “นายห้างดูไบ” ทำให้แผน “แลนด์สไลด์” ต้องเหนื่อยขึ้นอีกหลายเท่า“หนี้เก่า–หนี้ใหม่” สะสางกันไม่หวาดไม่ไหว “นายห้างดูไบ” กับ “เน–หนู” ไม่มีทางกลับมาจูบปากกันได้“เพื่อไทย” แตะมือ “ภูมิใจไทย” ตัดออกจากสารบบแต่นั่นก็ยังไม่ชัดเท่ากับการประกาศ “ไม่คบ” กันตั้งแต่หัววันตามอาการแบบที่ “เสี่ยหนู” ตะโกนลั่น ค่ายภูมิใจไทย จะไม่ร่วมงานกับพรรคการเมืองที่เสนอรื้อรัฐธรรมนูญมาตรา 112 ต่อเนื่องกับ “เสี่ยท็อป” นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ยืนยันต่อให้ดินกลบหน้ายังไงก็ไม่ยอม รวมไปถึงค่ายพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ที่ปิดประตูลงกลอนแน่นอน ในความหมายคือการร่วม “แบน” พรรคก้าวไกลในจังหวะที่ทีมเด็กรุ่นใหม่ เพิ่งประกาศนโยบายเลือกตั้งชุดแรก จัดใหญ่ไฟกะพริบ ทั้งการโละสภากลาโหม แจกใบแดง “นายพล” ห้ามทหารเฒ่าเกษียณเป็นรัฐมนตรี ไล่บี้ผู้พิพากษาให้แสดงบัญชีทรัพย์สิน ไปยัน “นิรโทษกรรม” คดีการเมือง รวมถึงไล่รื้อกฎหมายมาตรา 112ไม่ต้องประกาศก็เดาทางได้ ขุมข่ายรัฐบาล 3ป.ไม่มีทางกล้าแตะเผือกร้อนในฝั่งของพรรคก้าวไกลเองก็คงไม่เอาด้วยกับพวกหนุนเผด็จการเช่นกันมันจึงเป็น “เกมล็อก” ถ้าไม่เกิดฟ้าถล่ม ดินทลาย อย่างไรเสีย ขั้วอำนาจรัฐบาล 3ป. ทั้งภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ไม่มีวันตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกลและนั่นก็คงมีแค่พรรคเพื่อไทยเท่านั้น ที่โดยทางแล้วต้องเกาะเกี่ยวกันไปกับทีมเด็กสีส้ม แม้จะปัดแข้งปัดขา แย่งฐานเสียง ตัดแต้มแลนด์สไลด์แต่ถ้าแต้มรวมถึงขั้นจัดตั้งรัฐบาลได้ ก้าวไกลแท็กกับเพื่อไทย ก็ไม่ผิดกติกาเพื่อไทย กับ ก้าวไกล ขึงพืด พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ จับขั้วรัฐบาลล่วงหน้าขณะที่ตัวแปรก็คือยี่ห้อใหม่ป้ายแดง โดยเฉพาะจังหวะการควบรวมระหว่างพรรคสร้างอนาคตไทยที่นำโดยนายอุตตม สาวนายน กัปตันทีมสี่กุมาร กับค่ายไทยสร้างไทย ของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ถ้าจูนกันติดเมื่อไหร่ ก็จะมีพลังบวกขึ้นอีกหลายเท่านี่คือภาพล็อกการเมืองหลังเลือกตั้งใหญ่ ที่เดาได้ตั้งแต่หัววัน.“ทีมการเมือง”