ชาวจีนดื่มชามาหลายพันปี จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการต้อนรับแขก พบปะครอบครัว และพิธีกรรมตั้งแต่ทศวรรษ 1990 จีนเข้าสู่ยุคเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว คนหนุ่มสาวจำนวนมหาศาลย้ายจากชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่ ชีวิตคนเมืองต้องทำงานแข่งกับเวลา เข้างานเช้า เดินทางไกล ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ประชุมทั้งวัน กาแฟจึงเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้ตื่นตัว สอดคล้องกับการทำงานมากกว่าชาที่ต้องชงและดื่มอย่างผ่อนคลายค.ศ.2017 (9 ปีที่แล้ว) นักธุรกิจรถเช่าจีนคือ เฉียน จื้อหยา และลู่ เจิ้งเหยา เห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการดื่มเครื่องดื่มของคนจีน จึงตั้งบริษัทกาแฟชื่อ Luckin Coffee (ลัคกิน คอฟฟี่) โดยนำพฤติกรรมคนทำงานในเมืองมาจับลัคกิน คอฟฟี่ ไม่เปิดร้านใหญ่อย่างสตาร์บัคส์ แต่เป็นร้านขนาดเล็กสำหรับใช้รับเครื่องดื่ม ลูกค้าสั่งผ่านแอปพลิเคชัน ชำระเงินผ่านมือถือเท่านั้น ดีลิเวอรีรวดเร็ว สร้างร้านแรกที่ปักกิ่งเมื่อ ค.ศ.2018 ได้รับความนิยมและขยายสาขาอย่างรวดเร็วทั่วประเทศเปิดได้เพียง 1 ปี ก็มีสาขาหลายพันแห่ง จึงเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กของสหรัฐฯ ปีต่อมา คือ ค.ศ.2020 กลับมีคดีอื้อฉาวทางบัญชี เรื่องปลอมยอดขาย 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปลอมจำนวนลูกค้าและจำนวนแก้วที่ขายได้ ทำให้หุ้นร่วงกว่าร้อยละ 80 ภายในวันเดียว นักลงทุนทั่วโลกตกตะลึง มูลค่าตลาดหายไปหลายพันล้านดอลลาร์ ภายในเวลา 13 เดือน ลัคกิน คอฟฟี่ถูกถอนออกจากแนสแด็กอย่างเป็นทางการเมื่อ 29 มิถุนายน 2020ลัคกิน คอฟฟี่ โดนปรับทั้งโดยหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทั้งในประเทศจีนและสหรัฐฯ บริษัทเซถึงขนาดต้องเจรจากับเจ้าหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ จนกระทั่ง 11 เมษายน 2022 ลัคกิน คอฟฟี่ จึงออกจากกระบวนการการล้มละลาย หลังจากนั้นก็เดินหน้าไปเปิดสาขาในสิงคโปร์และขยายสาขาในตลาดจีน กลายเป็นธุรกิจที่โดดเด่นที่สุดหลังเกิดวิกฤติการทุจริตค.ศ.2025 เปิดสาขาแรกในมาเลเซีย ในนครนิวยอร์ก แม้ว่าปัจจุบัน ค.ศ.2026 ลัคกิน คอฟฟี่ ยังไม่ได้กลับเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กก็ตาม แต่ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่แผลด้านชื่อเสียงจากคดีบัญชีเท็จยังติดตัวบริษัทอยู่ก็ตามข้อมูลเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026 ลัคกิน คอฟฟี่ มีสาขามากกว่า 3.5 หมื่นแห่ง โดยสาขามากกว่าร้อยละ 99 อยู่ในแผ่นดินจีน แม้จีนจะไม่ใช่ประเทศที่ปลูกกาแฟจำนวนมาก ต้องนำเข้าเมล็ดกาแฟจากบราซิล เวียดนาม ฯลฯ แต่ลัคกิน คอฟฟี่ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดกรณีของลัคกิน คอฟฟี่ ทำให้รัฐบาลจีนตระหนักในเรื่องการทำบัญชีและสอบบัญชี 29 มิถุนายน 2026 จึงมีการประกาศร่างแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วย ‘ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต’ เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน หากตรวจพบว่ามีการทุจริต จะเพิ่มค่าปรับสูงสุดสำหรับการออกรายงานการตรวจบัญชีเป็นเท็จ เป็น 10 เท่าของผลกำไรที่ได้จากการฉ้อโกงร่างกฎหมายนี้ขยายความรับผิดชอบไปไกลกว่าผู้ตรวจสอบบัญชี ครอบคลุมบุคคลอื่นในห่วงโซ่ของการฉ้อโกง ถึงผู้สมรู้ร่วมคิด ยุยงให้มีการตรวจบัญชีเท็จ ลงโทษหน่วยงานที่ได้รับการตรวจสอบหรือบุคคลที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับการบันทึกบัญชี หรือจัดหาเอกสารเท็จให้กับนักบัญชีจีนต้องการรักษาชื่อเสียงของการทำธุรกิจของบริษัทจีน จึงยกระดับกฎหมายให้เข้มข้นขึ้นมากมายหลายฉบับ ฉบับที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีก็เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของตลาดทุนจีนให้เท่ากับมาตรฐานสากลมีการทำโทษพวกตกแต่งงบการเงินอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้การระดมทุนภาคธุรกิจของจีนมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในระยะยาวร่างกฎหมายนี้ทำให้บริษัทจีนต้องลงทุนด้านการตรวจสอบภายใน การบริหารความเสี่ยง การจัดเก็บข้อมูลมากขึ้นนักลงทุนสากลขยะแขยงแขงขนกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์บางประเทศ เพราะเรื่องความไม่โปร่งใส ถ้าไม่มุ่งมั่นแก้ไขปรับปรุงพัฒนาอย่างจริงจังแบบเดียวกับที่จีนทำ โอกาสที่จะระดมทุนก็จะหายไปเรื่อยๆครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม