ชีวิตยุ่งมากทั้งงานแสดงและเรียนต่อ ป.โท ทำให้ไม่มีเวลาเจอใคร นักแสดงสาว ปันปัน–สุทัตตา อุดมศิลป์ ยอมรับโหยหา “วันว่าง” ขนาดเพิ่งครบรอบ 5 ปี แต่ไม่ได้ฉลอง “ดินเนอร์” หวานๆอย่างที่ตั้งใจ โชคดี ไบร์ท–อนันต์ ภูติกชกร แฟนหนุ่มรุ่นใหญ่เข้าใจ...โดยเริ่มจากสอบถามงานแสดงกับ ภาพยนตร์เรื่อง “Faces Of Anne” ค่ายเอ็ม พิคเจอร์ส รับบทเป็น 1 ในบท “แอน” เจ้าตัวเผยว่า “ที่ปันตัดสินใจเล่นหนังเรื่องนี้เพราะพี่คงเดช ผู้กำกับเลยค่ะ เป็นผู้กำกับที่มีวิชัน มุมมองทำหนังออกมาให้มันดี พอดูบทเป็นหนังที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติจะเห็นหนังที่มีพระ-นางหลายคู่ แต่อันนี้ไม่ใช่ เลยอยากรู้เรื่องราวจะออกมายังไงเลยตัดสินใจลองดู”บทปันก็เป็นหนึ่งในแอนด้วย “บทของปันค่อนข้างลึกลับนิดนึง เป็นหนึ่งในแอนที่ต้องมองหาคำตอบ”เท่าที่เล่นมีความยากท้าทายขนาดไหน“ความยากตั้งแต่ได้บทมาแล้วค่ะ อ่านรอบแรกปันอ่านไม่รู้เรื่องต้องอ่านซ้ำ เป็นบทค่อนข้างยาก ต้องตีความ เราไม่เคยรับบทที่มีความลึกลับเท่านี้มาก่อน ปกติอ่านบทตรงตัวมา แต่พล็อตเรื่องเราอ่านยังงงเลยต้องทำการบ้าน มีทำเวิร์กช็อป กันค่อนข้างเยอะ” เคยเล่นแนวหลอนๆ ลึกลับอะไรแบบนี้มั้ย“เคยเล่นหนังผีมาหลายเรื่องแต่ไม่เคยเล่นอะไรที่ซีเรียสขนาดว่าฉันเป็นใครอยู่ตอนนี้ (หัวเราะ) เป็นความท้าทายค่อนข้างยากค่ะ เรื่องอื่นยากตรงเห็นผีแต่เรื่องนี้ยากตรงที่ทะเลาะกับตัวเองข้างในว่าเป็นใคร” ความแอนในเรื่องนี้มีใครงงแซงหน้าเราบ้าง “ปันน่าจะงงสุดแล้วค่ะ (หัวเราะ)”กับงานช่วงนี้ล่ะเป็นยังไงบ้าง“ก็ยุ่งอยู่นะคะ มีเปิดกองเรื่องนึง ตอนนี้เรียนปริญญาโท วิทยาลัยแพทย์บูรณาการ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ชีวิตค่อนข้างหมดเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว เพิ่งเรียนได้ 2-3 เดือนเองค่ะ ตัดสินใจเรียนหลังจากเรียนจบมา 2 ปี เพราะตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าจะเรียนต่ออะไร และไปที่ไหน ตอนนี้เริ่มค้นหาตัวเองเจอ จะเรียนเวชศาสตร์ชะลอวัย” ทำไมจู่ๆสนใจเรียนด้านนี้ล่ะ“ปันชอบ มันไม่ใช่เรื่องความสวยความงาม เรียนว่าร่างกายทำงานยังไง แล้วเซลล์เราจะชะลอวัยยังไง เพื่อนร่วมห้องเป็นหมอ ปกติป่วยหาหมอกินยาแต่สิ่งที่เรียนคือ ป่วยหาต้นเหตุและรักษาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่การกินยา เรียนทุกอย่าง ค่อนข้างยาก”ปรับจูนขนาดไหน “ต้องปรับจูนค่ะเพราะปันไม่เคยเรียนสายวิทย์มาก่อน เป็นเด็กสายศิลป์มาตลอด ไม่เคยเรียนฟิสิกส์ เคมี ชีวะมาก่อน ตอนนี้เริ่มใหม่ ต้องเรียนเยอะกว่าคนอื่นเพราะคนอื่นๆ เค้าเป็นหมอกันอยู่แล้ว เขารักษาคนไข้อยู่แล้ว แต่เราไม่มีพื้นฐานอะไรเลยต้องไต่ระดับ” มีแอบท้อบ้างมั้ย “ไม่ท้อเลยค่ะ สนุกมาก ชอบมากค่ะ เรียนเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ กับละครถ่ายจันทร์-พุธ พอวันพฤหัส-ศุกร์ ก็ยังมีเวลาทำอย่างอื่นบ้าง” เวลาไหนให้แฟน “ก็ไม่มีเวลา (หัวเราะ) ทุกวันนี้ยุ่งมาก ไม่ได้เจอเพื่อนเลย เพื่อนก็จะถาม อ้า ปันปันหายไปไหน แต่จัดการได้ บางทีละครไม่ได้ครบ 3 วัน ก็หลุดบ้างมีเวลาทำโน่นทำนี่”ความรักผ่านมา 5 ปีแฮปปี้ขึ้นมั้ย “เหมือนเดิม ปกติ พี่เค้าก็ทำงาน ยุ่งเหมือนกัน แข่งกันยุ่งจะไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่” มีอ้อนๆขอเวลาซึ่งกัน และกัน “อาจจะมีนัดกินข้าวนิดหน่อยแต่ด้วยตัวหนูเอง ต้องตื่นเช้าไปเรียน 9 โมง เสาร์-อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาเราตื่นเช้าไปถ่ายละครทำให้เราไม่อยากไปไหน ตอนนี้เอ็นจอย อยู่บ้าน กินข้าวเย็นแล้วนอนเร็วเพราะมันยุ่ง กลายเป็นขี้เกียจออกไปข้างนอก พี่เค้าก็มีแวะมาหาบ้าง สั่งอาหารมาให้กินบ้าง อาจจะมีแวะกินข้าวแป๊บนึงแยกย้าย” ครบรอบ 5 ปีมีฉลองอะไรเป็นพิเศษมั้ย“ตอนแรกจะมีฉลองค่ะ จองร้านอาหารล่วงหน้าไว้เป็นเดือนแต่เช้าวันนั้นปันนอนไม่ค่อยดีด้วย ต้องตื่นเรียนเช้าทำให้ตอนเช้าโทร.ไปแคนเซิลพี่เค้า เทเลย สรุปกินข้าวง่ายๆแล้วแยกย้าย มันเหนื่อย ขี้เกียจออก เป็นเพราะช่วงนี้นะ มันเรียน งานเยอะ ทุกอย่างเข้ามาถาโถม พี่เค้าเข้าใจ”คู่เรามีมุมหวานขนาดไหน“นิดหน่อย เหมือนที่เคยให้สัมภาษณ์ตั้งแต่แรกว่าหนูไม่ใช่คนที่อะไรตรงนี้มากอยู่แล้ว หนูเหนื่อย หนูขี้เกียจ” เพราะเจอกันตอนเราโตแล้วหรือเปล่า “ไม่นะ ตอนที่เจอ ปันอายุ 20 แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนเป็นคนละคนเลยมากกว่า เหมือนเราเปลี่ยนของเราเอง เมื่อก่อนว่างไม่ได้เลยจะต้องไปเจอเพื่อน ว่างวันนึงจะไม่อยู่บ้านแต่ตอนนี้รู้สึกว่าขอมีวันว่างเหอะ สมมติ 5 วันหลุดวันว่างมาวันนึงจะดีใจมาก วันนี้จะอยู่บ้านอ่านหนังสือ”ใน 5 ปีที่คบกันพี่ไบร์ทเติมเต็มให้ขนาดไหน“คนเราไม่มีใครเพอร์เฟกต์ ก็มีข้อดีข้อเสีย พูดตรงๆเลยว่าการอยู่กับเค้ามีทั้งข้อดีและข้อเสียกับข้อดี เรานิ่งขึ้นไม่ต้องเหนื่อยทะเลาะ ไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่ข้อเสียจะไม่มีความหวือหวาอย่างที่เด็กทั่วๆไปจะต้องมีดินเนอร์ ครบรอบ หลังๆเราปรับตัวและแฮปปี้กับการที่เราเป็นแบบนี้ มีวันว่างมีความสุขมาก” ลุคที่โตขึ้นเซ็กซี่ขึ้นพี่เค้าหวงมั้ย “ลุคเหรอ คือจริงๆเปลี่ยนลุค ที่เห็นในโซเชียลมีเดีย ปันมาทำงานเข้ากับสรีระเรา แต่วันปกติที่เราไม่ทำอะไรก็ยังเป็นปันปันที่แบบใส่เสื้อยืด ขาสั้น รองเท้าแตะ แต่งตัวแบบนี้ทุกวัน ตัวเราไม่ได้เปลี่ยน แต่เป็นอิมเมจที่เราแต่งตัวโตขึ้น พร้อมกับการทำงาน สมัยก่อนทำงานจะไม่ใส่เสื้อผ้ารัดรูปขนาดนี้ แต่ตอนนี้ด้วยหุ่นหน้าตาใส่ได้เราก็ใส่” พี่เค้าเบรกเบาๆแบบหวง“ไม่ค่อยนะคะ ถ้าเป็นเรื่องของการทำงาน อยากทำอะไรก็ทำแต่เอาที่พอเหมาะพอควร ไม่หวือหวามากเกินไป” ทุกครั้งที่แต่งตัวไปทำงานส่งรูปให้สกรีนก่อนมั้ย “ไม่ส่งค่ะ (หัวเราะ) เขาไม่ได้สนใจ เรื่องงานเราก็เรื่องงานเรา งานเค้าหนูไม่ยุ่งอยู่แล้ว”.