เมื่อวันที่ 3 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญรัสเซีย รับรองเอกสารการผนวกดินแดนของยูเครน 4 จังหวัด ประกอบด้วย โดเนตสก์ ลูฮานสก์ ทางภาคตะวันออก และซาโปริชเชีย เคียร์ซอน ทางภาคใต้ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ส่งเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรดูมาและวุฒิสภาสหพันธรัฐรัสเซียลงมติรับรองอีกต่อหนึ่ง เพื่อมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการอย่างไรก็ตาม ในงานแถลงข่าวที่กรุงมอสโก นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ตอบคำถามได้ไม่ชัดเจน หลังถูกถามว่า พรมแดนที่จะถูกกำหนดขึ้นมาใหม่จะเป็นเช่นไร โดยระบุว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องปรึกษากับประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้ถูกสื่อตะวันตกวิจารณ์ว่า เป็นการบั่นทอนคำขู่ของรัฐบาลรัสเซียเอง การผนวกพรมแดนย่อมหมายถึงการโจมตีใดๆในพื้นที่ 4 จังหวัดคือการโจมตีต่อรัสเซียโดยตรง และในมุมมองของรัสเซียสามารถตอบโต้ได้อย่างชอบธรรม กระนั้น การขาดความชัดเจนเรื่องพรมแดน จะเป็นการเปิดช่องให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า สามารถอ้างได้ว่าจุดนี้จุดนั้นไม่ใช่ดินแดนของรัสเซียนอกจากนี้ นายเปสคอฟยังให้ความเห็นต่อกรณีนายรามซาน คาดิรอฟ แกนนำนักรบเชเชน แนะนำ ให้กองทัพรัสเซียใช้อาวุธนิวเคลียร์แบบจำกัดวง โดยระบุว่า กองทัพรัสเซียไม่ควรขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ แน่นอนสถานการณ์ช่วงนี้ทำให้หลายๆคนถูกอารมณ์ครอบงำและก็เป็นสิทธิแกนนำที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก อารมณ์จะต้องถูกหยิบยกออกไปจึงจะประเมินสถานการณ์ได้เหมาะสม ซึ่งรัสเซียขอเลือกการสร้างสมดุลและประเมินสถานการณ์ตามเป้าหมาย อย่างที่เคยพูดไว้ รัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ก็ต่อเมื่อ การดำรงอยู่ของประเทศตกอยู่ในอันตรายหรือถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์ก่อนก่อนหน้านี้ ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) 9 ประเทศประกอบด้วยสาธารณรัฐเช็ก เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย มาซิโดเนียเหนือ มอนเตเนโกร โปแลนด์ โรมาเนีย และสโลวะเกีย แสดงจุดยืนสนับสนุนคำร้องของรัฐบาลยูเครนที่ต้องการเข้าเป็นสมาชิกองค์การนาโต อย่างเร่งด่วน กระนั้น นายเยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการนาโต ย้ำว่า การเข้าร่วมเป็นสมาชิกจำเป็นต้องได้รับฉันทามติจากสมาชิก 30 ประเทศ ส่วนนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า ทางที่ดีที่สุดตอนนี้คือให้การสนับสนุนยูเครนในเชิงปฏิบัติและกระบวนการรับรองอื่นๆ ควรทำกันในภายหลัง.