โจทย์รัฐประหารเหลืออยู่ 2 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน คือ กรุงเทพฯ ประเทศไทย-เนปิดอว์ ประเทศเมียนมา นักวิชาการด้านความมั่นคงระดับแถวหน้าของเมืองไทย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่าง ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะเมื่อคดี 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมา ขอฝากคีย์เวิร์ดสั้นๆ “คิดใหม่เถอะเพื่ออนาคตประเทศไทย” ไปถึงชนชั้นนำ-ผู้นำฝ่ายขวา-สายต่อต้านประชาธิปไตยนับเป็นคำเตือนที่ ศ.ดร.สุรชาติ บอกกับทีมข่าวการเมืองเมื่อ 29 ก.ย.65 เวลา 13.30 น. หลังจากที่ได้ฟันธงล่วงหน้า เปรียบเหมือนสังคมแทงหวยเขาไม่หยิบตัวเลข 65 ในตะกร้าเหลือตัวเลข 2 ตัว คือ 68 และ 70 อย่างนี้ทุกคนเชื่อว่าหวยมันออก...รอด พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อย่อมถูกมองเป็นอภินิหารกฎหมายหวยถูกล็อกอยู่ 2 ตัว ออกหน้าไหนก็ไม่ต่างกัน ชนวนอยู่ต่อเหมือนเล่นทางอารมณ์กับทางการเมืองแม้ฝ่ายความมั่นคงไม่กลัว ม็อบจุดไม่ติดแต่ไฟในใจคนจุดติดแล้ว ปูทางให้เกิดประท้วงอย่าลืมม็อบมันมีเวลาขยับตัวหรือการยกระดับ ม็อบมาจุดติดไหม อย่าเพิ่งเดากันวันแรกหรือวินาทีแรกหรือสัปดาห์แรก ทั้งหลายทั้งปวงเดาใจคนไทยทั้งประเทศไม่ได้เพราะเด็กรุ่นใหม่ถูกจับกุมเยอะ และพรรคการเมืองรอเล่นเกมใหญ่ คือ การเลือกตั้ง ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ ฝ่ายค้านมองว่ายิ่งหาเสียงง่ายหากหลังวันที่ 30 ก.ย. ม็อบมีพัฒนาการ คำถาม...ตกลง “ตุลาอาถรรพ์?” ถ้าอาถรรพ์เกิดม็อบใหญ่ จะกระทบต่อการประชุมเอเปกที่กรุงเทพ 18-19 พ.ย. 65ขณะเดียวกันผลที่ออกมายังนำไปสู่ประเด็นใหญ่ ทั้งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจริงไหมมีการรีเซ็ต 8 ปี นับการดำรงตำแหน่งนายกฯใหม่ทั้งหมด วันนี้เริ่มไม่แน่ใจอะไรถูกอะไรผิดผลที่ออกมาวันนี้เป็นระเบิดเวลาจุดความรู้สึกของคนเห็นต่าง เป็นวิกฤติของ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐ นับเป็นทุกขลาภก้อนใหญ่ เปิดประตูให้กระบวนการประชาธิปไตยมีเรื่องเล่น เปิดโอกาสให้ม็อบเกิดเมื่อไหร่ก็ได้ และการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นสงครามทางการเมืองสู้กันระหว่างฝ่ายที่เอา “ตู่” หรือไม่เอา “ตู่”ยังมีการตั้งคำถามอีกว่ารอดไปเพื่อภารกิจอะไรที่ยังต้องปฏิบัติต่อ เพราะความสงบจบที่ “ลุงตู่” จบไปแล้วมันเหลืออย่างเดียวชนชั้นนำ ผู้มีอำนาจ บรรดาสายต่อต้านประชาธิปไตยที่กุมอำนาจในระดับบน มองเห็นพลวัตรและความเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับโลก ระดับสังคมไทยมากน้อยแค่ไหนถ้าไม่เห็นพลวัตรแล้วรู้สึกว่าสังคมไทยอยู่นิ่งๆ นี่แหละความน่ากลัว วันนี้โจทย์สังคมไทยมันเดินเกินคนเหล่านี้ไปแล้ว แต่ชนชั้นเหล่านี้ทำใจไม่ได้ที่จะยอมรับว่า สิ่งที่เห็นนั้นมันคือการเปลี่ยนแปลงถึงได้พูดย้ำเสมอว่าปีนี้ครบ 30 ปีเหตุการณ์พฤษภาประชาธิปไตย 35 แต่ผมไม่เชื่อว่าชนชั้นนำ ผู้นำฝ่ายขวา บรรดาต่อต้านประชาธิปไตยมีบทเรียนในฐานะที่เป็นนักวิชาการ ใช้ชีวิตผ่านทั้ง 3 เหตุการณ์ใหญ่ของการเมืองไทย 14 ตุลา 16-6 ตุลา 19-พฤษภา 35 มันเป็นบทเรียนใหญ่ เป็นหน้าที่ของนักวิชาการต้องพูดถึงบทเรียนเพื่อเตือนสติเพราะวันนี้ผู้นำทหารที่เล่นการเมืองยังเชื่อว่า...ปืนคุมได้ทุกอย่าง ผมล้อเล่นๆ ผู้นำทหารเชื่อเหมือน “ประธานเหมา เจ๋อตง” อำนาจรัฐเกิดจากกระบอกปืนแต่อำนาจรัฐประธานเหมาเกิดจากปากกระบอกปืนของสงครามประชาชน ขณะที่อำนาจรัฐของผู้นำทหารไทยเกิดจากปากกระบอกปืน รถถังในการรัฐประหาร ท่ามกลางคณะหลอมรวมประชาชน กลุ่มเยาวชนนำโดยแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เคลื่อนไหว โดยเฉพาะคณะหลอมรวมประชาชน ประกาศ “หยุด 3ป. หยุดรัฐประหาร นับหนึ่งประเทศไทย” คืนอำนาจให้ประชาชน ศ.ดร.สุรชาติ บอกว่า ขอเพิ่มเป็น 5ป. แต่ไม่เอ่ยชื่อ!?ต้องยอมรับรัฐไทยในภาวะปัจจุบัน กฎหมายกลายเป็นกติกาที่ขึ้นอยู่กับคนใช้ ถึงมีม็อบลงถนนเขาก็เชื่อว่าสามารถจัดการได้ ผมมักพูดเสมอถึงวิชาจิตวิทยาการเมือง โจทย์ใหญ่ที่สุดที่นักศึกษารัฐศาสตร์ต้องผ่านด่านนี้ มันเป็นเหมือนกับโจทย์การเดาใจม็อบบนถนนขอยกตัวอย่าง ใครคิดว่าม็อบปลายปี 2010 ที่ตูนิเซียมันจะใหญ่ สุดท้ายล้มรัฐบาลเผด็จการชุดใหญ่ชุดหนึ่งของโลกได้ต้นปี 2011 ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ใครจะไปคิดว่าล้มรัฐบาลทหารได้วันนี้ไม่มีใครอ่านใจคนไทยได้แต่เชื่อว่าคนไทยตอบใจตัวเองได้ทีมการเมือง ถามว่าคดี 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง บนกระแสการรัฐประหารโดยกฎหมายหรือรัฐประหารโดยกระบอกปืน ไม่เห็นอนาคตการเลือกตั้งกรอบของรัฐธรรมนูญศ.ดร.สุรชาติ ออกตัวถึงภาษาอาจไม่สุภาพ เป็นอาการเสพสังวาสระหว่าง “ปืนกับค้อน” พร้อมสวมแว่นขยายให้เห็นภาพชัดเจน “ปืนของทหาร-ค้อนของตุลาการ”“ขึ้นอยู่ที่เขาใช้อะไรเป็นเครื่องมือที่มีอยู่ 2 ส่วน ทั้งเสนาธิปไตย ใช้อำนาจกองทัพจัดการปัญหาทางการเมืองและฝ่ายต่อต้าน หรือตุลาการธิปไตยจัดการทั้งหมดที่พูดคุยกันมา มันเดาไม่ได้อยู่เรื่องเดียว...ประชาชนเขาคิดอะไรหรือรออย่างเดียวว่าการเลือกตั้งมา เขาจะให้บทเรียนอย่างไร” การเลือกตั้งตามกรอบรัฐธรรมนูญ ทั้งจากกรณีการยุบสภาหรือรัฐบาลอยู่ครบวาระมีโอกาสเกิดขึ้น กระทบต่อมิติความมั่นคงของประเทศอย่างไร ศ.ดร.สุรชาติ บอกว่า ผมพูดเสนอกับคนในกองทัพหลายส่วนเพื่อให้เห็นว่าการทำรัฐประหารทำลายใหญ่ที่สุด ทำลายความเป็นทหารอาชีพของคนในกองทัพไทย ทำลายความเป็นสถาบันของกองทัพแต่รัฐประหารทำให้ทหารบางคนมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ มั่งคั่งในเชิงอำนาจ แต่ไม่ใช่ตัวสถาบันทหาร ถ้าเกิดอีกครั้งหนึ่งสิ่งที่ตามมา......ประชาชนตัดสินใจสู้รัฐประหารเมื่อประชาชนตัดสินใจสู้...จะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งมีบทเรียนในหลายประเทศ อาทิ เมียนมา สะท้อนให้เห็นว่ารัฐประหารไม่ใช่คำตอบสุดท้ายแม้ผู้นำทหารที่มีอำนาจทางการเมือง เชื่อว่าเลือกตั้งใช้เงินนับพันล้าน รัฐประหารใช้เงินแค่ร้อยล้านแล้วจบ...จบแต่ไม่จบ ยังสร้างความเสียหายอย่างมโหฬารรัฐประหารรอบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นไหม... ผมว่ามี!! คดี 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ รอด-ไม่รอด อนาคตประเทศต้องลุ้นการกลับมีรัฐประหารเหมือนกัน ศ.ดร.สุรชาติ บอกว่า รอดก็วิกฤติอย่างหนึ่ง ไม่รอดก็วิกฤติอีกแบบหนึ่งแล้วประเทศไหนจะมาร่วมประชุมเอเปกเพราะปิดหูปิดตาสถานทูตประเทศต่างๆในไทยไม่ได้ วันนี้เราบ่นทำไมนักลงทุนไม่สนใจไทย ทำไมเงินลงทุนหนีไปเวียดนาม อินโดนีเซียเพราะไทยยังพูดถึงรัฐประหาร ต่างจากอินโดนีเซียเขาเลิกพูดเรื่องรัฐประหารไปแล้ว แม้การเมืองภายในมีปัญหาบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นไร้เสถียรภาพ จนนำไปสู่การยึดอำนาจโดยกองทัพตกลงสถานะประเทศไทยเทียบเคียงการเมืองได้แค่กับเมียนมา ฝั่งหนึ่งรัฐประหารและรบกันยังไม่จบ อีกฝั่งหนึ่งกำลังเริ่มพูดถึงการรัฐประหารครั้งใหม่ เราถึงไร้เสน่ห์ทางการเมืองตรงกับสำนวนไทย สวยแต่รูป จูบไม่หอม เศรษฐกิจไทยจบแล้วหลังรัฐประหารปี 49 และปี 57 ถ้ายังทำอีกย่อมกลายเป็นเนื้อร้ายในอาเซียน เหมือนเมียนมาถึงเวลาสร้างไทยให้เป็นประชาธิปไตยเลิกอาการเสพสังวาสระหว่างปืนกับค้อน.ทีมการเมือง