หลายวันก่อน พี่ที่รู้จักไปตรวจร่างกายและพบว่า เกล็ดและเม็ดเลือดลดต่ำลงจนผิดสังเกต คุณหมอไม่ไว้ใจ นัดตรวจร่างกายชุดใหญ่ พร้อมให้ข้อมูลว่า การที่เกล็ดเลือดหรือเม็ดเลือดลดลงแบบรวดเร็ว เป็นได้หลายสาเหตุ แต่ที่เลวร้ายสุดๆก็คือ “มะเร็ง”คราวนี้นักข่าวสาวใหญ่ ผู้ดูแลร่างกายตลอดเวลา มีเนื้อกี่ก้อนๆเธอก็จัดการจนราบคาบ ตัดได้ตัด เติมได้เติม หยูกยาก็กินประจำไม่ได้ขาด เจอคุณหมอพูดแบบนี้ อาการนอยด์ก็มาทันทีถามว่า มะเร็งชนิดไหนที่ทำให้เกล็ดเลือดและเม็ดเลือดลดลง คำตอบ คือ ลูคีเมีย (leukemia) หรือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งสัญญาณเตือนของโรคนี้ คือ เม็ดเลือดแดงลดลง อาจมีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น วิงเวียนศีรษะจากภาวะโลหิตจางร่วมด้วย เม็ดเลือดขาวลดลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เกล็ดเลือดลดลง ทำให้มีภาวะเลือดออกง่ายกว่าปกติ อาจพบจุดเลือดออกหรือจ้ำเลือดตามตัว รวมถึงภาวะเลือดหยุดยาก นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลำพบก้อนตามตัวหรือปวดกระดูก ต่อมน้ำเหลืองโต ตับและม้ามโต มีก้อนที่ผิวหนังและอาจพบอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เนื่องจากเซลล์มะเร็งแทรกตัวเข้าไปในเนื้อเยื่ออื่นๆ เมื่อพูดถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาว จากการสืบค้นข้อมูล พบว่า มะเร็งชนิดนี้ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน (acute leukemia) คือ การที่เซลล์ตัวอ่อนของเม็ดเลือดขาวแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว อาการของโรคจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และ มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง (chronic leukemia) คือ การที่เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกผลิตออกมามากเกินไป ทำให้ผู้ป่วยมีเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติ เนื่องจากความผิดปกติเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆเลยเป็นเวลานับปี แต่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจเลือด การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว ทำได้หลายวิธี โดยแพทย์จะประเมินชนิดของโรค อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ก่อนแนะนำวิธีรักษาที่เหมาะสม เช่น เคมีบำบัด (Chemotherapy) เป็นการรักษาหลักสำหรับมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน โดยเคมีจะไปทำลายเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ไขกระดูกสามารถสร้างเม็ดเลือดปกติขึ้นมาใหม่ การทำเคมีบำบัดมีทั้งชนิดกิน ฉีดเข้าหลอดเลือดดำและฉีดเข้าน้ำไขสันหลัง ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันมักต้องใช้เคมีบำบัดร่วมกันหลายชนิด โดยแพทย์จะพิจารณาตามชนิดและความรุนแรงของโรค รวมถึงความแข็งแรงของผู้ป่วยด้วย เพราะเคมีบำบัดจะมีผลข้างเคียงต่อเซลล์อื่นๆของร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เช่น เยื่อบุทางเดินอาหาร เซลล์ในไขกระดูก ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปาก ถ่ายเหลว โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวต่ำหรือเกล็ดเลือดต่ำ ดังนั้นในระหว่างการรักษา ผู้ป่วยอาจต้องได้เลือดและเกล็ดเลือด รวมถึงยารักษาตามอาการเพื่อลดผลข้างเคียง เช่น ยาแก้อาเจียน ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว ฯลฯ การรักษาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted therapy) เป็นการรักษาด้วยยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติ เช่น ยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส (Tyrosine kinase inhibitor) ที่ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดมัยอีลอยด์ (Chronic myeloid leukemia) และที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว ได้แก่ การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell transplantation) แพทย์จะนำเซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดหรือไขกระดูกของตัวผู้ป่วย (Autologous transplantation) ญาติพี่น้องหรือผู้บริจาค (Allogeneic transplantation) ที่เข้ากันได้ มาปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยหลังจากได้รักษาจนโรคอยู่ในระยะสงบเพื่อลดโอกาสกลับเป็นซ้ำมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก โดยพบประมาณ 25-30% ของมะเร็งในเด็กทั้งหมด.