“แสวง” โบ้ยผลสำรวจ กกร.ทุ่มเดือดซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท อาจแค่การประเมินตามหลักวิชาการ ชี้เรื่องเล่าการเมืองหรือเกมอำนาจกับเรื่องจริงอาจคนละเรื่อง ยัน กกต.มีการข่าวเร่งป้องปราม สั่งตีปี๊บรณรงค์ไม่กาคนให้เงิน “อนุทิน” ปัดไม่ใช่ ภท.แน่ทุ่มหัวละ 7 พัน ชี้ใครทำซวยแน่ ปชช.ฉลาดรู้ทัน “วิโรจน์” ตั้งโต๊ะซัด “ชูวิทย์” รับงานป้ายสีค่ายส้ม เล็งฟ้องผิดกฎหมายเลือกตั้ง แซะขาใหญ่บางพรรคต้องคดีศาลต่างประเทศยังเป็นแคนดิเดตนายกฯได้ จ่อยื่น กกต.เอาผิดเพจไอโอปั่นข่าวเท็จ ด้าน “ชูวิทย์” เปิดแชตไลน์คุย “บิ๊กแดง” ปัดรับงานการเมือง ยันเขย่าเพราะรัก แต่ผิดหวังกาให้กลับไปยกมือโหวต “เสี่ยหนู” หยันถึงได้เป็นรัฐบาล ก็เป็นส้มยังไม่สุก “ยศชนัน” ลุยหาเสียงเมืองนนท์ ฮึ่มทลายยาเสพติดเหี้ยนใน 6 เดือน “ทักษิณ” ลุ้นได้พักโทษเดือน พ.ค. ทนายยันได้สิทธิตามกฎหมาย ไม่มีอภิสิทธิ์จากกรณีกระแสข่าวคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยข้อมูลผลสำรวจว่ามีการซื้อเสียงกันดุเดือดถึงขั้นหัวละ 7,500 บาท นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุอาจเป็นเพียงการประเมินหรือความเห็นตามหลักวิชาการของภาคเอกชน ซึ่งเรื่องเล่าหรือข่าวกับความเป็นจริงอาจเป็นคนละเรื่อง“แสวง” สั่งตีปี๊บ ลต.ไม่รับเงินซื้อเสียงเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 19 ม.ค.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ส่งข้อความในกลุ่มไลน์สำนักงาน กกต.ถึงเจ้าหน้าที่ กกต.ทุกคน ระบุขณะนี้สังคมวิพากษ์วิจารณ์การใช้เงินซื้อเสียงในการเลือกตั้งปี 69 เป็นจำนวนมาก การรณรงค์ให้คนออกมาออกเสียงการเลือกตั้ง ไม่น่าจะเป็นประเด็น หรือมีข้อกังวลแล้ว เพราะดูสถานการณ์วันนี้ ผู้ออกมาใช้สิทธิไม่น่าจะน้อยกว่าการเลือกตั้งปี 66 คือมากกว่า 75% ให้ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนอกจากจะรณรงค์หรือการประชาสัมพันธ์ให้คนมาใช้สิทธิออกเสียงแล้ว ควรเน้นไปที่การมาออกเสียงที่สุจริต ไม่เลือกเพราะมีคนให้เงินหรือไม่รับเงิน ด้านสืบสวนสอบสวน ควรเน้นการป้องกัน ป้องปรามจ่ายหัวละ 7.5 พัน เอกชนอาจแค่ประเมินนายแสวงให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยข้อมูลผลสำรวจว่า มีการซื้อเสียงกันดุเดือดถึงขั้นหัวละ 7,500 บาทว่า เป็นหน้าที่สำนักงาน กกต.ต้องขยับตัวตอบสนองต่อข้อมูล กกต.มุ่งเน้นป้องปรามไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านกระบวนการและเครือข่ายที่เป็นรูปธรรม การข่าว กกต.รับรู้ข้อมูลอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบถึงจำนวนเงินที่แน่นอนได้ว่ากี่บาท อาจเป็นการประเมินหรือความเห็นตามหลักวิชาการของทางเอกชน เรื่องเล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งอาจเป็นเรื่องการเมืองหรือเกมอำนาจ แต่เราต้องป้องกันป้องปรามโดยการใช้ข่าวร่วมกับฝ่ายบ้านเมือง ใช้หน่วยเคลื่อนที่เร็วลงไปในพื้นที่ ข่าวกับเรื่องจริงมันอาจจะคนละเรื่อง ไม่จำเป็นต้องเชิญภาคเอกชนที่ไปทำผลสำรวจมาให้ข้อมูล กกต.มีหน้าที่ป้องกันและรับทราบข้อมูลเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดขึ้น ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีผู้ไปใช้สิทธิจะมากกว่าครั้งที่แล้วที่อยู่ที่ 75%รอสอบใช้ทีมหมอนทองรณรงค์แก้ รธน.เมื่อถามถึงกรณีมีการร้องเรียนว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. โพสต์คลิปวิดีโอ ระหว่างเยือนทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยาและจัดทำคลิปวิดีโอ มีข้อความทีมฟุตบอลหมอนทองเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เบื้องต้นเป็นสิทธิ์แสดงความเห็นรณรงค์ประชาสัมพันธ์ กฎหมายให้ประชาชนทำได้ ตอนนี้มีแต่ข่าวและต่างคนต่างพูด หากใครรู้สึกว่าหลอกลวงให้มาร้องเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริง ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นการสร้างความรื่นเริงขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ที่ระบุว่าเด็กแสดงความเห็นว่าเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเสรีภาพแสดงความเห็นหรือรณรงค์ให้เห็นชอบหรือไม่ก็ได้ แต่เบื้องหลังจะมีอะไรต้องไปสอบสวน“ศรีฯ” ร้องฟันคอนเทนต์ “จาตุรนต์”ต่อมานายศรีสุวรรณ จรรยา มายื่นร้องกรณี ดังกล่าว อ้างว่านายสกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชฟุตบอลทีมหมอนทองวิทยา ชี้แจงว่าไม่รู้เรื่องการทำคอนเทนต์ เพราะโค้ชและนักเรียนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวการเมืองหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ถูกนักการเมืองมาจ้องหาประโยชน์ในยามมีชื่อเสียง เห็นว่าการทำคอนเทนต์ตัดต่อคลิปวิดีโอ มาเผยแพร่ในสื่อต่างๆของนายจาตุรนต์ อาจถือได้ว่าเข้าข่ายหลอกลวง เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ เป็นข้อห้ามตาม พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ น้องๆทีมฟุตบอลยังเป็นเด็กไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือทำประชามติ อาจผิดกฎหมายคุ้มครองเด็กที่ห้ามแสวงหาประโยชน์ สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ แม้นายจาตุรนต์จะลบคลิปไปแล้ว แต่ความผิดสำเร็จ จึงมาร้องเรียน กกต.เพื่อเอาผิดผู้ฝ่าฝืนถึงที่สุด “วิโรจน์” ซัด “ชูวิทย์” ป้ายสี ปชน.เมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวตอบโต้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทยว่า หลายกรณีนายชูวิทย์นําข้อมูลมาเผยแพร่ปะติดปะต่อ ใช้จินตนาการส่วนตัวกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีพรรค ปชน.ดื้อๆว่าพรรค ปชน. มีข้อตกลงกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.ให้เป็นรองนายกฯ เหลวไหลไม่มีข้อเท็จจริง ระยะหลังพยายามโจมตีพรรค ปชน.เพราะอะไร เกี่ยวข้องกับนายทหารคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนรักนายชูวิทย์ ที่มีภาพถ่ายกอดคอสนิทสนมกับชาวต่างชาติ อดีตที่ปรึกษา ฮุน เซนที่ถูกสังคมสันนิษฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์หรือไม่ นายชูวิทย์ทำไปเพื่ออะไร แล้วพรรคไหนได้ประโยชน์ คนเคยเกลียดกัญชาเข้าไส้ ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นผู้เสพติดกัญชางอมแงมไม่ได้ นายชูวิทย์น่าจะไตร่ตรองและเห็นผลไว้ก่อน ส่วนจะรับงานหรือไม่ยังไม่อยากกล่าวหา ถ้าตนเอาภาพนายทหารกอดคอกับชาวต่างชาติแล้วกล่าวหาใส่ร้ายว่านายชูวิทย์กับทหารคนนั้น ไปร่วมกันทำอย่างนั้น อย่างนี้ก็ไม่ถูก ตนไม่ทำค่ายส้มไม่ทนฟ้องผิด ก.ม.เลือกตั้งเมื่อถามว่านายชูวิทย์ระบุได้ข้อมูลทั้งหมดมาจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นายวิโรจน์ถามกลับทันทีว่ามีหลักฐานอะไรและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยอมรับหรือไม่ ดีลว่าจะให้รองนายกฯฟังแล้วหัวเราะปิดทีวีเลย สร้างเรื่องอย่างนั้น ทำไมไม่สร้างเรื่องว่าตนดีลกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ.เลย ทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะ พล.อ.อภิรัชต์เกลียดคนหนักแผ่นดินที่สุด คำพูดพวกฟอกเงินหนักแผ่นดินจริงๆ ถ้าจะดีลกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ดีลกับ พล.อ.อภิรัชต์ดีกว่า เมื่อถามว่าจะฟ้องอะไรนายชูวิทย์บ้าง นายวิโรจน์กล่าวว่า คงฟ้องการผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่คงไม่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ด่าอะไรรับฟังเสมอแม้จะมีคำหยาบทนได้ แต่หลังๆเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จใส่ร้ายป้ายสีกัน อยากให้นายชูวิทย์ไตร่ตรองเสียหน่อย อยากให้ประชาชนคิดตามว่าพรรคไหนได้ประโยชน์แซะต้องคดี ตปท.ยังแคนดิเดตนายกฯได้นายวิโรจน์กล่าวถึงกรณีผู้สมัคร สส.พรรค ปชน.ถูกจับกุม และมีกระแสข่าวจะถูกจับกุมเพิ่มว่า ยืนยันพรรคไม่นิ่งนอนใจกับเบาะแสต่างๆที่ได้รับ มีกลไกของกรรมการวินิจฉัยและกรรมการวินัยสืบสวน เพื่อหาหลักฐานเชิงประจักษ์ ผู้สมัครสส.พรรค ปชน.ที่พัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมาย เราดำเนินการเปิดเผย ไม่มีละเว้น ถึงเวลาตั้งคำถามกับพรรคอื่นที่ส่งผู้สมัคร สส.ที่ DSI รับเอาคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ และ ปปง.มีมติให้ยึดอายัดทรัพย์ ทำไมผู้สมัครรายนั้นพรรคนั้นยังคงให้ลงรับสมัครเลือกตั้งต่อไป แม้แต่คนที่มีคำพิพากษาชัดเจนจากศาลต่างประเทศจากรัฐนิวเซาท์เวลส์ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯได้ อีกหลายพรรคที่ส่งคนที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดข้อหาทุจริตคอร์รัปชันจ่อยื่น กกต.เอาผิดเพจไอโอปั่นข่าวเท็จเมื่อถามถึงนักการเมือง ส. ที่นายชูวิทย์บอกจะเป็นรายต่อไป นายวิโรจน์ตอบว่า ไม่ได้หวั่นไหวกับสงครามประสาทรายวัน การแก้ปัญหาความคลุมเครือนี้ พรรควางมาตรฐานชัดเจนว่าจะมีอีกกี่ราย ส. หรือ ก.-ฮ.เอามาเลย เรามีมาตรฐานเดียวกัน เคารพต่อกระบวนการยุติธรรม ส่วนที่มีการเรียกร้องให้คนที่รับรองผู้สมัคร สส.ที่เข้ามาต้องลาออกด้วย พรรคเราไม่โทษที่คน การคัดเลือกผู้สมัครเราใช้คณะกรรมการ มีทั้งส่วนของจังหวัดและส่วนกลางผสมกันไป ถ้าให้ออกแม้มีส่วนร่วมนิดเดียวคงออกทั้งพรรค จึงต้องมาแก้ที่ระบบ ตอนนี้ใกล้ถึงจุดโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง 69 ที่เกิดขึ้นไม่หยุดคือปฏิบัติการใส่ร้ายป้ายสี เผยแพร่ข้อความและข้อมูลอันเป็นเท็จ ทําให้ประชาชนเข้าใจพรรค ปชน.ผิดซํ้าแล้วซํ้าเล่า ทีมงานจะเก็บรวบรวมข้อความจากแอ็กเคาต์ต่างๆเชื่อมโยงกัน หวังอย่างยิ่งจะแกะรอยไปถึงกลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลังได้ และฝ่ายกฎหมายพรรคจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดส่งให้สํานักงาน กกต.ดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เช่น การใส่ร้ายประเด็นความมั่นคงว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.จะรื้อรั้วออกให้หมดหากได้เป็นนายกฯ ยังมีการนําประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กลับมาโจมตีทางการเมือง ได้รวบรวมบัญชีผู้ใช้งานที่มีข้อมูลโยงใยถึงกันไว้ด้วย จะนําส่งข้อมูลให้ กกต.เพื่อร้องเรียนแจ้งความตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ “เท้ง” ขอพรพระธาตุดอยสะเก็ดเมื่อเวลา 07.00 น. ที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.ลงพื้นที่ช่วยนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ พรรค ปชน.หาเสียง นายณัฐพงษ์เริ่มต้นเดินขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสะเก็ดเพื่อเป็นสิริมงคล จากนั้นเข้าพบเจ้าอาวาสสนทนาและขอพรให้การหาเสียงและการเลือกตั้งราบรื่น ก่อนเดินทางไปพบปะประชาชนที่ตลาดบริเวณหน้าวัด แจกใบปลิวและขอคะแนนเสียงให้นายณัฐพล ก่อนจะเดินทางไปหาเสียงที่ จ.เชียงราย วันที่ 20 ม.ค. และ จ.ลำพูน และลำปาง วันที่ 22-23 ม.ค.“พิธา” พบคนไทยในเยอรมนีตื่นตัวสูงขณะที่เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อม น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปกรุงเบอร์ลินพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนไทยที่พำนักอยู่ในเมืองต่างๆ อาทิ มิวนิกฮัมบูร์ก เบรเมน แฟรงก์เฟิร์ต และพัสเซา นายพิธาชื่นชมความตื่นตัวทางประชาธิปไตยของชาวไทยในเยอรมนี ที่มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งและประชามติเพิ่มจาก 5,000 คนเป็นกว่า 8,000 คน อัตราการเติบโต มากกว่า 60% สูงกว่าค่าเฉลี่ยคนไทยในต่างประเทศทั่วโลก โดยได้สนทนาหลายเรื่อง อาทิ คุณภาพชีวิตและสวัสดิการของรัฐ โครงสร้างการจัดเก็บภาษีข้อดีและข้อจำกัดระบบภาษีสูง-สวัสดิการสูง แม้จะช่วยให้รัฐลงทุนในบริการสาธารณะและความมั่นคงทางสังคมได้ต่อเนื่อง แต่มีความท้าทายด้านภาระภาษี ค่าครองชีพและแรงกดดันต่อภาคธุรกิจและแรงงานเช่นกัน เป็นต้น“ชูวิทย์” ไม่กลัวถูกฟ้องไม่เคยอัดคลิป “บิ๊กโจ๊ก”เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมเดวิส บางกอก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง แถลง ข่าวตอบโต้นายวิโรจน์ นำส้ม 5 ลูก กระถางธูป ถุงโจ๊ก และป้ายข้อความราษฎรเต็มขั้นมาวางประกอบ นายชูวิทย์ยืนยันการกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ารับงานทางการเมือง กรณีกล่าวหาว่า พรรค ปชน.ดีลลับกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หากฝ่ายใดจะฟ้องร้องตนเองทำได้ เคยผ่านการถูกฟ้องร้องมาแล้วหลายคดี พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ไม่มีการบันทึกคลิป เพราะไม่เห็นว่าเป็นเรื่องเสียหาย อดีตรอง ผบ.ตร.ย่อมมีข้อมูลจำนวนมากที่เป็นประโยชน์ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เคยกล่าวเชิงว่าหากช่วยทำพื้นที่ สส.ได้ก็อยากดูแลตำรวจ แต่ไม่ได้ระบุถึงตำแหน่งรองนายกฯ แม้ตนจะไม่มีเอกสารหรือใบเสร็จมาแสดง หารือกับใครไม่เคยบันทึกเสียง ดังนั้น หากนายวิโรจน์จะมาถามหาหลักฐาน ไม่มีแน่นอน ตนรักพรรค ปชน.แต่ไม่เห็นด้วยกับการนำคะแนนเสียงที่ประชาชนโหวตให้พรรค ปชน.ไปสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เป็นเรื่องของอำนาจและเกมการเมือง เย้ยถ้าได้เป็นรัฐบาล ก็เป็นส้มไม่สุกนายชูวิทย์ได้โชว์แชตไลน์ที่พูดคุยกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ.ตั้งเเต่ปี 66 ต่อหน้าสื่อมวลชน ระบุเป็นเพื่อนกันกว่า 30 ปี ไม่ได้หมายความว่า มีอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกัน หรือบังคับความคิดซึ่งกันและกันได้ ปีเดียวกันตนยังสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล พล.อ.อภิรัชต์ไม่เคยห้าม เจตนารมณ์ตนต้องการ “สั่งสอน” พรรค ปชน. เพื่อให้ราษฎรตื่นจากภวังค์ เข้าใจโลกการเมือง การแก้รัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ประชาชนร่ำรวย หากโครงสร้าง อำนาจยังไม่เปลี่ยน ตนไม่ได้ต่อต้านพรรค ปชน.ในระยะยาว จะไม่ตามล้างตามผลาญหลังเลือกตั้ง หากพรรค ปชน.ได้เป็นรัฐบาลถือว่าเป็นส้มที่ยังไม่สุก ยังต้องใช้เวลาเรียนรู้และเติบโต หากจะอธิบายความรู้สึกขอใช้คำว่าเพราะรักมากจึงแค้นมาก ผิดหวัง กับการตัดสินใจที่ทำให้ยักษ์แคระ กลายเป็นยักษ์ใหญ่ และกลายมาเป็นคู่ต่อสู้ทางการเมืองของพรรคเอง เชื่อว่าครั้งนี้พรรค ปชน.จะไม่ได้คะแนนเสียงตามที่ตั้งเป้าไว้แน่นอน หากได้เกิน 120 ถือว่าเก่งมากแล้ว ประเมินไว้ว่าจะได้เพียงแค่ 90-100 ที่นั่งเท่านั้นช่วงท้ายนายชูวิทย์นำส้มขึ้นมาแกะปอกใส่ปาก ก่อนชิมส้มไปหนึ่งซีก บอกว่าส้มนี้ยังไม่หวาน ต้องบ่มอีกนิดถึงจะพอดี ต้องค่อยเป็นค่อยไป งั้นขอกินอีกที แต่มันยังเปรี้ยวอยู่ ถ้ารออีกหน่อยอาจจะดีกว่านี้“ยศชนัน” ปล่อยขบวนรถ EV หาเสียงเมื่อเวลา 11.05 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. นำทีมปล่อยขบวนรถหาเสียงไฟฟ้ารูปแบบใหม่ จากด้านหน้าพรรค โดยนายยศชนันขึ้นไปลองนั่งในรถแล้วปล่อยขบวนรถออกไปหาเสียงรอบพื้นที่ กทม. นายยศชนันกล่าวว่า นี่คือแนวทางการสื่อสารนโยบายเพิ่มเติมของพรรคให้ประชาชน นโยบายของพรรคเป็นรถ EV ป้องกันมลพิษ รถหาเสียงนี้จะสื่อสารนโยบายพรรค วิ่งไปที่เขตไหน หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นเบอร์ผู้สมัครเขตนั้นๆ ส่วนนโยบายปรับเปลี่ยนได้ และปัจจุบันมีความต้องการไม่ว่าจะเป็น EV ถ้ามีความต้องการภาครัฐมาก หากเราจะลงทุนเรื่องนี้เป็นผลิตภัณฑ์ของคนไทยจะเกิดประโยชน์ เดินตลาดท่าน้ำนนท์ช่วย 8 ผู้สมัคร สส.ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ท่าน้ำนนทบุรี จ.นนทบุรี นายยศชนัน พร้อมนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ขึ้นรถแห่หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.นนทบุรีทั้ง 8 เขต นายยศชนันลงจากรถแห่เดินทักทายพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนที่มาซื้อของในตลาด ประชาชนขอถ่ายรูปและมอบดอกไม้ให้ มีแฟนคลับขอให้เซ็นชื่อบนเสื้อพรรค พท.ที่ใส่มา พ่อค้าร้านขายรองเท้าสวมเสื้อพรรค พท.มายืนรอก่อนดึงเข้าไปในร้าน โชว์ภาพที่เคยถ่ายร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และมีแม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวปลาถอดสายสิญจน์หลวงปู่ศิลาบนข้อมือตัวเองมาผูกให้นายยศชนัน ร่ายคาถาอวยพรให้ได้เป็นนายกฯลั่นทลายรังยาเสพติดใน 6 เดือนจากนั้นเวลา 17.00 น. นายยศชนันขึ้นเวทีปราศรัยที่ท่าน้ำนนท์ มีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯร่วมเวที นายยศชนันปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขอให้เลือก พท.ทั้ง 8 เขต เลือกนายยศชนันเลือดเนื้อเชื้อไขที่เคยเรียนชั้นประถมฯ ที่ ร.ร.อนุบาลนนทบุรี ไปเป็นนายกฯได้ไหม วันที่ 8 ก.พ. จะเปลี่ยนความฝันความหวังด้วยสองมือของเรา อย่างแรกที่จำเป็นต้องทำคือเติมรายได้ให้คนมีรายได้ถึงเดือนละ 3,000 บาท ลดรายจ่าย ให้มีเงินเหลือ นนทบุรีต้องร่ำรวยขึ้น วันที่ 23 ม.ค. จะประกาศนโยบายแก้ปัญหาจัดการน้ำทั้งระบบ ที่ลานหน้าสยามพารากอน จะเดินหน้ากระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นต่อเพิ่มงบฯให้ท้องถิ่น ยาเสพติดภายใน 3 เดือนจะเอาคนติดยาออกไปบำบัด ไม่เกิน 6 เดือนทลายรังยาเสพติดทั้งระบบ ไม่ว่าอยู่ประเทศไหนเราจะตามไปทลายที่นั่น ใช้การทูตเป็นตัวนำ ปัญหาสแกมเมอร์ต้องหมดไป ถ้ามียศชนันต้องไม่มีสแกมเมอร์ จากนั้นยกคณะไปหาเสียงต่อที่ จ.ปทุมธานี“อ๋อย” จี้ กกต.เร่งพีอาร์ประชามติ รธน.วันเดียวกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ประธานคณะกรรมการรณรงค์ประชามติพรรค พท.แถลงว่า ขอบคุณที่ กกต.ให้ความชัดเจนว่าพรรคการเมืองและผู้สมัครรณรงค์ประชามติได้อย่างเสรี ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย กกต.จัดเวทีให้พรรคการเมืองไปร่วมแสดงความคิดเห็น เท่าที่เห็นยังมีเพียงเวทีเดียว อยากเสนอให้เพิ่มเวทีชี้แจงเรื่องประชามติ และจัดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นทางฝ่ายเห็นชอบและไม่เห็นชอบ ขอความร่วมมือสื่อจัดเวทีหรือถ่ายทอดสดในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ควรย้ำเนื้อหาและขอบเขตการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ อยู่ในขั้นตอนต่อไปหลังจากประชามติ ไม่ใช่ขั้นตอนการทำประชามติครั้งนี้ เป็นห่วงว่าประชาชนจำนวนมากอาจเสียสิทธิจากการไม่ไปออกเสียงประชามติ อยากให้ กกต.ประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้มากกว่านี้“เสี่ยตุ๋ย” ฉะ รบ.ตี 2 หน้าลวงประชามตินายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรค รทสช. กล่าวถึงพรรครัฐบาลมีมติ ครม.เสนอคำถามประชามติว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” โดยไม่มีวิธีการ และเนื้อหาว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า เป็นเหมือนคำถามหลอกประชาชนให้ฉีกรัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้เกิดปัญหากระทบต่อสถาบันหลักของชาติด้วย แม้ช่วงแรกจะไม่เกี่ยวกับเนื้อหา แต่รัฐบาลบอกกรอบที่จะให้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ว่าจะมีกรอบอย่างไร การไม่บอกอะไรเลย เหมือนขออนุญาต เซ็นเช็คเปล่าไปก่อน ไม่ถูกต้อง พรรครัฐบาลประกาศจะไม่แก้หมวด 1-2 แต่กลับให้ทำประชามติฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งทั้งฉบับ กระทำสวนทางกันสิ้นเชิง ผิดหวังต่อท่าทีพรรคต่างๆที่ยังแทงกั๊ก ทั้งที่ควรแสดงความชัดเจนว่า “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ใช่แค่ประกาศจะไม่กระทบหมวด 1-2 แต่กลับมีแกนนำพรรคและผู้สมัครหลายคนไปร่วมรณรงค์เห็นชอบสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่“ชวน” ช่วยหาเสียงให้ “ต๊ะ นารากร”นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ลำปางและตาก ช่วยรณรงค์หาเสียงผู้สมัคร สส.เขตภาคเหนือของพรรค ชูการเมืองสุจริต ฟื้นเศรษฐกิจไทย เริ่มต้นที่ จ.เชียงใหม่ ขึ้นขบวนแห่รถตระเวนรอบเมืองแนะนำตัว น.ส.นารากร ติยายน ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 1 เบอร์ 7 และปราศรัยย่อยตามจุดต่างๆ พร้อมทั้งเดินเท้าเคาะประตูบ้านฝากฝังผู้สมัครของพรรค นายชวนกล่าวว่า เป็น สส.มา 17 สมัย ไม่เคยซื้อเสียงเลยแม้แต่บาทเดียว ขอให้ประชาชนรู้เท่าทันว่าใครก็ตามที่ซื้อเสียง นั่นคือจุดเริ่มต้นของธุรกิจการเมือง เมื่อเขาลงทุนจ่าย ซื้อไปแล้ว ที่สุดท้ายนักการเมืองคนนั้นพรรคนั้นต้องไปถอนทุนคืนผ่านการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการรัฐ เมื่อเข้ามามีอำนาจบริหารบ้านเมืองด้าน น.ส.นารากรกล่าวเป็นภาษาคำเมืองตามสโลแกนที่รณรงค์หาเสียงว่า “เงินมาฮาเอา แต่เฮากาประชาธิปัตย์” สื่อให้รับเงินได้ตามน้ำใจที่ให้ แต่ไม่ต้องเลือกคนโกง ให้หันมาเลือกพรรค ปชป. คนที่ตั้งใจทำงานจริงที่อาสามาพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชาวเชียงใหม่“เจ๊หน่อย” การันตีกา ทสท.ไม่สูญเปล่าวันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ช่วยหาเสียงให้นายวิศรุต สวัสดิ์วร ผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี เขต 1 ที่ตลาดใหญ่ มีพ่อค้าแม่ค้าทักทายและมอบข้าวต้มมัดให้ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ขอให้พี่น้องเลือกคนของพรรค รับรองไม่เสียเปล่า คะแนนเสียงจะไม่ตกน้ำแน่นอน เพราะเลือกทางรอดของประเทศ ได้นักการเมือง มือสะอาด มีความสามารถเข้ามาบริหารงบฯแผ่นดินเกือบ 4 ล้านล้านบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน เราอาสาไปหยุดยั้งวงจรการทุจริตคอร์รัปชันที่กัดกินประเทศมายาวนาน ทุจริตปีละร่วม 500,000 ล้านบาท มีเป้าหมายหลักนำงบฯที่ควรเป็นของประชาชนกลับคืนมา ไม่ปล่อยให้นักการเมืองทุจริตนำไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน พรรค ทสท.เป็นพื้นที่ของคนทำงานที่ตั้งใจจริง ทั้งคนรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ และเป็นพรรคไม่มีนายทุนครอบงำ ยืนยันจะเปลี่ยนทุกคะแนนเสียงให้เป็นพลังดูแลแผ่นดิน และส่งต่องบฯให้ถึงมือประชาชนโดยตรง ไม่ให้ถูกปล้นหรือสูบไปสู่นักการเมืองทุจริตอีกต่อไป“กัลยา” ไหว้ “ย่าโม” ช่วยลูกหลานได้ชัยชนะขณะที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกฯและประธานพรรคไทยก้าวใหม่ (ทกม.) นำทีมผู้สมัคร สส.นครราชสีมา สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เพื่อเป็นสิริมงคล ขอพรในฐานะลูกหลานย่าโม ขอให้ประสบชัยชนะในการเลือกตั้ง จากนั้นนำคณะขึ้นรถแห่รอบเมืองโคราชแนะนำตัว พบปะประชาชนในพื้นที่ และเดินเท้าขอคะแนนเสียงชาวบ้านที่ตลาดกิมเฮง มีพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยต่างทักทายให้กำลังใจและขอถ่ายรูปตลอดทางเดิน พ่อค้าแม่ค้าสะท้อนอยากให้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ค้าขายคล่องตัว เบื่อการเมืองแบบเก่าๆ คุณหญิงกัลยากล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับเมืองโคราชประตูสู่ภาคอีสาน เรามีนโยบายดีๆ โดยเฉพาะนโยบายด้านการศึกษา เรียนฟรีจนถึงปริญญาเอก ปลดหนี้ กยศ. สร้างคนคุณภาพ เพราะการศึกษาคือยาแก้จน นำไปสู่หน้าที่การงานที่ดี ครอบครัวมีรายได้มั่นคงต่อมาเวลา 17.00 น. นายสุชัชวีร์ สุววรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรค และทีมผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร สส. ภาคอีสาน ปราศรัยใหญ่ช่วงโค้งสุดท้ายที่ลานไทยมุง ตลาดเซฟวัน อ.เมือง นครราชสีมา ในแคมเปญ “คนไทยต้องไม่ตายฟรี” จะไม่ยอมให้ความประมาทพรากชีวิตพี่น้องเราอีก“อนุทิน” ลุยสายไหมขอเสียงให้ “เอกภพ”เมื่อเวลา 15.00 น.ที่เขตสายไหม กทม.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แคนดิเดตนายกฯพร้อมแกนนำพรรคลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้สมัครสส.กทม.เขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน) เบอร์ 13 นายอนุทินไปถึงโรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา เด็กนักเรียนมารอต้อนรับตะโกนให้กำลังใจสู้ๆ จากนั้นขึ้นรถแห่ไปตลาดนัดวัดเกาะ โบกมือทักทายประชาชนตลอดสองข้างทาง ก่อนลงเดินหาเสียงพบปะพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน ที่ตะโกนเชียร์ ช่วงหนึ่งมีชาวบ้านมาจับมือขอบคุณ ขออย่าเปิดด่าน นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เปิดใจสนับสนุนพรรคกล้าธรรม แต่ก่อนหน้านี้จะมาช่วยงานพรรค ภท.ว่า ท่านยังบอกว่า “รักผมอยู่นิ ต้องถามให้จบ” แต่ถือเป็นเรื่องปกติตามแนวทางการทำงานทางการเมือง ความสัมพันธ์ยังแนบแน่นและปรารถนาดีต่อกันตลอดเวลา ส่วนกรณีอดีตผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟกนิวส์ว่า นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต ผู้ก่อตั้งบริษัทอิตาเลียน-ไทยเป็นพี่ชายมารดานายอนุทิน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร นึกไม่ถึงคนระดับนี้ เป็นผู้มีการศึกษา จะเล่นเกมสกปรกแบบนี้ปัดไม่ใช่ ภท.ซื้อเสียงหัวละ 7 พันบาทเมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวใช้เงินซื้อเสียง เลือกตั้ง สูงสุดในกรุงเทพฯ กว่า 7,000 บาท ว่าไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย ใครทำก็ซวยไป ประชาชนฉลาด ประชาชนรู้ทัน ใครทำการเมืองเก่าๆซื้อเสียง เมื่อถามว่าพอมีข้อมูลหรือไม่ว่าเป็นพรรคไหน นายอนุทินตอบว่า ภท.ไม่ทำเรื่องแบบนี้ และไม่เคยสนใจพรรคอื่น เมื่อถามย้ำว่ายืนยันใช่หรือไม่ว่าพรรค ภท.ออร์แกนิกแบบนี้ นายอนุทินตอบว่า ไม่ใช่คำว่าออร์แกนิกแบบนี้ เพราะในพรรค ภท.แปลกๆแบบนี้ มีวัฒนธรรมการปฏิบัติ การอยู่ร่วมกันแบบนี้ภท.บี้ส้มสอบเอาผิดสมาชิกโพสต์เท็จนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่ามีผู้ใช้ชื่อ “Jaturong Hirankarn” เจ้าของเฟซบุ๊กชื่อตรงกับอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลำดับที่ 59 และชื่อตรงกับสมาชิกพรรค ปชน.ขอฝากหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค ปชน.เป็นพรรคที่อ้างว่า มีเราไม่มีเทาให้เร่งตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนเดียวกันหรือไม่ หากใช่ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะพฤติกรรมดังกล่าวถือว่า ยิ่งกว่าเทาได้รับข้อมูลแจ้งเข้ามาเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับการโพสต์และแชร์ข้อความอันเป็นเท็จในกรณีดังกล่าว มีผู้กระทำผิดนับร้อยราย แม้บางรายปิดเฟซบุ๊กหนีไปแล้ว แต่ทีมงานเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ทั้งหมดเตรียมดำเนินคดี ขอเตือนให้ยุติการกระทำผิดนี้ เพราะผิดกฎหมาย จะถูกดำเนินคดี ติดคุก ขออย่าแชร์เอาสนุก เอามัน แต่ติดคุกไม่สนุกหรอกจะบอกให้“ทนายชา” ร้อง “เสี่ยตุ๋ย” ปล่อยวิดีโอเท็จวันเดียวกัน นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย หรือ “ทนายชา” เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ ล้อมกอบเกิด รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ห้วยขวางเอาผิดนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตามกฎหมายประชามติและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นายธนูกล่าวว่า นายพีระพันธุ์เผยแพร่วิดีโอคลิปผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจพรรค รทสช.รณรงค์ให้ประชาชนไปออกเสียงไม่เห็นชอบการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่วันที่ 8 ก.พ.69 กล่าวข้อความบิดเบือนอันเป็นเท็จในวิดีโอ ต้องการหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อว่าหากคะแนนเสียงเห็นชอบผ่านประชามติครั้งนี้แล้ว จะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่มีการรับฟังเสียงประชาชนอีก ขัดแย้งความเป็นจริง เพราะตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 กำหนดให้ทำประชามติ 3 ครั้ง ประชาชนออกเสียงควบคุมทิศทางและเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การออกเสียงเห็นชอบไม่ใช่การเซ็นเช็คเปล่าอย่างที่นายพีระพันธุ์กล่าว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะขอตรวจดูพยานหลักฐานก่อนว่าผิดกฎหมายหรือไม่“ทักษิณ–ลูก” ลุ้นได้พักโทษเดือน พ.ค.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยา น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ หลังเข้าเยี่ยม 1 ชม. น.ส.พินทองทาเปิดเผยว่า คุณพ่อปรับตัวได้ดี เพราะอยู่ข้างในมา 4 เดือนกว่าแล้ว ส่วนกรณีเดือน พ.ค.นายทักษิณอาจได้รับการพิจารณาพักโทษทั่วไป ได้คุยกับคุณพ่อเรื่องนี้ คุณพ่อบอกเพียงว่าขอให้เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ตามกติกาจะได้จบถูกต้อง คุณพ่ออายุเกิน 70 ปีแล้ว ท่านควรได้สิทธิพิจารณาส่วนนี้ตามระเบียบ ขณะที่ใกล้ถึงวันเลือกตั้งแล้ว นายณัฐพงศ์บอกว่า คุณพ่อยังคงให้กำลังใจผู้สมัครพรรค พท. ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ทนายยันเป็นไปตาม ก.ม.ไร้อภิสิทธิ์ด้านนายวิญญัติกล่าวว่า กระแสข่าวนายทักษิณจะได้รับการพิจารณาพักโทษทั่วไปช่วงเดือน พ.ค. เชื่อว่าเป็นกรอบระยะเวลาที่เป็นไปตามกฎหมายเป็นสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขัง ไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์เหนือใคร หรือไปบีบราชการให้สิทธิ เมื่อนับการคุมขังจะครบ 8 เดือนวันที่ 8 พ.ค. จะอยู่ในเกณฑ์ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ หากคุมขังแล้ว 2 ใน 3 และเหลือโทษจำคุกเพียง 1 ใน 3 มีเกณฑ์อย่างไร และนายทักษิณอายุ 70 กว่าปีแล้ว เรือนจำจะสำรวจผู้ต้องขัง นายทักษิณเป็น 1 ในจำนวนที่ถูกสำรวจว่าเข้าเกณฑ์พักโทษ จะสอบถามผู้ต้องขังอยากใช้สิทธิพักโทษหรือไม่ เมื่อเรามีสิทธิต้องแสดงความจำนงพักโทษ เป็นการปล่อยตัวคุมประพฤติ ต้องมีเงื่อนไขการปล่อยตัว เช่น ให้อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ในความอุปการะของผู้อุปการะ เป็นบ้านเรือนที่ใด ภูมิลำเนาที่ใด หากจะออกนอกพื้นที่ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ เป็นต้น หรืออาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม สถานที่คุมประพฤติเป็นบ้านจันทร์สองหล้าหรือไม่ ผู้อุปการะมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด สถานที่คุมประพฤติต้องเป็นที่แห่งนั้น ส่วนคดีมาตรา 112 ที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งอุทธรณ์ให้ฟ้องอยู่ระหว่างการจะยกร่างประชุมเพื่อแก้อุทธรณ์ ไม่น่ามีผลกระทบต่อการพักโทษคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม