หนึ่งในหายนะครั้งใหญ่ที่เชื่อกันมายาวนานก็คือ เหตุการณ์ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก ที่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปเมื่อ 65 ล้านปีก่อน จริงๆแล้วโลกมีอุกกาบาตตกใส่ทุกวัน ทว่าขนาดของมันเล็กและลุกไหม้กลายเป็นจุณไปก่อนจะถึงพื้นโลก แต่ก็มีอุกกาบาตที่เป็นภัยต่อโลกเช่นกรณีอุกกาบาตระเบิดเหนือเมืองเชเลียบินสก์ ในรัสเซีย ทำให้มีคนเจ็บนับพันราย เมื่อปี 2556 ได้ก่อความกังวลเกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางพุ่งชนโลกมากขึ้น จึงพยายามค้นหาหนทางลดความเสี่ยงจากวัตถุจำพวกนี้ที่จะโจมตีโลกในสักวันหนึ่งโครงการดาร์ท (Double Asteroid Redirection Test) ขององค์การนาซา ที่เปรียบเป็นภารกิจ “อาร์มาเกดดอน” (Armageddon) ตามชื่อหนังดังฮอลลีวูด เป็นเรื่องราวพิชิตและทำลายดาวหางที่กำลังพุ่งมาทำลายล้างโลก คือหนึ่งในปฏิบัติการที่สำคัญ ยานลำนี้ไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย ถูกส่งไปยังระบบดาวเคราะห์น้อยดิดิมอส (Didymos) ที่มีดาวเคราะห์น้อยบริวารชื่อดิมอร์ฟอส (Dimorphos) นักวิทยาศาสตร์วางแผนให้ยานดาร์ทพุ่งชนกับดิมอร์ฟอส เพื่อเบี่ยงเส้นทางการโคจรของมัน และเมื่อ 26 ก.ย.ตามเวลาในสหรัฐฯ ตรงกับเช้าตรู่วันที่ 27 ก.ย. ตามเวลาในไทย สื่อหลายสำนักรายงานว่า ยานดาร์ทประสบความสำเร็จในการชนกับดิมอร์ฟอส ด้วยความเร็วประมาณ 21,600 กม./ชม. โดยมีดาวเทียมขนาดเท่ากระเป๋าเอกสารเดินทางตามอยู่ข้างหลังเพื่อบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นสมาชิกในทีมดาร์ทเผยว่า นักวิทยาศาสตร์จะใช้เวลาราว 2 เดือนในการพิจารณาว่า วงโคจรของดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ซึ่งนี่คือแบบทดสอบสำคัญที่จะให้แนวทางว่า หากมีดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสพุ่งชนโลกในวันใดวันหนึ่ง มนุษย์จะรับมืออย่างไรให้รอดพ้นหายนะประเภทนี้ และในอีก 4 ปีข้างหน้า องค์การอวกาศยุโรปก็เตรียมพร้อมสานต่อด้วยโครงการเฮรา (Hera) ที่จะส่งยานและอุปกรณ์ไปยังระบบดาวเคราะห์น้อยดิดิมอส เพื่อสำรวจตามหลังผลจากการชนอย่างละเอียด ข้อมูลส่วนนี้จะเป็นกุญแจสำคัญต่อการวางแผนภารกิจป้องกันดาวเคราะห์ที่จะทำซ้ำได้ในอนาคต รวมถึงทำให้เข้าใจองค์ประกอบและโครงสร้างของดาวเคราะห์น้อยได้ดีขึ้นอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่มีดาวเคราะห์น้อยที่จะกระทบกับโลกโดยตรง แต่เราก็ต้องรู้ไว้เช่นกันว่า ทุกวันนี้มีดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ใกล้โลกมากกว่า 27,000 ดวง ในทุกรูปทรงและทุกขนาด.ภัค เศารยะ