ตำรวจใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงไขคดีปริศนาสำเร็จ หลังเกิดเหตุพิศวงคีย์บอร์ดเครื่องคอมพิวเตอร์ระเบิดใส่หน้านักเรียนชายชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยมย่านบางบัวทอง แป้นพิมพ์เจาะหางคิ้วเลือดทะลักสิ้นใจคาห้องเรียน พฐ.ตรวจบาดแผล บนหัวเหยื่อถึงผงะ มีรูกระสุนทะลวงกะโหลกเป็นรูโบ๋ สแกนที่เกิดเหตุทุกตารางนิ้ว เจอหัวลูกปืนสภาพบี้แบน เค้นถามเพื่อนที่นั่งใกล้ผู้ตายจนยอมรับ ครั้งแรกบอกทำปืนลั่น ก่อนจำนนต่อหลักฐาน สารภาพตั้งใจยิงสางแค้น อ้างขโมยปืนลูกโม่ .38 มาจากพระลูกวัดวัดลาดปลาดุก หลังเกิดเหตุโทร.เรียกเพื่อนสนิทให้ขี่รถมาเอาปืนไปซ่อน ด้านพระที่ถูกอ้างเป็นเจ้าของปืนปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคดีปริศนาฆาตกรรมในโรงเรียนมัธยมครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ก.ย. ร.ต.อ.สายยนต์ ทองทา รอง สว. (สอบสวน) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ระเบิด ภายในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ร.ร.วัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นเหตุให้นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เสียชีวิต ในที่เกิดเหตุทันที 1 ราย ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง และตำรวจชุดสืบสวน ที่เกิดเหตุอยู่ชั้น 2 อาคารวิบูลย์นนทกิจ ในห้องคอมพิวเตอร์พบร่าง ด.ช.ตั๊ก (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียน ม.3/2 นอนหงายเหยียดยาวบนพื้น ใบหน้ามีแผลฉกรรจ์ที่หางคิ้วซ้ายยาว 3-4 ซม. แผลลึกถึงกระดูก มีเลือดทะลักออกจากศีรษะด้านหลังนองพื้น เจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊งและหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินพยายามปั๊มหัวใจและใช้เครื่องกระตุ้นสัญญาณชีพเพื่อยื้อชีวิตอย่างเร่งด่วน แต่นักเรียนชายคนดังกล่าวเสียเลือดมากเสียชีวิตลงระหว่างปฐมพยาบาลตรวจสอบบนโต๊ะวางคอมพิวเตอร์ที่เกิดเหตุ พบกรอบโครงคีย์บอร์ดทำจากพลาสติกแข็งแตกกระจาย แป้นปุ่มกดหายไปหลายปุ่ม แต่หน้าจอคอม พิวเตอร์ไม่มีร่องรอยการระเบิด ครูผู้ดูแลระบุว่าคอมพิวเตอร์เครื่องเกิดเหตุเป็นเครื่องใหม่ โรงเรียนสั่งซื้อมาจำนวน 10 เครื่อง เพิ่งให้นักเรียนได้ใช้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นักเรียนผู้เสียชีวิตเป็นเด็กดี มีผลการเรียนปานกลาง แต่ตั้งใจเรียน เป็นที่รักของครูและเพื่อนนักเรียน ขณะที่ ด.ช.เด (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เพื่อนร่วมชั้นที่นั่งใกล้กับผู้เสียชีวิตอ้างว่า ระหว่างนั่งเรียนได้ยินเสียงดังบึม สักพักผู้เสียชีวิตล้มลงไปนอนกับพื้นมีเลือดออกจากหัว ทุกคนตกใจรีบวิ่งออกจากห้องเรียนทันทีนางศศินา รักปาน ครูสอนวิชาออกแบบคอมพิวเตอร์ ให้ข้อมูลอ้างว่า เหตุเกิดช่วงเวลา 13.30 น. ก่อนหน้านี้มีนักเรียนชั้น ม.2 เข้าเรียนและใช้เครื่องคอมฯดังกล่าวที่อยู่ด้านในเป็นเครื่องที่ 2 ไม่มีปัญหาอะไร พอหมดคาบเรียน นักเรียน ม.2 ออกไป ตน ให้นักเรียน ม.3 เข้ามาเรียนต่อ ตอนนั้นตนนั่งอยู่หน้าห้อง ขณะที่นักเรียน 7 คนนั่งประจำโต๊ะและเปิดเครื่องคอมฯได้ประมาณ 10 นาที จู่ๆมีเสียงคล้ายระเบิดดังตุ้บขึ้น 1 ครั้ง หันกลับไปมอง เห็นนักเรียนชายคนดังกล่าวล้มฟุบลงไปกองกับพื้น มีเลือดทะลักออกจากศีรษะจำนวนมาก ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนนักเรียน หลังตั้งสติได้ตนรีบวิ่งไปตามครูในโรงเรียนพร้อมโทร.แจ้งรถกู้ชีพฉุกเฉินมาช่วยเหลือต่อมาแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นนทบุรี เดินทางมาชันสูตรศพ ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง พบแผลรูโบ๋ขนาดใหญ่ด้านหลังศีรษะเหนือท้ายทอย ลักษณะบาดแผลคล้ายถูกยิงจากกระสุนปืน ทำให้มีเลือดปนมันสมองทะลักออกมาเป็นลิ่มๆ สงสัยว่าผู้ตายน่าจะถูกยิงมากกว่าถูกคีย์บอร์ดระเบิดใส่ใบหน้า ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้รับคำยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ว่า ภายในคีย์บอร์ดไม่มีวงจรใดๆ ที่จะเป็นสาเหตุให้เกิดการระเบิดได้ ทำให้เกิดความ สงสัยและพยายามไขปริศนาสาเหตุคีย์บอร์ดแตกได้อย่างไรเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่เกิดเหตุทันที พร้อมตรวจสอบภายในห้องเรียนคอม พิวเตอร์อย่างละเอียดทุกตารางนิ้ว กระทั่งพบหัวกระสุนปืน 1 หัวตกอยู่บนพื้นกระเบื้องในสภาพบี้แบน คาดเป็นหัวกระสุนปืน .38 จากการประมวลเหตุการณ์สันนิษฐานว่า ขณะผู้ตายนั่งก้มหน้าพิมพ์คอมพิวเตอร์ ได้ถูกกระสุนปืนยิงเข้าทางท้ายทอย คมกระสุนชอนไชสมองก่อนทะลุออกหางคิ้วซ้าย และหัวกระสุนมาถูกคีย์บอร์ดแตก ทำให้ผู้เห็นเหตุการณ์ครั้งแรกเข้าใจว่าสาเหตุเกิดจากการระเบิดของคีย์บอร์ดหลังไขปริศนาสำเร็จและทราบสาเหตุการเสียชีวิตว่าถูกยิง ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ได้นำตัว ด.ช.เด ที่อยู่ใกล้ผู้ตายขณะเกิดเหตุไปเค้นสอบจนยอมรับว่า พกปืนลูกโม่ .38 ติดตัวมาโรงเรียนด้วย ระหว่างนั่งเรียนคอมพิวเตอร์ได้นำปืนขึ้นมาอวดเพื่อน จู่ๆปืนหล่นพื้นลั่นขึ้น 1 นัด กระสุนถูกผู้ตายล้มลงเสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ดูจากวิถีกระสุนและประมวลจากคำให้การที่มีพิรุธหลายอย่าง เนื่องจากปืนลูกโม่จะไม่ลั่นเองง่ายๆ และบาดแผลมีคราบเขม่าดินปืนเกาะอยู่จำนวนมาก ลักษณะเป็นการจ่อยิง พยายามเค้นถาม ด.ช.เด อีกครั้ง กระทั่งยอมเปิดปากให้การอ้างว่า มีความโกรธแค้นกับผู้ตายเลยขโมยปืนลูกโม่ .38 จากพระรูปหนึ่ง เป็นพระลูกวัดวัดลาดปลาดุกมาข่มขู่ผู้ตาย ขณะที่ผู้ตายนั่งก้มหน้าพิมพ์งาน ตนเกิดอารมณ์โมโห ตัดสินใจหยิบปืนออกจากกระเป๋าจ่อท้ายทอยแล้วเหนี่ยวไกยิงใส่ผู้ตายทันทีตำรวจสอบถามปืนทูตมรณะอยู่ที่ไหน ด.ช.เด อ้างว่า หลังเกิดเหตุอาศัยช่วงชุลมุนโทรศัพท์เรียกเพื่อนสนิทให้ขี่รถ จยย.มาหาที่โรงเรียนเพื่อนำปืนไปซุกซ่อน หลังได้เบาะแสชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านย่านบางบัวทอง คาดว่าเป็นสถานที่ซุกซ่อนปืนเพื่อยึดไว้เป็นของกลาง ขณะเดียวกันได้นำตัว ด.ช.เด ผู้ก่อเหตุ ไปให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นนทบุรี ทำพาราฟินเทสต์เพื่อเก็บคราบเขม่าดินปืนที่มือไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะต้องสอบสวนผู้ก่อเหตุต่อหน้าเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพอีกครั้งเนื่องจากยังเป็นเด็กเวลา 17.00 น. ตำรวจเชิญพระคำนึง นิมมโล พระลูกวัด วัดลาดปลาดุกมาสอบปากคำที่ สภ.บางบัวทอง เกี่ยวกับเรื่องปืนลูกโม่ .38 ที่นักเรียนชายผู้ก่อเหตุอ้างว่าขโมยปืนมาจากพระคำนึง เพื่อมาใช้ก่อเหตุกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน หลังใช้เวลาให้ปากคำนานประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ พระคำนึงออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ไม่เคยเห็นเด็กที่ก่อเหตุมีพฤติกรรมในลักษณะนี้มาก่อน และเด็กก็ไม่เคยมาพูดหรือปรึกษาว่ามีปัญหาอะไรกับเพื่อนมาก่อนเลย ปืนกระบอกดังกล่าวก็ไม่ใช่ของอาตมาด้วย ไม่รู้ว่าเขาไปขโมยมาจากรุ่นพี่คนไหน ยืนยันว่าปืนไม่ใช่ของอาตมา เพราะบวชมานานเกือบ 30 ปี จะไปเอาปืนมาจากไหน ปืนอะไรอาตมายังไม่รู้เรื่องเลย คิดว่าเขาน่าจะเอามาหยอกล้อเล่นกับเพื่อนมากกว่า แล้วปืนเกิดลั่น คงไม่ได้เจตนาจะไปทำแบบนั้น เพราะเป็นเพื่อนเรียนห้องเดียวกันมาน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงเหตุดังกล่าวว่า สอบถามเรื่องนี้ไปยังนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้รับรายงานว่า การเสียชีวิตของนักเรียนคนดังกล่าวไม่ได้เกิดจากแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ระเบิด แต่เกิดจากเพื่อนทำปืนลั่นใส่ ตนสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนว่าเหตุใดโรงเรียนถึงปกปิดข้อมูลกับตำรวจ ส่วนการดำเนินคดีให้เป็นหน้าที่ของตำรวจสอบสวนต่อไปรมว.ศึกษาธิการกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำมาตลอดเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นนโยบายสำคัญของ ศธ.ที่นักเรียนจะต้องได้รับความปลอดภัยในทุกมิติ จากนี้ไปขอให้ครูและผู้บริหารเข้มงวดกับมาตรการความปลอดภัยต่างๆ รวมถึงสังเกตพฤติกรรมเด็กในห้องเรียนเป็นรายบุคคลด้วยว่ามีความสุ่มเสี่ยงจะไปทำอะไรที่ไม่เหมาะสมหรือไม่