ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้คงมิใช่แค่ชาวอังกฤษหรือชาวสหราชอาณาจักรเท่านั้นที่ต้องสูญเสียบุคคลสำคัญแม้แต่ชาวโลกก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างกันเมื่อพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมได้ออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคต เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 ก.ย.65 ณ พระตำหนักบัลมอรัล สกอตแลนด์พระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีพระชนมพรรษา 96 พรรษา ทรงครองสิริราชสมบัติ 70 ปี ถือว่ายาวนานที่สุดในโลกแถลงการณ์ระบุด้วยว่า ทรงมีพระอาการประชวรและคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด โดยพระราชโอรสและพระราชธิดาทั้ง 4 พระองค์ ตลอดจนสมาชิกราชวงศ์อังกฤษต่างรุดเดินทางไปยังพระตำหนักบัลมอรัลหลังทราบข่าวการประชวรการเสด็จสวรรคตมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่เพิ่งเสด็จฯ เข้าร่วมพิธีแต่งตั้ง “ลิซ ทรัสส์” ผู้นำคอนเซอร์เวทีฟเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนล่าสุดอีกทั้งเพิ่งมีการจัดพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติอย่างยิ่งใหญ่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 เป็นพระธิดาองค์โตในสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ดำรงตำแหน่งสืบทอดและขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระราชินีนาถในลำดับที่ 3 ในขณะที่อายุเพียงแค่ 27 พรรษา หลังพระราชบิดาสวรรคตเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของสหราชอาณาจักรทรงอภิเษกสมรสกับเรือโทฟิลิป เมาท์แบทเท็น มีพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมาร พระราชโอรสองค์โตจึงได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปเสด็จขึ้นครองราชย์เป็น “พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3” พระมหากษัตริย์แห่งสหราช อาณาจักร“ข้าพเจ้าขอประกาศต่อหน้าท่านทั้งหลายว่าทั้งชีวิตของข้าพเจ้าไม่ว่าจะยาวหรือสั้น ข้าพเจ้าขออุทิศให้กับการรับใช้พวกท่านและการรับใช้ของราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ของเราทุกคน”ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีพระราช ดำรัสในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 21 ปี ที่ยังคงตราตรึงใจทุกคนจนถึงวันนี้และด้วยทรงประพฤติปฏิบัติพระองค์ตามที่ได้ปวารณาเอาไว้อย่างครบถ้วน พระองค์จึงทรงได้รับความยกย่องนับถืออย่างสูงซึ่งเป็นพระจริยวัตรที่ทำให้คนทั้งโลกต่างชื่นชมด้วยมีคำถามว่า ทำไมราชวงศ์อังกฤษจึงได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลกก็คงเป็นเพราะสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษนั้นผ่านสถานการณ์ต่างๆมาอย่างยาวนานทั้งจุดต่ำสุดและจุดสูงสุด มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ต่างๆ นานาแต่ได้มีการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาที่สำคัญก็คือ การให้เสรีภาพในการตั้งคำถามตามหลักการประชาธิปไตยเหล่านี้จึงทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันระหว่างสถาบันกับประชาชนจนทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างไร้ปัญหาอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ราชวงศ์อังกฤษกับราชวงศ์ไทยนั้นมีความสัมพันธ์และผูกพันกันอย่างใกล้ชิดมายาวนานโดยเฉพาะสมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 กับควีนเอลิซาเบธนั้นถือว่ามีความแนบแน่นทำให้ได้รับการยกย่องนับถือจากประชาชนของทั้ง 2 ประเทศไม่ต่างกันอันเป็นแบบอย่างที่ทำให้คนทั้งโลกได้เห็นและเข้าใจที่สำคัญก็คือ การให้คำตอบว่าทำไมอังกฤษกับไทยจึงมี “สถาบันพระมหากษัตริย์” ที่ได้รับการยอมรับจากคนในชาติอย่างสูงเพราะนอกจากจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจแล้วยังเป็นศูนย์กลางแห่งความสมานสามัคคีของคนในชาติอีกด้วยเป็น “ของดี” ที่หาไม่ได้ง่ายๆ!“ลิขิต จงสกุล”