ในกระบวนการทางการเมือง หลังจากวันที่ 24 ส.ค.เป็นต้นมา ต่อกรณีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และการขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะรองนายกฯที่มีอำนาจเทียบเท่านายกฯจะมีข้อแตกต่างในการบริหารปกครองประเทศอย่างไรบ้างในบริบทที่ว่าองคาพยพของโครงสร้างอำนาจการบริหารทั้งในรัฐบาลและในรัฐสภาไม่มีการเปลี่ยนแปลง ครม. ก็ยังเป็นคนเดิม พรรคร่วมรัฐบาลก็ยังเป็นขั้วเดิม กลไกในการบริหารประเทศ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ก็ยังเป็นคนเดิม นโยบายก็ยังเป็นแบบเดิมที่สำคัญคือที่มาของอำนาจก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯมา 8 ปี ผ่านวิกฤติที่ร้ายแรงมาอย่างน้อยก็เรื่องของ โรคระบาด และวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดจาก สงครามรัสเซีย-ยูเครน วิสัยทัศน์และวิธีการในการแก้ไขปัญหา ได้เห็นไหวพริบ ภูมิปัญญาและผลงานกันเป็นเชิงประจักษ์แล้ว สอบได้หรือสอบตก คงไม่ต้องอธิบายให้เมื่อยตุ้มข้อดีของ พล.อ.ประยุทธ์ คือ ไม่ให้การเมืองมามีอำนาจเหนือการตัดสินใจในการบริหารงาน แต่ก็เปิดช่องให้กับ ธุรกิจกลุ่มทุน มากเกินไป ใช้ข้าราชการเป็นกลไกในการทำงาน ไม่รับฟังปัญหาจากภาคการเมือง ภาคประชาชน กลายเป็นข้อเสียในการบริหารประเทศ ภาพลักษณ์ไม่ติดดิน พล.อ.ประยุทธ์ ภาพลักษณ์ดีไม่มีคอร์รัปชัน แต่คนรอบข้างกลับใช้อำนาจในทำนองการคอร์รัปชัน โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดที่ผ่านมามีหลายประเด็นที่ยังคาใจชาวบ้านและยังตอบคำถามไม่ได้ ไม่มีการจัดการเรื่องของปัญหาคอร์รัปชันและปัญหาที่เกิดจากคนใกล้ตัวให้เด็ดขาดทำให้กระทบถึงภาวะผู้นำส่วน พล.อ.ประวิตร ถูกทำลายภาพลักษณ์มา ตั้งแต่เรื่องนาฬิกาเพื่อน เรือดำน้ำ รวมทั้งคนที่อยู่รอบข้างไปแอบอ้างทำมาหากินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถูกนำเอาปัญหาเรื่องของสุขภาพมาเป็นจุดอ่อน ข้อดีคือ เป็นคนรักลูกน้อง ใจคอกว้างขวาง ทำให้นำไปสู่ข้อเสียก็คือ ไม่สามารถตัดสินใจอะไรที่เด็ดขาด ทำให้ปัญหาคาราคาซัง ถ้าจะเทียบความมีบารมีแล้ว พล.อ.ประวิตร ในฐานะพี่ใหญ่มีบารมีมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ แน่นอนอีกอย่างคือติดดินกว่าปัญหาที่จะทำให้ พล.อ.ประวิตร ถูกโจมตี ก็น่าจะเป็นเรื่องของ บุคลากรในการทำงาน เนื่องจากมีคนเสนอตัวเข้ามาทำงานมากเกินไป และมักจะเข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เพราะรู้ว่า พล.อ.ประวิตร สามารถที่จะตอบสนองผลประโยชน์ได้ เนื่องจากเป็นคนมีบารมี ใจถึงพึ่งได้ ทำให้คนที่ได้ก็จะเป็นมิตรคนที่ไม่ได้ก็จะเป็นศัตรูส่วนนี้ก็จะเป็นจุดอ่อนในการบริหารคนสุดท้าย อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นคนหนุ่มไฟแรงอนาคตไกล งานการเมืองอยู่ภายใต้แนวคิดของ เนวิน ชิดชอบ ผู้มีประสบการณ์จึงค่อนข้างไม่ธรรมดา ด้วยความที่เป็นภาคธุรกิจการเมือง จึงมีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่ด้วยวิธีการและแนวทางการเมือง ที่ไม่มีความชัดเจน ไม่มีการตกผลึกมาตั้งแต่ต้น บารมีทางการเมืองยังไม่มากพอ การที่จะควบคุมการบริหารการปกครองได้ไม่ใช่อยู่ที่กระแสและกระสุนเท่านั้นสุดท้ายขึ้นอยู่ที่วาสนาของแต่ละคน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th