ลาบรรยากาศวันแม่เดือนสิงหาคมกับเรื่องของสุดยอดแม่หัวใจแกร่ง คุณผึ้ง-ศุภมาส อิศรภักดี ที่ต่อสู้อุปสรรคหนักหนากว่าจะได้เป็นแม่ ซึ่งใครฟังแล้วต้องคิดว่าเธอทำได้ยังไง อดทนขนาดนี้!!หลังจบตรี-โท วิศวะจุฬาฯ เกียรตินิยม และโทที่ UNI VERSITY OF WARWICK อังกฤษ ก็ทำงานเป็นวิศวกร ที่ ปตท. แต่หลังนั้น 5 ปี ก็ลาออก ช่วยพี่สาว เรณุมาศ ดูแลคุณแม่ที่เป็นมะเร็ง ทำให้ คุณผึ้ง อยากทำงานที่ไม่ต้องตอกบัตร จึงไปสมัคร ส.ส. พรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ. 2543 ทั้งๆที่ไม่มีความรู้เรื่องการเมือง แต่ช่วงนั้นพรรคกำลังมองหาผู้หญิงรุ่นใหม่หน้าใหม่ โชคดีที่มีรุ่นพี่วิศวะจุฬาฯ เป็น ส.ส.รุ่นพี่ ช่วยผลักดัน เพราะประทับใจที่ คุณผึ้ง มุ่งมั่นมาก ถูกเรียกสัมภาษณ์เป็น 10 รอบ โดยไปรอเรียกตั้งแต่แปดโมงถึงหนึ่งทุ่ม นานเป็นเดือน จนวันหนึ่งผู้ใหญ่ของพรรค ซึ่งเห็นความอดทน บอกว่า จะให้ คุณผึ้ง ลงสมัคร ส.ส. เขตหลักสี่ ซึ่งทุกวัน ตีห้าครึ่งจะไปยืนแนะนำตัวหน้าทางเข้าหมู่บ้าน แล้วไปหาเสียงตามตลาด เที่ยงไปโรงอาหารหน่วยงานต่างๆ ในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ บ่ายเข้าชุมชนต่อ พอ 4 โมงเย็นก็เดินกดกริ่งแนะนำตัวตามบ้าน ทุกวันๆ จนคนเห็นความขยัน สุดท้าย คุณผึ้ง ก็ได้รับเลือกเป็น ส.ส. เขตหลักสี่ ในวัย 26 ปี ถือว่าอายุน้อยสุดในสภา และเคยเป็นรองโฆษกพรรคไทยรักไทย และรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยุค สมัคร สุนทรเวช จนมีรัฐประหาร คุณผึ้ง จึงลองทำธุรกิจช่วยลูกน้องให้มีรายได้ เช่น เปิดแผงขายหนังสือให้ทำรถผลไม้ดอง ร้านอาหาร รับซื้อของเก่า จนสุดท้าย ลงตัวที่โรงงานผลิตอาหารเสริม ซึ่งในปี 2555 ยังไม่บูม แต่ คุณผึ้ง เชื่อว่า จะเป็นปัจจัยที่ห้าในอนาคต จึงทำรีเสิร์ช พัฒนาโปรดักต์ จนไม่กี่ปี DOD Biotech ก็เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ครองตลาดผู้ผลิตอาหารเสริมอันดับต้นๆของไทย พองานการเมืองเพลาลง โรงงานก็ไปด้วยดี มีเวลาอยู่นิ่งๆมาก คุณผึ้ง จึงคิดถึงความฝัน อยากเป็นแม่ที่ให้ความรักลูกได้ดีที่สุด อย่างที่คุณแม่เลี้ยงตัวเองมา จึงไปหา คุณหมอสมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ พอได้คุยกันก็รู้สึกสบายใจว่า การทำกิฟต์ไม่ยาก จึงตัดสินใจทำในอายุ 46 ปี ที่หลายคนมีหลานแล้ว โดยเข้าสู่ขั้นตอน และฉีดฮอร์โมนกระตุ้นวันละเข็มเพื่อให้ไข่ตกเยอะขึ้น แล้วคุณหมอจะเก็บไข่ ซึ่งแม้จะไม่เจ็บเพราะให้ยาสลบ แต่ คุณผึ้ง กลับแพ้ยา แต่ก็อดทน จนได้ไข่ 10 กว่าฟอง ไปเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ใส่เข้าโพรงมดลูก ซึ่งครั้งแรกก็ติดและได้แฝด แต่พอครบ 3 เดือน ไปอัลตราซาวด์ พบว่าฝาแฝดหัวใจหยุดเต้น จึงเสียลูกไป เหมือนตอนอายุ 37 ปี เคยท้อง แต่แท้งแต่ คุณผึ้ง ไม่ยอมแพ้ ตั้งต้นใหม่ แต่ก็ไม่ติด เป็นคนไข้ที่แฟ้มหนาที่สุดในโรงพยาบาล เพราะไม่เคยหยุดแม้แต่เดือนเดียว ตลอด 3 ปี ทุกครั้งที่ไปฟังผล พอคุณหมอบอกว่าเดือนนี้ไม่ใช่เดือนของเรา คุณผึ้ง ก็ไม่ฟูมฟาย ยังไปหาคุณหมอ พบเจอขั้นตอนต่างๆ และปัญหาสุขภาพส่วนตัว เช่น อาการเลือดแข็งตัวตอนใส่ตัวอ่อน จึงต้องฉีดยาละลายลิ่มเลือดช่วย ซึ่งเจ็บมาก แต่ต้องฉีดทุกวัน รวมเป็นพันเข็ม--จน 15 กรกฎาคม 2561 คุณหมอที่อยู่ในแล็บ ไลน์มาว่า Congratulations, you are pregnant แต่ คุณผึ้ง ก็เริ่มนอยด์เรื่องใหม่ เพราะกลัวมากว่าจะแคร์รี่ลูกไม่ได้ถึง 9 เดือน เพราะผิดหวังมามาก และอายุก็ไม่น้อยมีโรคประจำตัวอีก แต่อดทน จนสัปดาห์ที่ 36 ก็แทบช็อก เมื่อหมอบอกว่าเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษให้ไป แอดมิต แล้วผ่าคลอดเลย ซึ่งก็รอดปลอดภัยทั้งแม่ลูก ทำให้ คุณผึ้ง มั่นใจว่า น้องเทพ–พันธนัฐ พรรธนประเทศ เป็นอภิชาตบุตร จึงช่วยแม่ฝ่าฟันมาได้ แต่ คุณผึ้ง ก็นอยด์อีกนาน ลูกไม่ร้อง ก็ต้องให้คุณหมอดูว่าเป็นใบ้หรือเปล่า และกลัวตาบอด เพราะลืมตาช้ามาก เพราะ คุณผึ้ง ผิดหวังสะสมมา 4 ปี ไม่เคยเชื่อว่าตัวเองจะมีลูกได้ พอคลอดก็ยังไม่เชื่อว่าจะรอด จึงระแวงไปหมด ไม่กล้าอุ้มลูก กลัวลูกคอหัก ทุกวันนี้ คุณผึ้ง มีความสุขมาก เพราะ ลูกเทพ มาเติมเต็มความสุข จากที่ไม่เคยใส่ใจสุขภาพ พอเป็นแม่ในอายุ 47 ปี ซึ่งมีข้อจำกัดมากมาย เช่น ไม่มีแรงวิ่งไล่ตามลูก อุ้มนานก็ไม่ไหว จึงกังวลว่าจะมีเวลาอยู่กับลูกได้นานแค่ไหน คุณผึ้ง จึงบอกตัวเองว่า ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว จึงหันมากินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน เพื่อให้ได้อยู่กับลูกให้นานที่สุด ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อลูก ทำให้ คุณผึ้ง พบทัน ว่าเป็นมะเร็งเต้านม ขั้นที่ 1 ซึ่งความคิดแรกคือแม่ต้องรอด เพราะลูกเพิ่ง 2 ขวบกว่า จึงตัดสินใจผ่า หลังผ่าตัด ต้องนอน รพ. 3 วัน แต่ห่วงลูก ที่ไม่เคยนอนแยกกัน พอฟื้นมาก็ขอกลับบ้านเลย แม้จะเดินไม่ไหวเพราะเจ็บแผลมาก แต่ยังนั่งวีลแชร์พาลูกไปเที่ยว จะร้อนจะกระเทือนแผลก็ทน เพราะไม่อยากหยุดทำหน้าที่แม่แม้แต่วันเดียว--คุณผึ้ง บอกว่า ถ้าคนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้ ขอให้มีความศรัทธาตัวเอง ทุกๆเช้าที่ตื่นมา จะบอกตัวเองว่า ชีวิตนี้ เราเดินทางมาไกลเกินกว่าที่ฝัน สิ่งที่เป็นอยู่ จึงเป็นโบนัสจากความเข้มแข็งและไม่ยอมแพ้.โสมชบา