“ชวน” ส่งคำร้องวาระ 8 ปี “นายกฯตู่” ถึงศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ชิ่งหนีปมร้อนปัดตกคำร้อง “ศรีสุวรรณ” อ้างสภาฯส่งตีความแล้วไม่จำเป็นต้องส่งซ้ำประเด็น นายกฯเก็บอาการนิ่งไม่ตอบม็อบรุมกดดัน ส่งโฆษก รบ.พูดแทนเคารพคำตัดสิน ไม่อยู่เหนือกฎหมาย “วิษณุ” อุบไต๋รัฐบาล พร้อมแจงกลัวเสียรูปคดี จะออกหัวหรือก้อย “ประยุทธ์” ยังร่วม ครม.ได้ ถึงถูกสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ยังเป็น รมว.กลาโหม ส.ว.จัดเวทีมอร์นิ่ง ทอล์ก “ดิเรกฤทธิ์” ออกโรงป้องศาลรัฐธรรมนูญต้องกล้าหาญ ยัน 8 ปี เริ่มนับจากวันโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯ 9 มิ.ย.62 พท.ร่อนแถลงการณ์งัด รธน.มัด “ลุงตู่” รอพิสูจน์ธาตุแท้เผด็จการอำนาจนิยม “ปริญญา” เผยโพลมือถือร้อยละ 93.17 ค้าน “บิ๊กตู่” อยู่เกิน 8 ปี ตร.ระดมตั้งคอนเทนเนอร์บล็อกทำเนียบฯ ตัวแทนนิสิตนักศึกษา-ทนายฟ้องยกเลิกข้อกำหนดสกัดม็อบสังคมจับตาศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้อง ส.ส.ฝ่ายค้าน ขอให้วินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะสิ้นสุดลงเที่ยงคืนวันที่ 23 ส.ค.หรือไม่ โดยนายวิษณุ เครืองาม รอง นายกฯ ระบุแม้นายกฯต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ ยังคงดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม “ชวน” ส่งศาล รธน.ชี้ขาดวาระ 8 ปีเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ ถึงการส่งคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดในวันที่ 23 ส.ค. หรือไม่ว่า ได้ลงนามในคำร้องดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่วันที่ 20-21 ส.ค.ติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ดังนั้น จะส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 22 ส.ค.ลุ้นรับหรือไม่รับ–สั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ต่อมา เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขา ธิการสภาฯ เดินทางถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญส่งคำร้องของ ส.ส.ฝ่ายค้านเข้าชื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 170 วรรคสาม หลังจากนี้ต้องจับตาการประชุมประจำสัปดาห์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 24 ส.ค. ว่าจะมีการ นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณารับหรือไม่รับไว้วินิจฉัยหรือไม่ และตามคำร้องที่ส่งมาให้ศาล หากศาลเห็นว่าปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ากรณี ตามที่ถูกร้องศาลจะต้องมีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่า ศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือไม่กกต.ชิ่งหนีปมร้อนตีตกคำร้อง “พี่ศรี”ขณะที่เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการประชุม กกต.ประจำสัปดาห์ โดยสำนักงาน กกต.ได้เสนอเรื่องที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้เสนอเรื่อง พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสถานะการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อให้ กกต.ทั้ง 7 คน พิจารณาว่า จะส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะ การดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่อ้างสภาฯส่งแล้วไม่จำเป็นยื่นซ้ำต่อมา เวลา 16.00 น. ประชาสัมพันธ์สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารข่าวเรื่อง “การพิจารณาเพื่อส่ง เรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปีหรือไม่” ระบุว่า กกต.พิจารณาคำร้องของนายศรีสุวรรณขอให้ ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 224 (6) เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี พล.อ. ประยุทธ์จะดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี ในวันที่ 23 ส.ค.65 ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ และมาตรา 264 วรรคแรก สำนักงาน กกต.เสนอเรื่องดังกล่าวพร้อมความเห็นและได้ชี้แจงต่อ กกต.เพิ่มเติมว่า วันนี้ (22 ส.ค.) ประธานสภาฯ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคแรกหรือไม่ เป็นประเด็นเดียวกันกับที่นายศรีสุวรรณยื่นคำร้องต่อ กกต.แล้ว ทั้งนี้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญย่อมเป็นอันเด็ดขาดมีผลผูกพันรัฐสภา ครม. ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานรัฐ ดังนั้น เมื่อประธานสภาฯ ได้ยื่นเรื่องต่อศาลในประเด็น เดียวกันแล้ว กกต.จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าว เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นเดียวกันอีก “บิ๊กตู่” นิ่งไม่ตอบม็อบรุมกดดันก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 2/2565 โดยนายกฯกล่าวว่า ขอบคุณทุกคนทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระ นิติบัญญัติ ขณะนี้เดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติเข้าสู่ระยะที่ 2 แล้ว วางไว้ 20 ปี หลายอย่างปรับตัว ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน หลายคนทราบดีหลังดำเนินยุทธศาสตร์ชาติระยะหนึ่ง ได้เห็นความก้าวหน้าต่อเนื่องตามลำดับ แม้บางอย่างไม่เป็นไปตามเป้าหมายเพราะติดปัญหา แต่ถ้าทุกคนช่วยกันทำงานก็ไปได้ ระยะต่อไปต้องดูว่าจะเดินหน้าอย่างไร เราไม่ได้อยู่ไปจนถึงปี 2580 อยู่แล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนประชุมสื่อมวลชนพยายามถามถึงการเตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆที่เคลื่อนไหวกดดันกรณีวาระ 8 ปี นายกฯไม่ได้ตอบคำถาม ต่อมาเวลา 11.40 น. หลังการประชุม นายกฯปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เมื่อถูกถามว่ากังวลการชุมนุมหรือไม่ นายกฯเพียงแต่ยกมือไหว้สวัสดีและโบกมือให้ก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดยให้นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงผลการประชุมย้ำเคารพคำตัดสินไม่อยู่เหนือ ก.ม.ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมรับมือผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆปมวาระ 8 ปีของนายกฯว่า นายกฯไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ ผู้รับผิดชอบบริเวณทำเนียบรัฐบาล มีแค่ประชุมซักซ้อมความเข้าใจตามปกติ เมื่อมีกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศชุมนุมตามสถานที่ใกล้ทำเนียบฯ เช่น เตรียมความพร้อมเส้นทาง การประชุม ครม.วันที่ 23 ส.ค. นายกฯยังประชุมตามปกติและ นายกฯยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติจนกว่าศาลฯจะมีคำสั่งใดออกมา อยากให้ประชาชนได้ติดตามกระบวน การพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย การจะไปคาดคะเนเรื่องต่างๆทั้งหมด อาจไม่เป็นประโยชน์กับฝ่ายใด ผลออกมาอย่างไร นายกฯย้ำว่า ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องเข้าสู่การพิจารณา และผลคำวินิจฉัยออกมาอย่างไรคงต้องให้ความเคารพทุกอย่างอยู่แล้ว เหมือนกับประชาชนทั่วไป“วิษณุ” บอกเป็นเรื่อง รบ.พร้อมแจงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่าในส่วนของรัฐบาลยังไม่ต้องถึงขนาดเตรียมตอบชี้แจงอย่างไร เพราะยังไม่รู้ว่าศาลจะสั่งให้ชี้แจงหรือไม่ อาจไม่ต้องให้ใครชี้แจงหรือสั่งให้ใครชี้แจง อาจจะเป็นนายกฯโดยตรงหรือรัฐบาล คือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อความเป็นธรรม เพราะเรื่อง 8 ปีจะเกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์คนเดียวคงไม่ใช่ มันต้องเป็นท่าทีของรัฐบาล จึงยังไม่รู้จะเตรียมอะไร แต่คร่าวๆในใจมีกันอยู่ ฉะนั้นหากศาลฯสั่งมาแนวทางไหนพร้อมชี้แจง แต่ขอเวลาหน่อย วันถึงสองวัน เรื่องนี้ไม่เสียเวลาคิดแต่เสียเวลาพิมพ์ เพราะเวลายื่นคำตอบต่อศาลการพิมพ์ต้องใช้เวลา ไม่ใช่นึกจะเขียนอะไรก็เขียนไปตั้ง 9 ชุด เมื่อถามว่าข้อมูลในใจคร่าวๆที่ว่าคืออะไร นายวิษณุกล่าวว่า บอกไม่ได้เดี๋ยวเสียรูปคดีไม่ว่ายังไง “บิ๊กตู่” ยังร่วม ครม.ต่อได้เมื่อถามว่ากรณีนายชวนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงกับกรณีมีผู้ร้องผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความต่างกันอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ไม่แตกต่าง ดีมากที่จะทำอย่างนั้น โดยเฉพาะช่องทาง กกต.จะได้ศึกษาอะไรเพิ่มเติมอย่างรอบคอบ เพราะฝ่ายค้านยื่นในมุมจ้องจะให้ออก มีวิธีให้เหตุผลแบบของเขา เมื่อถามว่าเมื่อนายชวนยื่นเรื่องไปแล้วศาลต้องมีคำสั่งรับคำร้องภายในวันที่ 24 ส.ค.เลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า แล้วแต่ศาลจะใช้เวลาพิจารณานานหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ไม่ได้มีผลอะไร เหมือนที่ฝ่ายค้านอธิบาย เพราะเมื่อนายชวนส่งเรื่องไป ศาลจะสั่ง 2 อย่างคือไม่รับกับรับคำร้อง ถ้ารับคำร้องจะมีคำสั่งตามมาว่าให้นายกฯหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ระหว่างรอคำวินิจฉัย ถ้าให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯก็ปฏิบัติหน้าที่นายกฯแทน คณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่ทำหน้าที่ทั้งหมด ไม่ต้องกลัวอะไรจะโมฆะถึงสั่งยุติหน้าที่ยังเป็น รมว.กลาโหม“ไม่ว่าวันไหนศาลตัดสินว่า พล.อ.ประยุทธ์พ้นหรือไม่พ้น ครม.ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอคำพิพากษายังมีอีกตำแหน่งคือ รมว.กลาโหม หากเป็นเช่นนั้น พล.อ.ประยุทธ์ก็นั่งเป็นลูกน้อง พล.อ.ประวิตร ในที่ประชุม ครม. ถ้าถึงที่สุดแล้วศาลวินิจฉัยให้พ้นเพราะประเด็น 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ยังคงรักษาการได้ แต่ควรหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง และคิดว่าการหานายกฯใหม่ไม่น่าจะยากอะไร นายชวนคงรีบดำเนินการใน 3 วัน 7 วัน” นายวิษณุกล่าวยันไม่มีอะไรกระทบงานรัฐบาลเมื่อถามอีกว่า หากมีคำวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ พ้นจากตำแหน่ง แล้วไม่รักษาการต่อ พล.อ.ประวิตรจะทำหน้าที่นายกฯรักษาการทันทีเลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีวิธีการอยู่ เพราะนายกฯเคยมีคำสั่งไว้ว่ากรณีไม่อยู่หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ให้ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนอันดับที่หนึ่ง รองนายกฯ คนอื่นๆ เป็นลำดับถัดไป หยิบคำสั่งดังกล่าวมาใช้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ยึดอำนาจแล้วขึ้นได้เลย อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้วหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้วไม่มีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ต่อมามีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. การดำเนินการระหว่างนั้นของรัฐบาลถือว่าสมบูรณ์ทุกประการ เพราะถ้าคิดง่ายๆหาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยู่หรือยุบสภา พล.อ.ประยุทธ์ พ้นใช่หรือไม่ แต่ ครม.ยังอยู่ใช่หรือไม่ สามารถมีมติ ครม.ได้เหน็บคนไล่กดดันศาลหรือนายกฯเมื่อถามว่า ขณะนี้มีกระแสกดดันจากภายนอกให้นายกฯออกจากตำแหน่ง รัฐบาลกังวลหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบต้องถามผู้เกี่ยวข้อง แต่เรารู้อยู่ว่ามีการกดดัน ไม่รู้ว่ากดดันใครกดดันนายกฯ หรือกดดันศาลก็ไม่รู้ เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ฝากอะไรในที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เช้าวันเดียวกันหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี ในที่ประชุมพูดกันเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี “ดิเรกฤทธิ์” ยันเริ่มนับ 9 มิ.ย.62นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. และอดีตเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ให้สัมภาษณ์ถึงการตีความวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ว่าเช้าวันที่ 22 ส.ค.คณะกรรมการวิชาการ วุฒิสภา จัดกิจกรรม Morning Talk เรื่อง “8 ปีลุงตู่ครบหรือไม่ ไปหรืออยู่” เชิญนายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาพูดคุยเห็นว่าควรนับวาระนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งปี 57 เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 264 ให้นับ ครม.ที่ทำหน้าที่ก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 60 ด้วย จึงจะครบ 8 ปี วันที่ 23 ส.ค.65 ส่วนตัว มองว่าควรนับตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.62 ที่โปรดเกล้าฯ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ครม.ที่อยู่ก่อนรัฐธรรมนูญปี 60 ประกาศใช้ถือเป็นความจำเป็นของประเทศช่วงเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญต้องรองรับองค์กรที่มีอยู่เดิม ไม่ให้เกิดสุญญากาศ การนับอายุนายกฯต้องนับวันที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งปี 62 ไม่สามารถนับระยะเวลาอื่นก่อนหน้าวันที่ 9 มิ.ย.62 ได้ ถือเป็นความเห็นวิชาการต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรวินิจฉัย ต้องเคารพศาลฯ ให้บ้านเมืองเดินต่อได้ป้องศาล รธน.ต้องกล้าหาญเมื่อถามว่า การชุมนุมทางการเมืองช่วงนี้จะกดดัน มีผลต่อการวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ตอบว่า ที่ผ่านมากดดันทุกครั้ง เพราะเป็นประเด็นส่งผลกระทบต่อประเทศและการเมือง มีทั้งผู้ได้และเสียประโยชน์ ประเด็นเหล่านี้ไม่สามารถกดดันศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญต้องกล้าหาญ เป็นองค์กรหลักให้บ้านเมือง ทำหน้าที่โดยไม่หวั่นไหวต่อกระแสกดดันใดๆ การตั้งคำถามเกี่ยวกับสามัญสำนึกของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นความเห็นที่แตกต่างแต่ต้องรักษากติกาบ้านเมือง พิจารณาแง่กฎหมาย คิดว่าไม่เป็นปัญหา ควรเดินตามครรลอง ถ้าไม่เคารพกฎหมายและกติกา อนาคตบ้านเมืองจะอยู่ไม่ได้พท.แถลงการณ์ชี้ชัด “ตู่” พ้นนายกฯที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย เรื่อง บทพิสูจน์นายกรัฐมนตรี 8 ปี กับการปฏิรูปการเมืองไทย มีเนื้อหาสรุปว่า การจำกัดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้นำประเทศเป็นมาตรฐานสากล เพราะอำนาจทำให้คนทุจริต ใช้อำนาจในทางมิชอบ ถ้าปล่อยให้คนที่มีอำนาจเด็ดขาดยาวนานเกินไป เท่ากับปล่อยให้ผู้ใช้อำนาจสามารถทุจริตโดยไม่มีข้อจำกัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.57 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน นับถึงวันที่ 24 ส.ค.57 เป็นเวลา 8 ปี เข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ที่ไม่ให้นายกฯดำรงตำแหน่งรวมกันเกิน 8 ปี พรรคเพื่อไทยเห็นว่า โดยเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ สอดคล้องกับถ้อยคำตามลายลักษณ์อักษรของรัฐ ธรรมนูญ มาตรา 158 มาตรา 171 และมาตรา 264 ยากที่จะปฏิเสธได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะต้องพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 24 ส.ค.65ท้าพิสูจน์ธาตุแท้เผด็จการลุอำนาจน.ส.ธีรรัตน์กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อปี 2557 ตั้งตัวเองเป็นนายกฯ ได้กล่าวไว้ว่าต้องการปฏิรูปการเมือง แม้เมื่อมีรัฐ ธรรมนูญ 2560 ผลักดันจัดเรื่องการปฏิรูปประเทศรวมถึงการปฏิรูปการเมืองไว้ การไม่ให้นายกฯอยู่ในตำแหน่งยาวนานเกินไป จึงกำหนดระยะเวลาสูงสุดไว้ 8 ปี เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดอำนาจ สร้างอิทธิพลทางการเมืองขึ้น อันจะเป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤติการเมืองขึ้น จึงเป็นสาระสำคัญที่ส่อแสดงถึงความต้องการที่จะปฏิรูปการเมือง พรรค พท.เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะดำเนินการโดยประการใดกับกรณีเป็นนายกฯมา 8 ปีแล้ว จะเป็นวิกฤติของประเทศอีกครั้งหนึ่ง และอาจนำมาซึ่งความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง แต่สิ่งที่จะสะท้อนได้แน่นอนคือการปฏิรูปการเมือง วันสองวันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะแสดงตัวตนอย่างแท้จริงให้เห็นว่ามีแนวคิดแบบเผด็จการอำนาจนิยม ลุแก่อำนาจไม่เคารพรัฐธรรมนูญ หรือจะยอมรับการเมือง ตามวิถีทางและจารีตประเพณีแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงฉะหมดเวลาอยู่ต่อก่อหายนะนายปิยวัฒน์ พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรค เพื่อไทย กล่าวว่า ตลอด 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ปัญหาของประชาชนถูกละเลยสิ้นเชิง ไม่เคยได้รับการเหลียวแล โดยเฉพาะเกษตรกรที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุนหนุนรัฐบาลรายใหญ่ 8 ปี ประเทศไทยไร้อนาคตมานานแล้ว พอเถอะ ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อสร้างหายนะให้ประชาชน 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์คือหายนะของประเทศไทยอย่างแท้จริง คือ 8 ปีแห่งความทุกข์ยาก ความลำบากของคนไทย ควรพอ อย่าอยู่สร้างหายนะให้ประเทศต่อไปอีกเลย หมดเวลาเสวยสุขบนความทุกข์ของประชาชน “จิราพร” ขยี้ไม่เลิกเอื้อคิงส์เกตฯน.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า วันที่ 22 ส.ค.จะส่งหนังสือถึงนายกฯ และ ครม.ทั้งคณะ บอกถึงผลของการไม่ระงับยับยั้งความเสียหายจากการใช้มาตรา 44 ปิดกิจการเหมืองแร่ทองคำ แล้วใช้โอกาสในการประชุม ครม.วันที่ 23 ส.ค. ที่อาจ เป็นนัดสุดท้ายระงับยับยั้งความเสียหายจากคดีเหมือง ทองอัครา เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ครม.เพิ่งเห็นชอบเรื่อง นโยบายด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมต่อเนื่องระยะแรก อาจเข้าข่ายเตรียมการเปิดทางให้บริษัทอัคราฯขอรับการสนับสนุนจาก BOI และการลดหย่อนภาษีได้ ตามข้อเรียกร้องของคิงส์เกตฯ หรือไม่ หากนายกฯมีสามัญสำนึกรับผิดชอบมากพอ ควรออกไปตั้งนานแล้ว ไม่ต้องรอทำความเสียหายให้ประเทศนานขนาดนี้ แต่ถ้าดันทุรังจะอยู่ต่อจนถึงวันที่ลงจากอำนาจ พรรค พท.จะเสนอตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง ตรวจสอบเหมืองทองอัคราเข้มข้นถึงที่สุด หาคนรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ได้ฟ้องโละข้อกำหนดสกัดม็อบที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจำศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน นำนายกองค์การบริหารมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอื่นๆและตัวแทนนิสิตและนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัย ร่วมเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุดเป็นจำเลย ขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งเพิกถอนและไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว การบังคับใช้ ข้อกำหนดนายกฯ ฉบับที่ 47 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงฉบับที่ 15 ที่ออกมาวันที่ 27 ก.ค.65 นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ข้อกำหนดฉบับที่ 47 และประกาศฉบับที่ 15 ให้นำ พ.ร.บ.การชุมนุมมาบังคับใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยอนุโลม เป็นการลักไก่เพิ่มโทษการชุมนุมหนักขึ้น เดิมตาม พ.ร.บ.ชุมนุมปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่ตามข้อกำหนดและประกาศดังกล่าวจะถูกจำคุก 2 ปีปรับไม่เกิน 40,000 บาท รวมถึงการสั่งให้เลิกการชุมนุมได้โดย ไม่ต้องผ่านกลไกของศาล ขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองชั่วคราว สั่งไม่ให้บังคับใช้ข้อกำหนดและประกาศดังกล่าว เพราะช่วงวันที่ 23-24 ส.ค.อาจมีการชุมนุมเพื่อติดตามกรณีวาระนายกฯครบ 8 ปีนายนรเศรษฐ์กล่าวอีกว่า ศาลแพ่งได้ไต่สวนฉุกเฉินฝ่ายโจทก์มี น.ส.เจนิสษา แสงอรุณ นายกองค์การบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับพวกรวม 2 ปากเข้าเบิกความ นัดฟังคำสั่งวันที่ 23 ส.ค. เวลา 10.30 น.โหวตมือถือไม่เอานายกฯเกิน 8 ปีนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรม ศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก แถลงผลโหวตเสียงประชาชนครั้งที่ 2 โดยเครือข่ายนักวิชาการ “เสียงประชาชน” 8 มหาวิทยาลัยร่วมกับทีวีดิจิทัลและสื่อออนไลน์ 8 สำนัก เรื่อง 8 ปีนายกฯ ทางโทรศัพท์มือถือโหวต ในวันที่ 20-21 ส.ค.65 มีจำนวนการโหวตทั้งหมด 374,063 โหวต โหวตจากในประเทศ 369,484 โหวต จากต่างประเทศ 4,579 โหวต และโหวตไม่สมบูรณ์อีก 1,438 ครั้ง มีผู้ตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ “ไม่ควร” ดำรงตำแหน่งนายกฯเกิน 8 ปี 348,511 โหวต คิดเป็นร้อยละ 93.17 และ “ควร” ดำรงตำแหน่ง เกิน 8 ปี 25,552 โหวต คิดเป็นร้อยละ 6.83 จำนวนการโหวต 374,063 ครั้ง ถือว่าเป็นการเข้าร่วมทางออนไลน์ที่มากที่สุดอีกครั้ง เป็นรองเพียงการโหวต “เสียงประชาชน” ครั้งแรกที่มีผู้โหวต 524,086 โหวตเท่านั้น การโหวตนี้ไม่มีผลใดๆทางกฎหมาย เพราะโหวตจากโทรศัพท์มือถือ 374,063 หมายเลข พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯได้เกินกว่าวันที่ 24 ส.ค.หรือไม่ เป็นอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตร.ตั้งคอนเทนเนอร์บล็อกทำเนียบฯขณะที่บริเวณแยกพาณิชยการ ถนนพระรามที่ 5 หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตู้คอนเทนเนอร์ 10 ตู้ มาตั้งวางเรียงปิดกั้นถนนพระรามที่ 5 หน้าอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ รวมถึงฝั่งข้าง กพ.เดิม มีการเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ไว้อีกนับ 10 ตู้ ทั้งนี้ สน.นางเลิ้งออกประกาศปิดการจราจรห้ามเดินรถชั่วคราววันที่ 21-24 ส.ค.รอบทำเนียบฯบช.น.แนะเลี่ยงเส้นทางชุมนุมพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษก บช.น.เปิดเผยว่า วันที่ 23-24 ส.ค.กรณีผู้ชุมนุมประกาศนัดรวมตัวที่ทำเนียบฯ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม. ขอแนะนำผู้ใช้รถใช้ถนนเลี่ยงใช้เส้นทางตั้งแต่เวลา 06.00 น.ถนนพิษณุโลก (แยกนางเลิ้ง-แยกสวนมิสกวัน) ถนนพระราม 5 (แยกพาณิชยการ-แยกวัดเบญจ) ถนน ลูกหลวง (แยกเทวกรรม-สะพานอรทัย) และถนนราชดำเนินนอก (แยกมัฆวานฯ-แยกสวนมิสกวัน) อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งแต่เวลา 15.00 น. ถนน ราชดำเนินกลาง (แยกคอกวัว-แยกผ่านฟ้าฯ) ถนนดินสอ ถนนบำรุงเมือง (แยกเสาชิงช้า-แยกสำราญ ราษฎร์) และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) โทร.1197 และดาวน์โหลดแผนที่จราจรได้ที่ Facebook และ Twitter 1197“ชวน” มั่นใจงบฯปี 66 ทัน 105 วันอีกเรื่องที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ก่อนจะ ลงมติแสดงตนกลับขาดสมาชิกเพียง 2 คน องค์ประชุม ไม่ครบ ต้องสั่งปิดนัดประชุมใหม่วันที่ 23 ส.ค. หากสภาฯ พิจารณาไม่เสร็จภายใน 105 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดต้องกลับไปใช้ร่างที่ ครม.เสนอส่งไปยังวุฒิสภา ให้ความเห็นชอบ แต่เชื่อมั่นว่าวันที่ 23 ส.ค.จะพิจารณา เสร็จวาระ 3 จะดึกขนาดไหนถ้ายังไม่เสร็จต้องพิจารณา ต่อไป เพราะยังไม่ครบกำหนด 105 วัน ในวันที่ 29 ส.ค.ต้องยอมรับไม่เหมือนสมัยก่อนช่วงปลายจะอภิปรายกันน้อยเพื่อให้ผ่าน แต่ตอนนี้ผู้อภิปรายมีมาก ต้องปรับเวลาจาก 7 นาที เหลือ 5 นาที เมื่อ ถามว่า สภาฯ ยืดพิจารณาให้ถึงวันที่ 23 ส.ค.ตรงกับ วันที่มีปัญหานายกฯ จะครบวาระ 8 ปี จะนำไปสู่การ ยุบสภาหรือไม่ นายชวนตอบว่า การพิจารณากฎหมายฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีปัญหา เดินหน้าต่อไปได้ เชื่อว่า ไม่มีการเมืองมาเกี่ยวข้องพท.รอโหวตคว่ำงบฯปี 66 วาระ 3นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 66 วาระ 2 วันที่ 23 ส.ค. ว่า พรรค พท. พร้อม ให้ความร่วมมือประชุม เชื่อว่าจะพิจารณาวาระ 2 เสร็จ และลงมติวาระ 3 ได้ แต่การลงมติวาระ 3 พรรคจะลงมติไม่เห็นชอบ เนื่องจากไม่มีการปรับแก้ไขและ การลงมติวาระ 2 รายมาตรา พรรคแสดงจุดยืนมาตลอด ว่าไม่เห็นด้วย คาดว่าพรรคฝ่ายค้านจะลงมติทิศทางเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ.งบฯ เป็นกฎหมายสำคัญ ส.ส. รัฐบาล 260 คน หากระดมเสียงเชื่อว่าจะทำให้ผ่านได้ แม้ฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมประชุมแม้แต่คนเดียว แต่หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จอาจเป็นไปได้ว่าพรรคร่วม ฝ่ายนิติบัญญัติยังทำหน้าที่ต่อไปได้ ยกเว้นนายกฯ ยุบสภา แต่ยังเชื่อว่ารัฐบาลต้องทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ผ่าน เป็นกฎหมายสำคัญมีผลกระทบประชาชน“ปารีณา” ไขก๊อก ส.ส.รวย 119 ล้านวันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร.พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.เมื่อวันที่ 25 มี.ค.65 มีทรัพย์สิน 119,669,910 บาท เป็นของ น.ส.ปารีณา 112,138,610 บาท โดยไม่ปรากฏการแจ้งถือ ครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 29 แปลง ที่เคยแจ้งไว้ ตอนรับตำแหน่งปี 62 และของ ด.ช.ทวีทอง ไกรคุปต์ บุตรอายุ 9 ปี 7,531,300 บาท มีหนี้สิน 28,429,118 บาท จากเงินกู้ธนาคาร สถาบันการเงิน และหนี้ที่มี หลักฐานเป็นหนังสือ นายวีระชัย วีระเมธีกุล พ้นจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.วันที่ 16 มิ.ย.65 มี ทรัพย์สิน 890,586,553 บาท หนี้สิน 2,749,298 บาท นายวัฒนา สิทธิวัง พ้นจาก ส.ส.ลำปาง พรรค พปชร.มีทรัพย์สิน 7,648,367 บาท หนี้สิน 2,749,298 บาท นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ราชบุรี พรรค ปชป.วันที่ 31 พ.ค.65 มีทรัพย์สิน 70,938,461 บาท นายอิสรพงษ์ มากอำไพ เข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ชุมพร พรรค ปชป. เมื่อวันที่ 25 พ.ค.65 มีทรัพย์สิน 38,790,431 บาท มีหนี้สิน 6,385,653 บาท “ลุงป้อม” ไปน่านบรรเทาพิษมู่หลานที่ศาลากลาง จ.น่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ลงพื้นที่พบประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุดีเปรสชัน “มู่หลาน” และติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำ มีนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผวจ.น่าน ให้การต้อนรับ ก่อนรับฟังบรรยายสรุปข้อมูลความเสียหายจากนายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.น่าน จากนั้นไปติดตาม ความก้าวหน้า โครงการก่อสร้างฝายกั้นลำน้ำซาว ที่ อบต.ไชยสถาน และ ต.บ่อ อ.เมือง มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย 1,000 ครัวเรือน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยประชาชนและจริงใจที่จะช่วยเหลือ อย่างดีที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดียิ่งขึ้นมท.ชงโยกย้าย 31 ผวจ.3 อธิบดีผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุม ครม.วันที่ 23 ส.ค.กระทรวงมหาดไทยจะเสนอรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ที่จะเกษียณอายุราชการประจำปี 2565 โดยมีอธิบดีเกษียณ 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วยอธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และอธิบดีกรมที่ดิน และยังมี ผวจ.เกษียณมากถึง 31 ตำแหน่ง รวม 34 ตำแหน่ง คาดว่าจะมีการแต่งตั้งนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผวจ.สระบุรี เป็นอธิบดีกรมการปกครอง นายขจร ศรีชวโนทัย ผวจ.สมุทร สงคราม เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมที่ดิน นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ชัยภูมิ เป็น ผวจ.ขอนแก่น นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.อุทัยธานี เป็น ผวจ.ฉะเชิงเทรา นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ หัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย เป็น ผวจ.ระยอง นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผวจ.ชลบุรี นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี เป็น ผวจ.นครราชสีมาหวังเมียนมากลับคืนสู่สันติสุขเมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อูชิซเว (H.E. U Chit Swe) เอก อัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ในโอกาสนี้ได้หารือในประเด็นความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ ความร่วมมือในการรักษาความสงบตามแนวชายแดนและการแก้ไขประเด็นข้ามแดน โดยนายกฯ ปรารถนาที่จะเห็นความสงบเรียบร้อยเพื่อการค้าขาย ในตอนท้ายทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา โดยนายกฯ หวังให้ความสงบและเสถียรภาพกลับคืนสู่เมียนมาในเร็ววัน ไทยพร้อมสนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม