ศาลออกหมายจับ “เสี่ยยศ” พ่อเสี่ยบี เจ้าของ ผับมรณะ “เมาน์เท่น บี” ตัวจริง แต่ใช้ชื่อลูกชาย ดำเนินกิจการ โดน 2 ข้อหาเดียวกันขณะที่เหยื่อเพลิงนรกสิ้นใจรายที่ 19 “น้องไอซ์” แฟนสาวนักร้องนำที่เสียชีวิตในคืนเกิดเหตุ นอนโคม่าอยู่ 10 วัน สุดท้ายยื้อชีวิตไม่ไหว ถูกไฟไหม้ทั่วร่าง 100 เปอร์เซ็นต์ มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดจนช็อกสิ้นใจ แม่สุดเศร้าสูญเสียลูกสาวคนโตที่เป็นเสาหลักของครอบครัวและมีลูกน้อยวัย 5 ขวบต้องเลี้ยงดู วอนเจ้าของผับและหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเงินเยียวยา เดือดร้อนหนักจ่อลุยฟ้องเรียก ค่าเสียหาย “ทนายรณณรงค์” พา 13 ครอบครัวเหยื่อไฟนรกโร่ร้องให้โอนคดีมาให้ตำรวจกองปราบฯ ซัดเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองมีผลประโยชน์ทับซ้อนเหยื่อเพลิงไหม้ผับมรณะ “เมาน์เท่น บี” อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สังเวยชีวิตรายที่ 19 เมื่อเวลา 02.50 น. วันที่ 15 ส.ค. ที่หน่วยแผลไหม้ รพ.ชลบุรี น.ส.อาทิตยา หรือไอซ์ อินศิริ อายุ 23 ปี แฟนสาวของนายฉัตรชัย หรืออิ่ม ชื่นค้า อายุ 30 ปี นักร้องนำวงดนตรีที่เล่นในผับเสียชีวิตในคืนเกิดเหตุเป็นหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุไฟไหม้ผับ ได้สิ้นลมหายใจลงแล้วเป็นรายที่ 19 ผู้เป็นแม่โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กว่า “น้องไอซ์ อาทิตยา อินศิริ จากพวกเราไปอย่างสงบ เวลา 02.50 น. ขอทุกๆคน กล่าว #สัพเพพุทธามิ เพื่อให้น้องได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี” และข้อความ “ขอให้น้องไอซ์เดินทางไปสู่ภพภูมิที่ดี เดินทางไปสู่สรวงสวรรค์ ไปอยู่กับพี่อิ่มนะลูกนะ ชาติหน้ามีจริงขอให้ลูกแม่มาเกิดเป็นลูกของแม่เหมือนเดิม ลูกสาวคนสวยของแม่” มีผู้คนเข้ามาโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจจำนวนมาก นางวีณา อินศิริ อายุ 54 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนวัดบ้านแลง มารดาน้องไอซ์ เผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวถูกย้ายจาก รพ.สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ หลังจากเข้ารักษาได้เพียงคืนเดียว ก่อนถูกส่งตัวรักษาต่อยัง รพ.ชลบุรี ตลอดการรักษาต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากมีบาดแผลลึกที่เกิดจากไฟไหม้ 100% ร่างกายทั้งหมดถูกพันด้วยผ้าก๊อซ การตอบสนองน้อยลง และเริ่มหายใจรวยริน พร้อมกับมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดและเกิดภาวะช็อกทำให้เสียชีวิตลงในที่สุด เชื่อว่าที่ผ่านมาน้องไอซ์พยายามต่อสู้กับความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต จากนี้เตรียมนำร่างประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดนาตาขวัญ อ.เมืองระยองแม่ผู้สูญเสียเผยด้วยว่า น้องไอซ์เป็นลูกสาวคนโตที่อนาคตกำลังไปได้ดี เป็นเสาหลักของครอบครัว มีลูกสาว 1 คนชื่อน้องโมนา วัย 5 ขวบ ตลอดระยะเวลาที่รักษาตัวเฝ้าติดตามอาการลูกด้วยความหวังที่จะฟื้นคืนกลับมา แม้สภาพจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม อีกทั้งยังต้องเจ็บปวดเมื่อไม่มีคำตอบให้หลานสาวที่ถามถึงแม่ในประโยคที่ว่า “แม่ไอซ์ทำไมไม่มาหาหนู หนูอยากเจอแม่ไอซ์” สร้างความทรมานใจให้กับหัวอกคนเป็นแม่อย่างมาก ที่ผ่านมาได้รับเงินเยียวยาครั้งแรกจากเจ้าของผับ 10,000 บาท ได้ขอเพิ่มอีก 30,000 บาทมาใช้ในการเดินทางและซื้อแพมเพิร์ส แต่ได้รับช่วยเหลือเพิ่มเพียง 10,000 บาท รวมเป็น 20,000 บาทเท่านั้น ขณะนี้ครอบครัวเดือดร้อนมาก ไม่มีเงินสำรองแม้แต่จะทำศพ จากนี้จะดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับน้องไอซ์อย่างถึงที่สุดต่อมาในช่วงเที่ยง นางวีณา อินศิริ แม่น้องไอซ์เดินทางมาที่ รพ.ชลบุรี เพื่อทำเรื่องขอรับศพลูกสาว แต่เอกสารบางอย่างยังไม่พร้อมจึงประสานงานเบื้องต้นและจะเดินทางมารับศพในวันที่ 16 ส.ค.เวลา 10.00 น. นางวีณากล่าวว่า อยากฝากบอกผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าของผับและผู้มีอำนาจช่วยดูแลเยียวยาให้สมกับที่ลูกต้องมาเสียชีวิต ครอบครัวเดือดร้อนมากเพราะน้องไอซ์ถือเป็นเสาหลักต้องส่งเงินเลี้ยงดูลูกสาววัย 5 ขวบและยังมีน้องชายอีกคน หากตนเป็นอะไรใครจะดูแล เนื่องจากตนเจ็บป่วยบ่อยไม่มีรายได้อะไร ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยประสานการเยียวยาให้ด้วยด้านสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี รายงานสรุปเหตุการณ์ไฟไหม้ผับเมาน์เท่น บี สัตหีบ เสียชีวิตที่เกิดเหตุ 13 ราย บาดเจ็บ 42 ราย รวมเป็น 55 ราย เสียชีวิตภายหลัง 6 ราย รวมเสียชีวิต 19 ราย กลับบ้าน 11 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 25 ราย ในจำนวนนี้ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 8 รายช่วงเย็นวันเดียวกัน ศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติออกหมายจับนายสมยศ ปั้นประสงค์ อายุ 55 ปี พ่อของนายพงศ์ศิริ หรือเสี่ยบี ปั้นประสงค์ เจ้าของผับเมาน์เท่น บี ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและอันตรายสาหัส และร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับที่มาของการออกหมายจับพ่อของเสี่ยบี เนื่องจากแนวทางการสืบสวนและการสอบปากคำพยานมีความเชื่อมโยงด้านเงินลงทุนเปิดร้าน นายสมยศเป็นเจ้าของผับที่แท้จริงแต่ใช้ชื่อลูกชายในการดำเนินกิจการ เป็นที่ทราบกันดีว่านายสมยศค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังในพื้นที่สัตหีบ เป็นเจ้าของโรงฆ่าสัตว์รายใหญ่ที่สุดใน อ.สัตหีบ และเป็นเจ้าของเขียงหมูในตลาดสดอีกหลายแห่งด้วยหลังถูกออกหมายจับมีรายงานว่า นายสมยศ หรือเสี่ยยศ เดินทางออกจากพื้นที่ไปต่างจังหวัดแล้ว พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนเร่งออกติดตามจับกุมตัว พร้อมทั้งประสานญาติให้เสี่ยยศเข้ามามอบตัวเพื่อเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมต่อไป ที่ศูนย์รับแจ้งความ บช.ก. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ผับเมาน์เท่น บี รวม 13 ครอบครัว เข้าพบ ร.ต.อ.หญิงชาคริยา อินทะวงษ์ รอง สว. (สอบสวน) กก.2 บก.ป. เพื่อขอให้โอนคดีมายังกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากหวั่นว่าจะมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จนทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้สอบปากคำผู้ร้อง ก่อนเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไปนายรณณรงค์เผยว่า ต้องการให้โอนสำนวนคดีมาส่วนกลางเพื่อให้พยานกล้าให้ข้อมูลต่างๆ เนื่องจากก่อนเกิดเหตุมีทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองมาตรวจสอบที่ร้านหลายครั้ง แต่เหตุใดไม่ทราบว่าเป็นผับ เพราะเรื่องนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงยังมีผู้ที่มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง และเสี่ยบีไม่ใช่เจ้าของผับที่แท้จริง แต่เชื่อว่ายังมีหุ้นส่วนอีก วันนี้ พาตัวแทนผู้เสียหาย 13 ครอบครัวมาร้องขอความเป็นธรรมเพราะกลุ่มผู้เสียหายยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างจริงจัง มีเพียงแต่เสี่ยบีทยอยโอนเงินให้ครอบครัวคนเจ็บอีกคนละ 2 หมื่นบาทเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง นอกจากนี้หลานของตนยังเป็นผู้ประสบเหตุได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์จากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ยังมีหลักฐานเป็นสลิปโอนเงินค่าเหล้าจากลูกค้าที่ไปเที่ยวผับ แสดงเวลาช่วง 02.00 น.เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด เหตุใดจึงยังไม่มีผลสอบเจ้าหน้าที่รัฐ จากนี้จะทยอยนำข้อมูลให้กองปราบปราม คนที่นำเบาะแสมาให้ตนยังกลัวเพราะมีภาพที่เจ้าหน้าที่ไปไหว้บุคคลหนึ่งในผับ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีเจ้าของคนเดียวและมีบารมีเช่นนี้ได้เนื่องจากตรงนี้เป็นพื้นที่ของทหารเรือน.ส.ยุพิน ทองนก แม่ของ น.ส.ลัดดาวัลย์ เกษกร หนึ่งในผู้บาดเจ็บกล่าวว่า ได้รับเพียงเงินเยียวยา 3 หมื่นบาท เจ้าของผับเคยรับปากว่าจะเยียวยาอย่างดี แต่สรุปแล้วไม่ติดต่อกลับมา อยากทราบว่าหลังจากลูกออกจากโรงพยาบาลจะได้รับค่ารักษาอย่างไร ไม่รู้ว่าต่อไปลูกจะพิการหรือต้องรักษาเพิ่มเติมอีก เช่นเดียวกับ น.ส.ณิชารัศม์ กีรติจริยาพรรณ พี่สาวของนายรังสิมันตุ์ วนิชโรจนาการ มือคีย์บอร์ดผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องชายมีลูก 2 คนต้องพลาดสิทธิเรียนฟรีจากภาครัฐ ไม่ทราบว่าจะเยียวยาอย่างไร จะเรียกร้องสิทธิการศึกษาที่ไหน วันนี้มาเรียกร้องที่กองปราบปราม ตนไม่รับเงินเยียวยาจากทางผับเพราะครอบครัวรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นและกลัวว่าจะเสียรูปคดีเหมือนกรณีซานติก้าผับ เงินที่จะได้รับไม่เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตของเด็กทั้ง 2 คน