ต้องถือเป็น “นวัตกรรมใหม่ทางการเมือง” ในโลกยุคดิจิทัล เมื่อนักวิชาการจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับโทรทัศน์ดิจิทัล 4 ช่อง ไทยรัฐทีวี เนชั่นทีวี ข่าวเวิร์คพอยท์ พีพีทีวี และ มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม จัดทำโครงการ “เสียงประชาชนลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ผ่านสื่อทีวีที่เข้าร่วมโครงการ 4 ช่อง คู่ขนานไปกับการลงมติของ ส.ส.ในสภาผู้แทนฯ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงมติของประชาชนผมขอชื่นชม นักวิชาการ 4 มหาวิทยาลัย ที่คิดโครงการนี้ขึ้นมา ถือเป็น “นวัตกรรมใหม่ของการเมืองไทย” และหวังว่าจะช่วย “จุดประกาย” ให้เกิด แนวคิดใหม่ๆเช่นนี้ เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยในโลกยุคดิจิทัลมากขึ้น ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศมากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ทหารและนักการเมืองไม่กี่ตระกูลครองประเทศ เช่นปัจจุบันคุณปริญญา เทวานฤมิตรกุล กรรมการมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม เปิดเผยว่า โครงการเสียงประชาชนลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะเปิดให้ประชาชนได้ลงมติไว้วางใจ หรือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทางออนไลน์ คู่ขนานไปกับการลงมติของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นการส่งเสริมการตรวจสอบถ่วงดุล และการมีส่วนร่วมของประชาชนตามวิถีทางประชาธิปไตย การลงมติออนไลน์ จะมีสื่อโทรทัศน์ 4 ช่องที่ร่วมโครงการ นำ QR Code ขึ้นหน้าจอทีวี ให้ประชาชนสแกนร่วมลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีแยกเป็นรายบุคคล เช่นเดียวกับสภาผู้แทนราษฎรกติกาการลงมติมีดังนี้ 1.โทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง หรือคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ลงมติได้เพียง 1 ครั้ง 2.การลงมติจะเริ่มในวันสุดท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 18.00 น. และปิดการลงมติในวันที่ 23 กรกฎาคม เวลาเดียวกับการปิดการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรประมาณ 11.00 น. จากนั้นจะมีการสรุปผลและรายงานผลไปพร้อมกับผลการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรคุณปริญญา แถลงว่า โครงการเสียงประชาชนลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่ดำเนินการคู่ขนานไปกับสภาผู้แทนฯ ไม่ได้มุ่งหมายที่จะไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย แต่ประสงค์ที่จะส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในฐานะเจ้าของอำนาจประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ เสียงของประชาชนแม้จะไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ผลที่ออกมาทุกฝ่ายต้องรับฟัง นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีการให้ประชาชนลงมติไว้วางใจและไม่ไว้วางใจ คู่ขนานไปกับสภาผู้แทนฯโดยใช้ช่องทางออนไลน์ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้านก็ได้แถลงว่า พรรคได้เปิดช่องทาง LINE OA เพื่อไทย @pheuthai หรือ สแกนคิวอาร์โค้ด จากภาพ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการโหวตและอภิปรายผ่าน Rich Menu ดังนี้ 1.ร่วมลงมติไล่ประยุทธ์และพวก พร้อมฝากข้อความสั้นๆ 2.กดปุ่มเพื่อแสดงความเห็นในประเด็นต่างๆ ไปถึง ส.ส.เพื่อไทยในสภาตลอดเวลาการอภิปราย เพื่อร่วมคิดนโยบายกับเพื่อไทยและร่วมเปลี่ยนรัฐบาลก็เป็นเรื่องดีที่ฝ่ายค้านเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อ การเมืองไทยได้เข้าสู่โลกออนไลน์แล้ว ผมก็ฝากไปถึง คุณปริญญา เทวานฤมิตรกุล ไว้ตรงนี้ เป็นไปได้ไหม ถ้าจะ “เพิ่มคิวอาร์โค้ด” อีกภาพ เพื่อให้ประชาชนสแกนโหวตให้คะแนนพรรคฝ่ายค้านที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ 11 รัฐมนตรีด้วย ให้ฝ่ายค้านได้รับฟังเสียงจากประชาชนบ้าง เพื่อถ่วงดุลทั้งสองฝ่าย ทำให้เสียงของประชาชนมีนํ้าหนักมากขึ้น ทั้งต่อรัฐบาลและฝ่ายค้าน แทนที่จะให้ลงมติ 11 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเดียว.“ลม เปลี่ยนทิศ”