แต่ไหนแต่ไร สหรัฐฯ ไม่ค่อยจะสนใจ ประเทศไทย เท่าไหร่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน หลังจากรับตำแหน่งเดินทางเยือนผู้นำประเทศโน้นประเทศนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เฉียดไปเฉียดมา แจกวัคซีนโควิด ก็มาแจกด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่เคยแสดงความประสงค์ที่จะมาเยือนไทย แม้แต่ครั้งเดียวจนกระทั่งเกิดการยึดอำนาจ โดย รัฐบาลทหารในเมียนมา ไม่ใช่เฉพาะเมียนมาที่ถูกโฟกัสจากสหรัฐฯ ไทย ก็ถูกโฟกัสตามมาด้วย คราวนี้ สหรัฐฯ ส่ง แอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศมาพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบปะเจรจาเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ที่ชัดเจนคือมีการลงนามเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ แถลงการณ์ Thailand-United States Communique on Strategic Alliance and Partnership เน้นความร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐฯให้มีความครอบคลุมมากขึ้น เป็นยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศและเปิดเสรีในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกให้มากขึ้น ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างทั้งสองประเทศอีกฉบับ Memorandum of Understanding on Promoting Supply Chain Resillence เป็นผลมาจากความสนใจร่วมกันระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ด้านห่วงโซ่อุปทาน ที่ยืดหยุ่นหลากหลายและมั่นคง ที่ครอบคลุมถึงการผลิตและการขนส่ง การแบ่งปันข้อมูล การปรึกษาหารือ เสริมสร้างความมั่นคงระหว่างกันถ้าดูจากข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับครอบคลุมให้ไทยจะต้องร่วมมือกับสหรัฐฯ ในทุกมิติ อย่างดิ้นไม่หลุด ดังนั้น หัวข้อสนทนาระหว่างไทยกับสหรัฐฯจึงหนีไม่พ้นเรื่องของ ความไม่สงบในเมียนมา ซึ่งที่ก่อนหน้านี้ได้มีการแถลงจาก บลิงเคน ว่า สถานการณ์ในเมียนมา “เป็นที่น่าเสียดายว่าเรายังไม่เห็นการเคลื่อนไหวเชิงบวกในเรื่องนี้” ซึ่งเป็นเรื่องที่ล่อแหลมมากโดยเฉพาะที่ บลิงเคน ได้ไปพบกับ ผู้ที่อพยพ ชาวเมียนมา หนีภัยสงครามมาอยู่ในบ้านเรา แสดงว่าเราถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ในฝั่งเมียนมาบวกหรือลบก็ตามคำถามถึงการที่ไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม เอเปก ในเดือน พ.ย. ที่จะถึงนี้ เป็นคำตอบที่ค่อนข้างจะชัดเจนว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน อาจไม่เข้าร่วม แต่ สหรัฐฯ จะส่งตัวแทนมาร่วมประชุมด้วยแน่นอน ทั้งๆที่เวทีนี้จะเป็นประโยชน์กับสหรัฐฯมากที่สุดด้วยซ้ำบลิงเคน ได้พยายามออกมาเรียกร้องให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วยให้ รัฐบาลรัฐประหารเมียนมา ต้องออกมารับผิดชอบและ จีน จำเป็นต้องแชร์ผลประโยชน์ในการทำให้ระบอบประชาธิปไตยกลับคืนสู่เมียนมาต้องไม่ลืมว่า ประเทศไทย ถูกบอยคอตจาก สหรัฐฯ และประเทศโลกเสรี เมื่อครั้งมีการยึดอำนาจจากรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สหรัฐฯตัดความสัมพันธ์ช่วงนั้นทันที จนกระทั่งมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ความสัมพันธ์ค่อยๆกลับมา แต่ก็ไม่เหมือนเดิมการที่ประเทศมหาอำนาจจีนและสหรัฐฯกำลังทำสงครามเย็นกันอยู่ จึงจำเป็นที่จะต้องกระชับพื้นที่สงครามเย็นให้ต้องเลือกข้าง บ้านเราก็เป็นพื้นที่เป้าหมายที่สำคัญ ระวังท้ายที่สุดจะกลายเป็นการชักศึกเข้าบ้านไปฉิบ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th