นายศรุต สุทธิอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในช่วงฤดูฝนให้ระวัง โรคตายพราย หรือ โรคปานามา หรือ โรคเหี่ยว สาเหตุจากเชื้อรา Fusarium oxysporum f.sp.cubense เป็นโรคที่เกิดได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของกล้วยและพบมากในฤดูฝนโดยให้สังเกตลักษณะใบกล้วยที่อยู่รอบนอกหรือใบแก่มักแสดงอาการเหี่ยวเหลือง ใบจะเหลืองจากขอบใบและลุกลามเข้ากลางใบ ก้านใบหักพับตรงรอยต่อกับลำต้นเทียม และจะทยอยหักพับตั้งแต่ใบที่อยู่รอบนอกเข้าไปสู่ใบด้านใน “ระยะแรกใบยอดยังเขียวตั้งตรง จากนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ต่อมาใบทั้งหมดจะเหี่ยวแห้ง เมื่อตัดลำต้นเทียมตามขวางหรือตามยาว จะพบเนื้อเยื่อภายในลำต้นเทียมเน่าเป็นสีน้ำตาลตามทางยาวของลำต้นเทียม เนื้อเยื่อในเหง้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ต้นกล้วยชะงักการเจริญเติบโตและตายในที่สุด”วิธีป้องกันกำจัดโรค ผอ.สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช แนะว่า หากต้องการปลูกกล้วยในพื้นที่ใหม่ ควรเลือกแปลงที่ไม่เคยพบโรคนี้มาก่อน และเลือกหน่อกล้วยจากแหล่งปลูกที่ไม่เคยมีการระบาดของโรค หรือไม่นำหน่อพันธุ์จากกอที่เป็นโรคไปปลูกหรือขยาย ใช้หน่อพันธุ์ที่ไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าหน่อพันธุ์จะติดเชื้อมาหรือไม่ ให้ชุบหน่อพันธุ์กล้วยด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช อีไตรไดอะโซล+ควินโตซีน 6% + 24% EC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์เบนดาซิม 50% SC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ทีบูโคนาโซล 43% SC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พร้อมกับปรับสภาพดินไม่ให้เป็นกรดจัด โดยใส่ปูนขาว หรือโดโลไมท์นอกจากนั้น จัดการให้แปลงปลูกมีการระบายน้ำที่ดี และระมัดระวังไม่ให้น้ำไหลผ่านจากต้นที่เป็นโรคไปหาต้นปกติ หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบกล้วยแสดงอาการของโรคให้ขุดต้นที่เป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูก แล้วโรยด้วยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุดต้นเป็นโรคออกไป อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อหลุม อุปกรณ์การเกษตร เมื่อใช้กับต้นที่เป็นโรคควรทำความสะอาดก่อนนำไปใช้ใหม่ สำหรับแปลงที่มีการระบาดของโรคควรเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน “ปัจจัยที่เหมาะสมต่อการเกิดโรคนี้คือ พันธุ์พืชอ่อนแอ ความชื้นในดินสูง การระบายน้ำในดินต่ำ วิธีที่เชื้อแพร่กระจายไปได้ดีคือติดไปกับวัสดุขยายพันธุ์หรือหน่อกล้วยที่มีผู้นำไปปลูก อาการของโรคที่พบคือใบกล้วยด้านนอกมีอาการเหลืองเหี่ยว 4-5 ใบและหักพับตรงโคนของก้านใบ แปลงปลูกที่พบโรคส่วนใหญ่ไม่มีการดูแล เอาใจใส่กำจัดวัชพืช และไม่มีการเผาทำลายต้นหรือกอที่เป็นโรค การเกิดโรคมีความชัดเจนและพบมากในฤดูฝนส่วนฤดูอื่นยังพบโรคได้น้อยกว่า ฉะนั้น ช่วงนี้จึงขอให้เกษตรกรเฝ้าระวังและป้องกันกำจัดโรคตายพรายตามคำแนะนำ” นายศรุต กล่าว.