สมัย ร.3 ปฏิสังขรณ์วัดโพธิ์ มีภาพเขียนชาวต่างชาติชาติหนึ่ง ชื่อ หรูชปีตะสบาก...แสดงว่าคนสมัยนั้น ได้ยินชื่อเสียงคนชาตินี้มาบ้าง...แต่จะเคยเห็นตัวจริงหรือไม่? ไม่รู้ผมเคยอ่านชื่อฝรั่งชาตินี้ พยายามจำแต่จำไม่ได้ แต่เมื่อรู้ หรูช ก็คือรัสเซีย ปีตะสบาก หมายถึงชื่อเมืองปีเตอร์เสบอร์ก ก็จำชื่อชาวรัสเซียเมืองปีเตอร์เสบอร์ก ได้ง่ายขึ้นในหนังสือเกร็ดโบราณคดี ประวัติศาสตร์ไทย (สำนักพิมพ์รวมสาส์น พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ.2539) ส.พลายน้อย เล่าว่า คนไทยเพิ่งเห็นตัวจริงๆของคนรัสเซีย เมื่อรัชกาลที่ 5 เชิญซาร์เรวิช หรือพระเจ้าซาร์นิโคลาส มกุฎราชกุมารรัสเซีย มาสยามที่จริงตามหมายกำหนดการ “ทัศนศึกษา” กรีซ อียิปต์ อินเดีย อินโดจีน ญี่ปุ่น และไซบีเรีย ไม่มีสยาม แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ (พระอิสริยยศขณะนั้น) ไปทูลเชิญเจ้าซาร์วิช ขณะที่เสด็จผ่านสิงคโปร์20 มี.ค.2433 มาถึงสยาม ในทุกกระบวนการถวายการรับเสด็จ ได้ขึ้นชื่อมโหฬารงานสร้าง ไม่มีครั้งใดเทียบเทียมได้ จนคนไทยพูดกันเป็นสำนวนติดปาก “ราวกับรับซาร์เรวิช”หนึ่งในหมายกำหนดการต้อนรับพระราชอาคันตุกะที่สำคัญ ถึงกับต้องมีสองวัน คือการทูลเชิญไปดูการคล้องช้าง ที่พะเนียด จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบันทึกทางการ...พอให้เห็นภาพความยิ่งใหญ่อลังการของงาน... บนกำแพงพะเนียดนั้น พลับพลาใหญ่มุขกลางเป็นที่ประทับ กับแกรนด์ดุ๊กซาร์วิช และปรินซ์ยอชตั้งแต่มุขกลางไปจนตลอดยกพื้น ชั้นบนเป็นที่พระบรมวงศานุวงศ์ ที่ชั้นลดเบื้องขวาเป็นที่พวกรัสเซียราชทูตต่างประเทศ ชั้นลดเบื้องซ้ายเป็นที่ขุนนางผู้ใหญ่ยศเสมอพานทองขึ้นไปขุนนางผู้น้อยแลมหาดเล็กอยู่ปะรำยกพื้นข้างซ้าย ตำรวจอยู่ข้างขวา คนยุโรปสามัญอยู่กำแพงเลี้ยวไปข้างขวาส่วนฉากการคล้องช้าง มีบันทึกไว้ว่า...กรมช้างกันช้างในพะเนียด เปิดช้างเล็กออก กันช้างใหญ่ไว้ แล้วเสด็จประทับพลับพลาเล็ก ทอดพระเนตรจับช้างกลางแปลง แล้วเสวยกลางวัน จัดการเลี้ยงข้าราชการคนยุโรปทั่วไปจนถึงพลทหาร เสร็จแล้วคล้องช้างพลายในพะเนียด แลจับซองต่อไปในวันแรกนี้คล้องได้แต่ช้างงาตัวใหญ่ตัวเดียว ช้างพลายตัวนั้นเลยได้ชื่อเรียกกันว่า “พลายซาร์วิช”ในวันที่สอง เชิญเสด็จทอดพระเนตรการคล้องช้างอีกครั้ง...ครั้งนี้คล้องได้หลายเชือก มีเรื่องเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตรัสถามซาร์วิชว่า จะประทานลูกช้างเล็กๆไปเล่นในเรือรบสักตัวหนึ่ง จะโปรดหรือไม่ซาร์วิชทรงยินดีที่จะได้ จึงโปรดให้ขุนพิชัยกุญชร (แจ้ง) เลือกคล้องลูกช้างรูปร่างงามได้ตัวหนึ่งเพิ่งหย่านม สูงสัก 2 ศอกเศษ แต่เกิดเหตุด้วยแม่ช้างไม่ยอมพรากจากลูก หาทางแก้เอาลูกช้างกลับเข้าโขลงไปจนได้ซาร์วิชทอดพระเนตรเห็นความฉลาดของแม่ช้าง จึงทูลพระพุทธเจ้าหลวง ขอพระราชทานคืนลูกช้างตัวนั้น เป็นบำเหน็จแก่แม่ช้าง...ก็ทรงพระกรุณาโปรดให้ปล่อยไปซาร์เรวิช พระองค์นี้ ต่อมาเสวยราชย์เป็นกษัตริย์ พระนามพระเจ้านิโคลาสที่ 2 ทรงสมรสกับเจ้าหญิงอเล็กซานดรา มีพระราชธิดา 4 พระองค์ พระราชโอรสองค์ที่ 5 แกรนด์ดุ๊ก16 ก.ค.2461 เกิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินการเมืองรัสเซีย ทรงถูกประหารชีวิตพร้อมพระมเหสี พระราชธิดา พระราชโอรส แม้เรื่องนี้เป็นเรื่องเศร้าสลดใจใหญ่หลวง แต่คนไทยที่เก็บความประทับใจไว้ลึกๆยังจดจำได้น้ำพระทัยไม่ทรงพรากแม่ลูกช้าง...คราวเสด็จสยามครั้งนั้น คงเป็นผลบุญค้ำจุนให้ในวาระสุดท้ายของพระชนม์ ไม่ทรงว้าเหว่เดียวดาย...จนเกินไป.กิเลน ประลองเชิง