ระเบิดเวลา 4 ลูก ถล่มรัฐบาล...เป็นการประเมินจากการคาดการณ์ของพรรคเพื่อไทยหลังเปิดสภาวันที่ 22 พ.ค.65 ว่า รัฐบาลจะเจอศึกอะไรบ้าง ซึ่งคงพอจะรู้ล่วงหน้าเพราะเป็นโปรแกรมที่เป็นกำหนดการในการทำงานของสภา ซึ่ง ส.ส.และ ส.ว.ต่างก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ลูกที่ 1 คือ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2566 ซึ่งจะต้องผ่านสภา มิฉะนั้นรัฐบาลอาจจะต้องยุบสภาเพื่อแสดงความรับผิดชอบนายกรัฐมนตรีจะต้อง “ลาออก”ว่าถึงเรื่องงบประมาณแล้วมักไม่มีปัญหา เพราะทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างเห็นความจำเป็นที่จะต้องผ่านไปให้ได้เป็นเรื่อง “รูทีน” มากกว่าจะมีการห้ำหั่นกันลูกที่ 2 ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง กว่าสภาเปิดน่าจะพิจารณาแล้วเสร็จเพื่อรอการลงมติเสร็จไปแล้วส่วนหนึ่งคือ การใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่ง กมธ.เป็นว่าให้แยกส่วนกัน โดยใช้คนละเบอร์ทั่วประเทศอีกส่วนหนึ่งกำลังพิจารณาก็คือ การคิดคะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ด้วยฐานอะไร 100 หรือ 500 หากนับจากฐาน 100 พรรคเพื่อไทยจะได้เปรียบ แต่ถ้าหารด้วย 500 พรรคขนาดกลางและขนาดเล็กจะได้เปรียบเพราะจะมีพื้นที่ทางการเมืองและมีอำนาจในการต่อรองลูกที่ 3 คือ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะอภิปรายรัฐมนตรีคนไหนอย่างไรไม่ได้เป็นปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลจะคุมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งหรือไม่ระหว่างนี้มีการหยั่งเชิงกันแล้ว โดยเฉพาะพรรคเล็กและพรรคเศรษฐกิจใหม่เพื่อต่อรองกับรัฐบาลมีทั้ง “กล้วย” ทั้ง “ตำแหน่ง” จ่อรออยู่และที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ กฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง เพราะพรรคเล็กนั้นหากไม่ไปร่วมกับพรรคอื่น ก็ต้องหาช่องเพื่อโอกาสที่จะได้เป็น ส.ส.ไม่ต่างกับพรรคขนาดใหญ่และขนาดกลางที่จะต้องหาวิธีการป้องกันภาวะที่เรียกว่า แลนด์สไลด์จากพรรคเพื่อไทยทุกอย่างล้วนพันกันเป็นลูกโซ่แยกจากกันไม่ขาดลูกที่ 4 คือ การตีความของศาลรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้การดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปีแน่นอนว่า รัฐบาลมีความมั่นใจว่าสามารถที่จะดำรงตำแหน่งต่อไปได้ โดยนับการดำรงตำแหน่งจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 60อีกทั้งการที่นายกฯบริหารมายาวนาน และมีอำนาจเหนือกว่าทุกองค์กร จึงมีอิทธิพลที่จะบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างได้อยู่แล้วเมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่างๆดังที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดจึงมีความเป็นไปได้ว่ารัฐนาวาน่าจะฝ่ามรสุมและคลื่นลมไปได้เว้นแต่จะเกิด “อุบัติเหตุ” ที่ไม่คาดคิดเท่านั้นสังเกตดูให้ดี “บิ๊กตู่” แม้บางช่วงเวลาจะมีอาการหงุดหงิดบ้าง แต่ภาพรวมแล้วดูมีความมั่นใจค่อนข้างสูงยิ่ง “พี่ใหญ่” คุมสภาพได้มากเท่าใดก็ยิ่งสบายใจมากเท่านั้น.“สายล่อฟ้า”