เกทับบลัฟแหละ... ต่างฝ่ายต่างก็ออกลูกลีลาอย่างน้อยก็ข่มขวัญกันไว้ก่อน เพราะการเมืองกำลังเดินเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อจริงบ้างเท็จบ้างก็ควักออกมาแบใส่กันความจริงแล้วในสถานการณ์อย่างนี้รัฐบาลกับฝ่ายค้านจะต้องออกหน้าเป็นตัวเปิดเกม เพราะเป็นคู่ต่อสู้โดยตรงแต่ปรากฏว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น...เพราะฝ่ายค้านกลับไปยืนอยู่ข้างหลังกลุ่มพรรคเล็กที่เปิดหน้าเล่นแทน ว่าไปแล้วพรรคฝ่ายค้านนั้นสู้รบตบมือกับฝ่ายรัฐบาลด้วยเกมยาวมานานแล้วแต่ไม่สามารถควํ่าให้แหลกคามือได้ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกสมัยประชุมก็แทบจะไร้ประโยชน์เหมือนเขียนเสือให้วัวกลัวได้เท่านั้น...นี่ก็ใกล้จะครบเทอม 4 ปีเข้าไปแล้วนี่กระมังที่ทำให้รัฐบาลไม่ได้เกรงกลัวหรือทำให้กระเทือนซาง แถมยังท้าทายและโต้กลับทำนองว่าไม่มีนํ้ายาคราวนี้ก็คงไม่ต่างกันกลายเป็นว่า พรรคเล็กและคนของรัฐบาลอาสาเข้ามาฟาดฟันออกหน้าอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแถมคนของรัฐบาลที่เป็น ส.ส.พลังประชารัฐ อย่าง “พิเชษฐ สถิรชวาล” ก็ประกาศตัวและแสดงท่าทีอย่างชัดเจนเป็นตัวเปิดให้พรรคเพื่อไทยคือ “รับหน้าสื่อ” ไม่ไว้หน้า “บิ๊กป้อม” ที่เคยอุ้มชูมาแม้แต่น้อยประกาศจะ “ล้มรัฐบาล” ให้ได้ ไม่สนใจจะถูกขับออกจากพรรคการประกาศตัวอย่างนี้เพราะคิดว่า “ถือไพ่” เหนือกว่ารัฐบาล เนื่องจากยังสวมหัวโขนเป็นหัวหน้ากลุ่ม 16 ที่พรรคเล็ก หลายพรรคเป็นสมาชิกเป็น “ไม้ตาย” ที่ใช้ต่อรองได้เพราะหากรวบรวมพรรคเล็กได้ก็จะมีเสียงสนับสนุนอยู่ในมือ 20 กว่าเสียง ที่จะสามารถเอาไว้ข่มขู่ได้และต้องไม่มองข้าม ส.ส.จากพรรคเศรษฐกิจไทยในสังกัดของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่พร้อมจะขยี้ “บิ๊กตู่” ทุกเมื่อแม้จะยังญาติดีกับ “บิ๊กป้อม” แต่ไม่เกี่ยวกับ “บิ๊กตู่”“พิเชษฐ” กับกลุ่ม 16 นั้นคงจะอ่านเกมการเมืองยาวออกไป โดยมั่นใจว่า หลังเลือกตั้งพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีทางได้กลับมาสู่อำนาจอีกแล้วจึงหาทางที่จะไปเกาะกลุ่มกับพรรคและนักการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง และเข้าสู่อำนาจได้ยื่นแสดงตัวตั้งแต่วันนี้ราคาค่าตัวก็จะสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวหรืออีกทางหนึ่งหากไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ ก็จะปรับกระบวนทัพเสียใหม่ ย้ายข้างกลับมาอยู่กับรัฐบาลก็ยังได้นักการเมืองประเภทนี้รู้กันดีทั้งสภา เพราะมีพฤติกรรมให้ปรากฏมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน คิดแต่หวังประโยชน์อย่างเดียวใครเอาไปอยู่ด้วยถือว่าเอา “ซวย” เข้าบ้านเลี้ยงให้ดียังไงก็ไม่เชื่อง...“สายล่อฟ้า”