“บิ๊กป้อม” แตะเบรก “พิเชษฐ” สั่งเบาเครื่องตรวจสอบท่อส่งน้ำอีอีซี ให้ไปคุยกันในพรรค หัวหน้ากลุ่ม 16 ขู่ ฟ่อขืนดึงดันลงนามเจอโหวตสวนแน่ “บิ๊กตู่” ย้ำสั่งสอบโครงการฉาวแล้ว หงุดหงิดสื่อถามสัมพันธ์ “พี่ใหญ่” “ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด “สันติ” และพวก เปลี่ยนทีโออาร์ อธิบดีธนารักษ์ชงรายชื่อกรรมการสอบถึงมือ “อาคม” จ่อเล่นงาน ป.อาญามาตรา 138 คนทำไลน์หลุด “เสี่ยหนู” บ่นวนอยู่กับเกมล้มรัฐบาล “ชลน่าน” ชี้อยากสืบอำนาจก็โยนไม้ต่อให้ “บิ๊กป้อม” ตั้งค่าหัว ส.ส.ดิสเครดิตฝ่ายค้าน “ตู่” เรียก “วิษณุ-อนุชา” ถกลับ ห่วงต้องบินนอกช่วงเปิดสภา ฝากขัง “ทาน ตะวัน” อยู่คุกต่อหลังจากนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ หัวหน้ากลุ่ม 16 ไปร่วมวงมื้อค่ำกับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อหารือถึงการตรวจสอบโครงการระบบส่งน้ำอีอีซี ส่งผลให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต้องสั่งเบรกให้เบาเรื่องนี้เอาไว้ก่อน “บิ๊กตู่” ย้ำอำนาจหน้าที่ผู้นำเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 พ.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ครั้งที่ 1/2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า เราเพิ่งผ่านวันฉัตรมงคล เป็นเรื่องของสถาบันที่พวกเราทุกคนเคารพนับถือสูงสุด รัฐบาลต้องเข้าไปดูแลรับผิดชอบเรื่องการสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวทาง แนวปฏิบัติ หรือพระราโชบายที่ทรงรับสั่งให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ขอบคุณช่วงเวลาที่ผ่านมาบ้านเมืองสงบเรียบร้อยดี นายกฯมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย กำกับดูแล รวมทั้งติดตาม กรณีใดมีปัญหาต้องสั่งให้ทบทวนแก้ไข บางครั้งไม่ได้อยู่ในอำนาจนายกฯ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานและคณะกรรมการที่ทำกัน นายกฯมีอย่างเดียวคือเมื่อมีปัญหาก็สั่งการให้ตรวจสอบ จากนั้นขึ้นอยู่กับว่าผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร และทั้งหมดก็จะนำไปสู่กระบวนการยุติธรรมสั่งสอบแล้วประมูลท่อน้ำอีอีซีเมื่อถามว่าที่ประชุมได้พูดถึงการประมูลโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออก (อีอีซี) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาทหรือไม่ หลังสั่งการให้กระทรวงการคลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทุกขั้นตอนโดยเร็ว และเลื่อนการลงนามในสัญญาไปก่อน เพื่อรอผลตรวจสอบข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “คนละเรื่องเรื่องดังกล่าวได้สั่งการไปแล้ว” เมื่อถามย้ำว่าที่ระบุว่าจะให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบหมายถึงเรื่องนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทุกเรื่องๆหงุดหงิดถามสัมพันธ์ “พี่ใหญ่”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังลงจากโพเดียมเพื่อเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีมีภาพนายกฯจับมือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แสดงว่ามีความเข้าใจกันดีแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์หยุดฟังก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “เมื่อไหร่จะเลิกถามข่าว พล.อ.ประวิตรซักทีเธอ” เมื่อถามย้ำว่าไม่มีปัญหากันแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามอีกว่า “ทำไมเหรอ เธอมีอะไรกับพล.อ.ประวิตรเหรอ” เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เออ แล้วถ้าไม่มีทำไมถามถึงเขาทุกวันล่ะ” จากนั้นเดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้าทันที“บิ๊กป้อม” สั่งเบรกเบาเครื่องนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ หัวหน้ากลุ่ม 16 กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (อีอีซี) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท ว่า นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันระหว่างรับประทานอาหารเย็น แม้กรมธนารักษ์จะเลื่อนลงนามสัญญาโครงการระบบท่อส่งน้ำอีอีซี กับบริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด แต่ฝ่ายค้านจะอภิปรายเรื่องนี้แน่นอน เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนการเคลื่อนไหวของตน พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โทรศัพท์มาขอร้องให้นำเรื่องดังกล่าวมาพูดคุยกันในพรรค ขอให้เบาเครื่องลงมา แต่ตนมีจุดยืนชัดเจนว่า หากยังมีการลงนามเซ็นสัญญากับบริษัทวงษ์สยามก่อสร้างฯ ส.ส.กลุ่ม 16 พร้อมลงมติไม่ไว้วางใจนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง แต่ไม่เกี่ยวกับการลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้โครงการนี้ไม่ถูกต้องมาตั้งแต่แรก ควรเปิดประมูลใหม่เป็นระบบอีบิดดิ้ง เปิดโอกาสให้ทุกบริษัทมาร่วมแข่งขัน “เสี่ยหนู” บ่นวนอยู่กับล้ม รบ.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ที่มีแต่ข่าวเกมการเมืองล้มรัฐบาลทุกวัน ไม่เป็นผลดีกับประเทศ ทำให้ประชาชนและนักลงทุนรู้สึกไม่มั่นคง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ และบรรยากาศการลงทุน ตอนนี้สถานการณ์โควิดเราดีขึ้นเป็นลำดับแล้ว ควรเป็นเวลาขาขึ้นของประเทศ อยากให้ช่วยกันรักษาบรรยากาศ ใส่ใจกับเสถียรภาพชีวิตประชาชนด้วย วันนี้ควรโฟกัสกับปัจจุบัน ปัญหาวันนี้ไม่ใช่การเลือกตั้ง แต่คือการทำให้แน่ใจว่าคนไทยจะได้ทำงานฟื้นเศรษฐกิจกัน หลังเปิดประเทศเต็มที่ การท่องเที่ยวฟื้น เปิดโอกาสใหม่ๆในธุรกิจสุขภาพ เด็กๆจะได้ไปโรงเรียน การขนส่งคมนาคมมีประสิทธิภาพ สามารถกระจายรายได้และความเจริญไปทั่วประเทศได้“ศรีฯ” ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด “สันติ”ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เอาผิดคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการบริหารระบบท่อส่งน้ำน้ำสายหลักในภาคตะวันออก อธิบดีกรมธนารักษ์ และคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ที่มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เป็นประธาน กรณีเปลี่ยนแปลงทีโออาร์โครงการประมูลท่อส่งน้ำอีอีซี นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สมาคมเคยร้องเรียนกรณีดังกล่าวเมื่อปลายปี 2564 แต่ผู้ถูกกล่าวหายังเดินหน้าเปิดการประมูลทั้งที่มีข้อพิรุธมากมาย อาทิ ไม่เปิดประมูลแบบอีบิดดิ้งให้ทุกบริษัทเข้ามาแข่งขันกัน แต่กลับใช้วิธีเรียกมาแค่ 5 บริษัทมาแข่งขันเสนอราคา และสรุปให้บริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ชนะ กลายเป็นประเด็นที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนนายกฯสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทุกขั้นตอน จึงนำข้อมูลมายื่น ป.ป.ช.เพิ่มเติมเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาต่อไปชงรายชื่อ กก.ถึงมือ “อาคม”ขณะที่นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ได้เสนอรายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบโครงการระบบส่งน้ำอีอีซี ให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง พิจารณาแต่งตั้งแล้ว เพื่อลดความคลางแคลงใจของสาธารณชน คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะตรวจสอบการดำเนินการทางธุรการทั้งหมด รวมถึงประเด็นเรื่องไลน์หลุด ว่าเข้าลักษณะเป็นการขัดขวางเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138 หรือไม่ ซึ่งต้องแจ้งความดำเนินคดีต่อไป และตรวจสอบรายได้ย้อนหลังของบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ ว่าปริมาณน้ำที่ยื่นเข้ามาถูกต้องสอดคล้องกับวงเงินที่นำส่งรายได้หรือไม่ ทั้งนี้ หากมีการลงนามในสัญญาแล้ว บริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ต้องลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์ และอีสท์วอเตอร์ ในฐานะผู้ส่งมอบ เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินและส่งมอบตามสัญญาอย่างครบถ้วน ยืนยันการดำเนินการประมูลไม่ได้เร่งรีบ และทำตามข้อกฎหมายกำหนด กรมธนารักษ์จะเร่งทำความเข้าใจ และต้องการลงนามสัญญาให้เร็วที่สุด เพราะหากล่าช้าถือเป็นความเสียหาย เพราะรัฐจะไม่มีรายได้จากค่าแรกเข้า 1,500 ล้านบาท “ชลน่าน” ขอแลนด์สไลด์เท่านั้นที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค แถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา 4คน ได้แก่ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นายสุพงษ์พิช รุ่งเป้า นายวัฒนะชัย สืบศิริบุษย์ น.ส.ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ 5 คน ได้แก่ นายจำรัสเวียงสงค์ นายสุรศักดิ์ นาคดี นายวิธันพัศ เฮงวาณิชย์ถิรธนา นายเล็ง พยุงแสนกุล และว่าที่ ร.ต.เสนาะ พรหมสวัสดิ์ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ทุกคนมีศักยภาพที่จะร่วมงานกับพรรค เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ คือทำอย่างไรให้ประเทศชาติออกจากวิกฤตินี้ได้ เราขอความไว้วางใจจากประชาชนทั้งแผ่นดินแลนด์สไลด์เพื่อไทยทั้งแผ่นดิน คือขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนช่วยเลือก ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ได้มากกว่า 250 เสียง ส่วนการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ยังอยู่ในกระบวนการภายในพรรคชี้อยากสืบอำนาจก็ให้ “บิ๊กป้อม”นพ.ชลน่านยังกล่าวถึงกระแสดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพปชร. เป็นนายกฯสำรองว่า ถ้ากระบวนการเลือกรายชื่อในบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอมาไม่ได้ จะเป็นเหตุว่าเขาจะเลือกใครหรือไว้ใจใคร ความเป็นไปได้อยู่ที่ผู้มีอำนาจขณะนี้ว่าเห็นแก่บ้านเมืองมากน้อยขนาดไหน ถ้าตั้งใจจะสืบทอดอำนาจ ง่ายที่สุดคือ พล.อ.ประวิตร เพราะเป็นผู้ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาเป็นนายกฯ แต่ถ้าเห็นแก่ประเทศชาติ อาจเสนอคนอื่นที่เหมาะสม หรือคนที่จะทั้งสืบทอดอำนาจ และแก้ปัญหาประเทศได้ทั้ง 2 อย่าง ให้ คสช.อยู่ได้ เมื่อถามถึงกรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคร่วมทานอาหารค่ำกับหัวหน้ากลุ่ม 16 และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ นพ.ชลน่านตอบว่า เสียงฝ่ายค้านเราไม่พอ ต้องใช้กลไกทุกอย่างเพื่อให้ได้เสียงพอสำหรับการไม่ไว้วางใจนายกฯ เราเน้นการใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงในการอภิปรายตั้งค่าหัว ส.ส.ดิสเครดิตฝ่ายค้านนพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า เชื่อว่าถ้าข้อมูลมีน้ำหนักมากพอ ส.ส.พรรคเล็กจะเปิดใจ เพื่อกู้วิกฤติศรัทธาของการทำงานในสภาฯ ที่เขาถูกกล่าวหาว่ากินกล้วย หรือทำงานเพื่อตัวเอง แต่ถ้าถามว่าได้เสียงขนาดไหน ยังไม่ได้ลงลึกไปในรายละเอียดขนาดนั้น แต่มีการพูดคุยกันต่อเนื่อง ส่วนข่าวการตั้งค่าหัว ส.ส.คนละ 5-30 ล้านบาท เพื่อล้มนายกฯนั้น ไม่แน่ใจว่าผู้ปล่อยข่าวมีวัตถุประสงค์ใด ค่อนข้างเชื่อว่า ส.ส.ที่จะมาร่วมยกมือกับฝ่ายค้านเรา เขาต้องการกู้วิกฤติศรัทธาให้กับตัวเองกับพรรคของเขา ถ้าไปหลงบ่วงอยู่ตรงนั้นก็ไม่ได้แก้วิกฤติศรัทธา เพราะนี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่เขาจะเข้าสู่การเลือกตั้ง อะไรที่ดีที่สุดเขาจะเลือกทำแบบนั้น เชื่อว่าเรื่องเงิน 5-30 ล้านบาทเป็นการปล่อยข่าวเพื่อลดความน่าเชื่อถือพรรคร่วมฝ่ายค้านเรา และคนที่เราจะไปคุยด้วย“อิทธิพล” ปัดกระแสทิ้ง พปชร.ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรีเตรียมย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนาว่า ไม่มี และตนได้รับมอบหมายจากพรรคเป็นประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ข่าวที่เป็นกระแสอยู่ไม่เป็นความจริง ส่วนความเคลื่อนไหวของนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร. ที่ไปกินข้าวกับฝ่ายค้าน เป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่นายพิเชษฐอาจมีข้อมูลรายละเอียดที่อยากทราบ ส่วนการชี้แจงก็เป็นไปตามที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค พปชร. ชี้แจงไว้ ส่วนเรื่องในพรรค พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาอีกครั้ง แต่ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องทำผิดข้อบังคับพรรค และเชื่อมั่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะผ่านไปด้วยความเรียบร้อย “ตู่” เรียก “วิษณุ-อนุชา” ถกลับช่วงบ่าย ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้เรียกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หารือเป็นการด่วนที่ตึกไทยคู่ฟ้า ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นายอนุชาเปิดเผยภายหลังเข้าพบนายกฯว่า เป็นการหารือข้อราชการที่เป็นความลับ เรื่องการเมืองไม่มี มีแต่การบ้าน รวมถึงไม่มีเรื่องพรรคพลังประชารัฐห่วงต้องบินนอกช่วงเปิดสภานายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า เข้าหารือข้อราชการทั่วไป ไม่ใช่ความลับอะไร เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปิดประชุมสภาฯในวันที่ 22 พ.ค. ที่จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 นายกฯมีความเป็นห่วงเพราะเป็นช่วงที่ต้องไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศหลายวัน และเป็นช่วงที่มีพระราชพิธีสำคัญ แต่ไม่ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องใดเป็นพิเศษ เมื่อถามว่านายกฯสอบถามเกี่ยวกับเสียง ส.ส.ในสภาฯหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่มี ไม่มีพูดถึงนายกฯรักษาการ เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ทำหน้าที่รักษาการ โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว เมื่อถามถึงประเด็นวาระ 8 ปีของนายกฯ รัฐบาลจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเองหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ยังไม่ได้คิด ถ้ารัฐบาลยื่นก็เท่ากับว่ารัฐบาลเป็นคนสงสัย ถ้าสงสัยก็ไม่ต้องอยู่ต่อ เมื่อถามย้ำว่าเกรงว่าจะเกิดปัญหาภายหลังหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่เป็นไร ช่วยไม่ได้ แล้วแต่ศาลจะสั่งว่าอย่างไรเปิดทรัพย์สิน “สกลธี-มิ่งขวัญ”วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายสกลธี ภัททิยกุล กรณีพ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. มีบัญชีทรัพย์สินทั้งสิ้น 42,023,918 บาท เป็นของนายสกลธี 34,051,475 บาท และนางนันท์นัดดา ภัททิยกุล คู่สมรส 5,101,577 บาท และบุตรไม่บรรลุนิติภาวะ 2,870,865 บาท มีหนี้สิน 379,085 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝาก 5.4 ล้านบาท เงินลงทุน 5.6 ล้านบาท ที่ดิน 3 แปลง มูลค่า 21 ล้านบาท และอื่นๆ 4.3 ล้านบาท ขณะที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แจ้งบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่ง ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ รวม 198,281,146 บาท เป็นเงินฝาก 2,547,207 บาท เงินลงทุน 98,588,690 บาท ที่ดิน 7 แปลง มูลค่ารวม 34,626,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 6 หลัง รวม 52,163,390 บาท และอื่นๆ 8,875,000 บาท ส่วน น.ส.จิราพร นาคดิลก แจ้งทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ รวมทั้งสิ้น 34,923,956 บาท มีหนี้สิน 650,483 บาท เป็นของ น.ส.จิราพร 22,589,997 บาท และนายรัชต์ คงขำ คู่สมรสที่อยู่กินกันฉันสามีภริยา 11,847,272 บาท บุตรไม่บรรลุนิติภาวะ 486,686 บาทฝากขัง “ทานตะวัน” อยู่คุกต่อที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ขอฝากขัง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ครั้งที่ 6 นักเคลื่อนไหวอิสระ อดีตสมาชิกกลุ่มทะลุวัง ผู้ต้องหาคดีตาม ป.อาญา มาตรา 112 ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานมาตรา 368 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่ศาลอาญาสั่งถอนประกันไปก่อนหน้านี้ มีนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความผู้ต้องหา ยื่นขอไต่สวนคัดค้านคำร้องฝากขัง โดยนายกฤษฎางค์ เปิดเผยว่า จากการไต่สวนพนักงานสอบสวนอ้างว่า มีพยานต้องสอบอีก 2 ปาก เป็นแพทย์กับนักวิชาการ เบื้องต้นศาลอนุญาตให้ฝากขังต่ออีก 12 วัน เท่ากับ น.ส.ทานตะวันยังถูกขังต่อ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนประกันไปแล้ว