สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ฝากข่าว...ดูแลคนไทย 7 กลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิ เริ่มบริการ “ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ฟรี” สิทธิประโยชน์ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ปี’65 ครอบคลุมดูแล 4.2 ล้านคน ช่วยลดความเสี่ยงเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตที่สำคัญเพื่อช่วยเพิ่มความชัดเจนการวินิจฉัย ลดภาวะแทรกซ้อนในสถานการณ์แพร่ระบาดของ “โควิด-19” เข้ารับบริการได้ที่หน่วยบริการใกล้บ้าน เฉพาะพื้นที่ กทม. เปิดจองสิทธิล่วงหน้าได้ผ่านแอป “เป๋าตัง” นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาฯ สปสช. บอกว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นสาเหตุที่สำคัญของการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน พบได้บ่อยในประชากรทุกกลุ่มอายุ อาการแสดงมีตั้งแต่อาการไข้ น้ำมูกไหล จนถึงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับอักเสบ ฯลฯน่าสนใจว่าพบอัตราป่วยประมาณร้อยละ 10-20 ของประชากรในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง ผู้ที่เป็นโรคอ้วน มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเสียชีวิต“หากไม่ป้องกันการแพร่ระบาดจะทำให้โรงพยาบาลต้องรับภาระในการดูแลผู้ป่วย และก่อให้เกิดความสูญเสียด้านเศรษฐกิจ ด้านการรักษาพยาบาลตามมา”จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สปสช.จึงได้มีการบรรจุ “บริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล” เป็นสิทธิประโยชน์ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้ “กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” มาอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือระหว่าง “สปสช.” และ “กรมควบคุมโรค” ในปี 2565 ได้ดำเนินการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่จำนวน 4,200,000 โดส สำหรับฉีดให้กับประชาชนไทยที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ทุกสิทธิการรักษา ไม่เสียค่าใช้จ่าย ครอบคลุมการป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ (an A/Victoria/2570/2019 (H1N1) pdm09-like virus, an A/Darwin/9/2021 (H3N2)-like virus; และ a B/Austria/ 1359417/2021 (B/ictoria lineage)-like virus.) ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-31 สิงหาคม 2565 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมดนพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เสริมว่า โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ระบาดทุกปี จะระบาดมากน้อยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในปีนั้นๆ ซึ่งในปีนี้เนื่องจากมีการเปิดประเทศและมีการเดินทางมากขึ้น “โรคไข้หวัดใหญ่”...ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจึงมีโอกาสที่จะแพร่ระบาดได้มากตามไปด้วยขณะเดียวกัน ในประเทศไทยขณะนี้ก็ยังมีการระบาดของโควิด-19 การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ นอกจากจะมีประโยชน์ในการลดการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แล้ว ยังช่วยลดความกังวลในกรณีที่มีอาการของโรคติดต่อทางเดินหายใจ ก็จะตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพียงอย่างเดียว เพราะไข้หวัดใหญ่นั้นได้รับการป้องกันแล้ว “หน้าฝนเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ถ้าฉีดได้ครอบคลุมและเร็วมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงจากการป่วยตายจากไข้หวัดก็จะลดลงมากเท่านั้น อย่ากังวลแค่โควิด-19 ในกลุ่มเสี่ยงหากเป็นไข้หวัดใหญ่ก็มีโอกาสป่วยหนักได้เหมือนกัน ตอนนี้สองโรคนี้อัตราการป่วยตายใกล้เคียงกันแล้วคือ ประมาณหนึ่งในพัน”แต่ต้องรู้ด้วยว่า...การฉีดวัคซีน “โควิด-19” ไม่ได้ช่วยป้องกัน “ไข้หวัดใหญ่” ดังนั้นต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วยซึ่งจะลดโอกาสเสียชีวิตจากทั้ง 2 โรคนี้ได้นพ.สาธิต ทิมขำ ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจสนับสนุนการเข้าถึงบริการปฐมภูมิและการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค สปสช.อธิบายเพิ่มเติมว่า บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ฯในปีนี้ต่างจากปีที่ผ่านมา โดย สปสช. ได้ยกเลิกการกำหนดให้หน่วยบริการเปิดระบบการจองฉีดวัคซีน (Slot)แต่...ให้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจและความพร้อมของหน่วยบริการ ซึ่งหน่วยบริการที่ไม่มีระบบจองวัคซีนจะให้บริการในรูปแบบวอล์กอิน... ใครไปก่อนมีสิทธิได้รับบริการก่อนยกเว้นกรุงเทพมหานครที่ยังคงระบบเปิดให้จองฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ล่วงหน้า ด้วยการลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง” เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา...มีการส่งข้อความเตือนรับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฯให้กับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงผ่านแอป พร้อมตรวจสอบหน่วยบริการที่อยู่ใกล้ โดยโทร.สอบถามก่อนเข้ารับบริการได้ นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มเป้าหมายรับบริการ จากปีที่ผ่านมา กรมควบคุมโรคได้ขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม 3 กลุ่มคือ กลุ่มบุคลากรหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้บริการผู้ป่วยโรคโควิด-19 กลุ่มที่อยู่สถานที่ที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมากที่เสี่ยงต่อการระบาด และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ขึ้นกับสถานการณ์ปีนี้ สปสช.ได้ยกเลิกบริการวัคซีนทั้ง 3 กลุ่มนี้ โดยกำหนดบริการเฉพาะประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงเท่านั้น อย่างไรก็ตามข้อมูลปี 2565 จำนวนประชากรที่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยงอยู่ที่ 11,555,334 คน ซึ่งวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ สปสช. จัดสรรเพื่อให้บริการมีจำนวน 4.2 ล้านโดส หรืออยู่ที่ร้อยละ 36.35 ของกลุ่มเป้าหมายเท่านั้นดังนั้น...ขอให้หน่วยบริการเลือกผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง อาทิ ผู้ที่มีโรคร่วม ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยธาลัสซีเมีย เข้ารับบริการฉีดวัคซีนก่อน“การรณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-31 สิงหาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาลก่อนที่จะมีการแพร่ระบาด โดยขณะนี้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้เริ่มกระจายวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฯให้กับหน่วยบริการแล้ว หากหน่วยบริการไหนมีความพร้อมก็สามารถให้บริการได้เลย” นพ.สาธิต ทิ้งท้ายย้ำ...สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม หนึ่ง...หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป (ให้บริการตลอดทั้งปี) สอง...เด็ก อายุ 6 เดือนถึง 2 ปีทุกคน สาม...ผู้มีโรคเรื้อรัง ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด เบาหวาน สี่...บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปห้า...โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ หก...โรคอ้วน (น้ำหนัก>100 กิโลกรัมหรือ BMI >35 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร) เจ็ด...ผู้พิการทางสมอง ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ นพ.จเด็จ บอกอีกว่า การเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในปีนี้ เบื้องต้นจะมีข้อความ SMS ส่งให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง เพื่อแจ้งให้เข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ท่านสามารถวอล์กอินเข้ารับบริการที่หน่วยบริการใกล้บ้านได้เลยไม่ต้องจองล่วงหน้า หรืออาจโทร.สอบถามกับหน่วยบริการก่อน ยกเว้นกรุงเทพมหานครที่ยังคงระบบเปิดให้จองฉีดลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตังสอบถามเพิ่มเติมการใช้สิทธิบัตรทองได้ที่ “สายด่วน สปสช. 1330” หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailandตอกย้ำ...การฉีด “วัคซีน” ป้องกันโรค “ไข้หวัดใหญ่” ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากช่วยลดความรุนแรงจากการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคแล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นจากการติดเชื้อของทั้ง 2 โรค และลดอัตราการนอนโรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคโควิด-19รวมทั้งยังลดความสับสนการตรวจคัดกรองภาวะติดเชื้อร่วมระหว่างโรคไข้หวัดใหญ่กับโรคโควิด-19 ได้ แนะนำว่า...ฉีดเถอะครับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย.