ผิดด้วยหรือที่เกิดเป็นเกย์และเลสเบี้ยน? แม้โลกจะเปิดเสรีก้าวไกลไปถึงไหน แต่ทุกวันนี้หลายประเทศยังลงโทษประหารชีวิต “กลุ่มคนรักเพศเดียวกัน” ราวกับเข่นฆ่าใครมา!! เข้มสุดก็ “ซาอุดีอาระเบีย” ผู้นำทางศาสนาสูงสุดถึงกับประกาศว่า การรักเพศเดียวกันเป็นหนึ่งในอาชญากรรมชั่วร้ายที่สุด และคนรักเพศเดียวกันเป็นความอัปยศและน่าละอายในโลกนี้และโลกหน้าไม่เฉพาะในโลกอาหรับและอิสลามที่ชิงชัง “กลุ่มคนรักเพศเดียวกัน” แต่หลายประเทศในเอเชียก็ตีตราพวกรักร่วมเพศว่าเป็นอาชญากรผิดกฎหมาย ล้าหลังไม่แพ้ใครเห็นจะเป็น “อินเดีย” ห้ามมีเพศสัมพันธ์ระหว่างคนเพศเดียวกันมาตั้งแต่เป็นอาณานิคมของอังกฤษ ใครฝ่าฝืนเจอโทษหนักจำคุกตลอดชีวิตกระนั้น เมื่อปี 2018 เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อศาลฎีกาอินเดียตัดสินว่า การมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกันไม่ผิดกฎหมาย เล่นเอาเกย์และเลสเบี้ยนทั้งแดนภารตะกอดคอกันหลั่งน้ำตา หนึ่งในผู้พิพากษาใหญ่ยอมรับว่า ประวัติศาสตร์ติดหนี้คำขอโทษต่อคนหลากหลายทางเพศในอินเดียงานนี้ต้องยกเครดิตให้ “มานเวนทรา สิงห์ โกฮิล” มกุฎราชกุมารแห่งนครราชไพพลา รัฐคุชราต ซึ่งกล้าฝ่าจารีตประกาศตัวเป็น “เจ้าชายเกย์คนแรกของโลก” เมื่อปี 2006 กดดันให้เกิดกระแสต่อต้านรุนแรง โดยชาวบ้านที่เคารพเจ้าชายในฐานะเชื้อพระวงศ์และบุคคลตัวอย่าง ลุกขึ้นมาก่อหวอดประท้วงสาปแช่งขับไล่ พร้อมเผาหุ่นจำลองของเจ้าชายเพื่อประจานความผิด แต่เจ้าชายก็เดินหน้าต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมให้คนรักเพศเดียวกัน โดยเปิดวังที่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษให้เป็นที่พักพิงของชาว LGBTQ+ ทั้งประเทศเจ้าชายเปิดใจว่า รู้ตัวว่าเป็นเกย์ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ แต่ต้องทนปิดบังความจริงกระทั่งโตเป็นหนุ่ม เมื่อความแตกรู้ถึงหูพ่อแม่ จึงถูกจับตัวไปเข้ารับการบำบัดเพื่อเปลี่ยนรสนิยมทางเพศ แต่จนแล้วจนรอดเจ้าชายก็เลิกเป็นเกย์ไม่ได้!! เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องชาวสีม่วง เจ้าชายรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ตัดสินใจออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อปี 2006 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต้องใช้เวลากว่าทศวรรษ จึงสามารถต่อสู้ได้สำเร็จเพื่อปลดปล่อยกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในอินเดียเมื่อราว 3 ปีก่อน “สุลต่านบรูไน” ออกกฎหมายลงโทษประหารชีวิต “กลุ่มคนรักเพศเดียวกัน” ด้วยการขว้างหิน ซึ่งถือเป็นการกระทำรุนแรงป่าเถื่อน ปลุกให้เกิดแรงต่อต้านไปทั่วทุกมุมโลก โดยบล็อกเกอร์ปากร้ายชื่อดัง “เปเรซ ฮิลตัน” ถึงกับออกมาตีแผ่ว่า “เจ้าชายอับดุล อาซิม” พระราชโอรสแท้ๆของ “สมเด็จพระราชาธิบดีฮัซซานัล โบลเกียห์แห่งบรูไน” ซึ่งมีลำดับการสืบสันตติวงศ์เป็นอันดับ 4 แท้จริงแล้วเป็น “เกย์ตัวพ่อ”“พวกคุณคงรู้ว่าเดี๋ยวนี้ผมไม่ได้แซะใครอีกแล้ว แต่คราวนี้ต้องขอคืนคำ เพราะมีเรื่องที่ต้องพูด ผมเดาว่า “สุลต่านบรูไน” คงไม่ทราบว่าโอรสของพระองค์ “เจ้าชายอาซิม” เป็นเกย์ตัวพ่อ!! ผมรู้ดีเพราะเคยเจอกับเจ้าชายมาแล้ว มันเป็นเรื่องสองมาตรฐานชัดๆ ที่ “สุลต่านบรูไน” ออกกฎหมายประหารชีวิตชาวเกย์ด้วยวิธีนี้”แม้ไม่มีหลักฐานยืนยันถึงความเป็นเกย์ตัวพ่อของ “เจ้าชายอาซิม” แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เจ้าชายอาซิม” ทรงเป็นหนึ่งในเจ้าชายที่มีสีสันที่สุด ทรงชอบปาร์ตี้กับแฟชั่น และสนิทสนมใกล้ชิดคนดังชาวเกย์มากมาย สมัยยังมีชีวิตอยู่มักจะเชิญดาราฮอลลีวูดมาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิด จนเป็นข่าวครึกโครมไปทั้งโลกย้อนไปในยุคปลายสมัยพระนางเจ้าวิกตอเรีย “ออสการ์ ไวลด์” นักเขียนบทละครและกวีชื่อดังชาวไอริช ต้องสิ้นชื่อหมดอนาคต เพราะก่อคดีอื้อฉาวแห่งยุค “กระทำอนาจารกับคนเพศเดียวกัน” ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี หลังออกจากเรือนจำเขาเก็บกระเป๋าหนีจากไอร์แลนด์ และไม่ได้กลับมาที่บ้านเกิดอีกเลยกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต.มิสแซฟไฟร์