ได้เวลาพระเอกยืนหนึ่งช่อง 7 สี เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ คัมแบ็กหน้าจอกับละคร “กรงน้ำผึ้ง” ที่หลายคนรอคอย เปิดตัวตอนแรกก็ชวนติดตาม ซึ่ง เวียร์ เปิดใจและเล่ามุมมองชีวิตในวงการที่ค้นพบความสุขง่ายๆ และอนาคตที่ไปต่อได้อีกยาว เวียร์ เล่าว่า “เรื่องนี้มีหลากหลายอารมณ์ ก็ตามชื่อเรื่องกรงน้ำผึ้ง มันเหมือนมีกรงที่มาขังความรู้สึกของตัวละครเอาไว้ มีเนื้อเรื่องให้ติดตามตลอด เพราะเริ่มเรื่องที่ว่าใครฆ่า อากง เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับความรัก การสืบสวน เกี่ยวกับครอบครัว มีโรแมนติกและดราม่า ตัวละครหลายๆตัวก็มีความสำคัญในเรื่องเท่าๆกัน ผมก็มีโอกาสได้พลิกบทบาท เรื่องนี้จะนิ่ง ฉลาด และเป็นเหมือนเด็กกำพร้าที่สู้ชีวิต มีความสับสนในตัวละครว่าจะทำเพื่อความถูกต้อง หรือว่าจะทำเพื่อผู้มีพระคุณ และเรื่องราวความรักที่เป็นไปไม่ได้”ร่วมงานกับน้องพระพาย–รมิดา ครั้งแรก เป็นไงบ้าง? “ดีมาก เพราะน้องมีความตั้งใจมากเป็นนักแสดงที่มีความสามารถ เค้าเป็นคนที่คล้ายๆ ผมด้วย มีความเป็นตัวของตัวเองสูง น้องเหมือนเด็กผู้ชาย ก็จะมีความสนุก แกร่ง ทำให้การทำงานในละครเรื่องนี้ที่ต้องลุยๆ มันก็ง่ายขึ้น น้องก็ทำออกมาได้ดีมาก”ละครมีหลายรส แล้วความเลิฟซีนในเรื่องเยอะมั้ย? “เลิฟซีนเยอะครับ แต่ไม่ได้ตลอดเวลา ด้วยความที่มันเป็นเรื่องของความรักที่มัน เป็นไปไม่ได้ ก็จะต้องเก็บงำความรู้สึก แสดงออกมากไม่ได้ แต่พอทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย ก็จะมีกุ๊กกิ๊กๆ ก็จะดูเขินๆน่ารัก แต่ไม่ได้โหดตบจูบ”เวลาจะเล่นละครกับนางเอกใหม่ๆต้องเตรียมตัวยังไง? “จริงๆไม่ได้เตรียมตัวเยอะ ก็ทำทุกอย่างให้มันว่าง ไปเริ่มใหม่ด้วยกัน ไม่ทำตัวว่าเราเป็นนักแสดงที่ผ่านอะไรมามากมาย พอมาเริ่มใหม่กับนางเอกใหม่ก็เหมือนนับ 1 ไปด้วยกัน”เรื่องนี้ใครๆก็แซวเวียร์เป็นป๋าดันน้องพระพาย? “ใช่ครับ เป็นประโยคเด็ดอยู่แล้ว อีกแล้วพี่เวียร์ (หัวเราะ) จริงๆผมว่ามันก็ช่วยกันแหละครับ ส่งเสริมกัน ผมก็ไม่รู้จะไปดันอะไรได้ขนาดไหน ก็คือการที่เราอยู่ในซีนด้วยกัน นักแสดงทุกคนก็ต้องช่วย เป็นตัวละครของตัวเองและแต่ละฉากแต่ละซีน”คิดว่า “กรงน้ำผึ้ง” มีอะไรที่ทำให้แฟนๆต้องห้ามพลาด? “ก็เวียร์-ศุกลวัฒน์ เล่นเป็นพระเอกก็น่าดูแล้วนะครับ (หัวเราะ) เราต้องมีความมั่นใจ คือไม่หรอกครับ ก็ตื่นเต้น และค่อนข้างลุ้น เพราะเทรนด์ในความชอบในการดู หรือว่าเทรนด์ของละครของคนดูในแต่ละช่วงมันก็ไม่เหมือนกันเนอะ เรา คาดเดาไม่ถูกว่าคนดูจะชอบละครในช่วงนี้ของเรามั้ย แต่ผมเชื่อว่าละคร พวกเราเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์มาก ทั้งทีมงาน นักแสดง ผมเชื่อว่าละครออกมาคุณภาพเต็มร้อยอยู่แล้ว” คนดูละครเปลี่ยนไป สำหรับเราในฐานะนักแสดง ต้องเปิดโลกของตัวเองหรือว่าเตรียมความพร้อมยังไง? “ผมก็พัฒนา พยายามเรียนรู้ ปัจจุบันทางเลือกค่อนข้างเยอะ และแพลตฟอร์มต่างๆก็เยอะขึ้น ซึ่งเราก็ปรับมันอยู่ตลอดเวลา แต่ฐานคนดูจริงๆของเรา ก็ยังชอบดูละครทางทีวีอยู่ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ผมเองก็พัฒนาตัวเองครับ หาอะไรใหม่ๆทำไปเรื่อยๆ เล่นในบ้านบ้าง เล่นนอกบ้านบ้าง เล่นหนัง เล่นซีรีส์ ทำรายการของตัวเองลงในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้คนดูได้เห็นเราในทุกแพลตฟอร์ม”ถามถึงวันเกิด ปีนี้ 37 แล้ว อยากบอกอะไรตัวเองในวัยนี้บ้าง? “ผมเคยบอกไว้ตอนอายุ 30 ว่ามันกำลังเริ่มโตเป็นหนุ่ม พอ 40 มันก็เป็น หนุ่มเต็มตัว เรากำลังจะเข้าใกล้ 40 แล้วผมว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องชัดเจน ในเรื่องของไลฟ์สไตล์ต่างๆ ผมโชคดีอย่างนึงคือเราค่อนข้างประสบความสำเร็จในช่วงชีวิตแรกๆของเรา ในวัยที่เรายังเด็กอยู่ 20 ปลายๆ พอเรามาถึงจุดที่ก็มีประมาณนึง ไม่ได้ลำบาก เรามีหน้าที่การงานที่มั่นคง เราก็รู้สึกว่าเราได้ใช้ชีวิตของเราเร็ว เราเที่ยวเร็ว เราซื้อที่เร็ว สร้างบ้านเร็ว เราเริ่มมีความมั่นคงประมาณนึง พอมันมาถึงจุดนึง มันก็ทำให้เรามองว่า เอ๊ะ พอเรามีทุกอย่างแล้วเรามีความสุขมั้ย เนี่ยเป็นวัยที่ผมรู้สึกว่าผมกำลังหาคำตอบให้ตัวเองอยู่ว่าพอผมมีทุกอย่างแล้วผมจะไปยังไงต่อ ซึ่งผมก็ไปต่อได้ ผมก็มีความสุขของผมไปต่อ ก็มีอะไรให้ทำอีกเยอะเลย เราก็เลือกในสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ หรือบางทีบทหรือละครบางเรื่องเค้าก็เลือกเราเอง ผมเพิ่งได้คำตอบว่า อายุ 37 มันเพิ่งเริ่มต้นมากๆ เมื่อก่อนบางคนกลัวว่า 37 ต้องเล่นเป็นพ่อแล้วนะ แต่ไม่ใช่แล้ว ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป แพลตฟอร์มหรือช่องทางต่างๆมันมีให้นักแสดงในวัยผมโลดแล่นมากกว่าเดิม ยังมีอะไรให้เราทำอีกเยอะ แล้วก็ถ้าเรายังเป็นคนที่มีความสนุกในการทำงาน พัฒนาตัวเองแล้วก็เข้าใจตัวเองว่าทำอะไรอยู่ มันยังมีทางให้ไปอีกเยอะเลย”ทุกวันนี้โฟกัสไปที่ความสุขง่ายๆของชีวิต? “ใช่ แต่มันก็ไม่ได้ทำได้ทุกคน ผมโชคดี อย่างที่ผมบอก ว่าจะมาพูดให้สวยหรูว่าผมมีชีวิตต้องการความสุขง่ายๆ คนจะบอกว่าก็ผมมีหมดแล้วไง ก็พูดได้ แต่จริงๆไม่จำเป็นนะ บางทีเราไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้าหรอก หาให้เจอว่าความสุขเราอยู่ตรงไหน แต่ละคนมันไม่เหมือนกัน”วันนี้เวียร์เจอความสุขของตัวเองแล้ว? “ผมเจอมาตลอดเลย (ยิ้ม) มันก็อยู่ได้ ความทุกข์มันก็มีแทรกมาบ้างแต่มันก็ไม่มีอะไรเป็นเรื่องใหญ่อีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างมันเป็นเรื่องที่เข้ามาแล้วก็ผ่านไป”มีวิธีรับมือกับคำวิพากษ์วิจารณ์ยังไง เมื่อทุกวันนี้โซเชียลต่างๆทำให้เสียงเข้าถึงเราเร็วมากขึ้น? “คือแต่ละคนก็มีสิทธิ์ที่จะมีความคิดเห็นของตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่เรามองว่าให้มันพอดี มันก็พูดยากเนอะ เราต้องมองว่าแต่ละคนทำแบบนี้เพราะมีเหตุผลของเค้า พอเรามองแบบนี้ซะ ก็ไม่เห็นจะต้องไปรู้สึกอะไร เพราะว่าไม่มีใครเหมือนกันหรอก เราไม่ตัดสินใครเลย เดี๋ยวนี้คนเราตัดสินกันง่ายมาก ก็เลยทำให้พิมพ์อะไรกันไปก็ไม่รู้ ยังไม่ผ่านกระบวนการความคิดอะไรออกมาก็ออกมาเป็นข่าวโซเชียล ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไร สมัยก่อนกว่าจะออกมาได้แต่ละข่าวๆมันยากมาก แต่ปัจจุบันพูดไปประโยคเดียว แป๊บเดียวก็ออกไปทั่วแล้ว เราเข้าใจแต่มันไม่ใช่แค่เราที่เข้าใจ จะมีกลุ่มคนอื่นที่เค้าเสพเค้าไม่เข้าใจว่ามันจริงหรือไม่จริง ทุกวันนี้เพื่อนยังมาถามเลยว่าจริงมั้ย ก็บอกมีจริงบ้าง ไม่จริงบ้างแหละ ก็ผสมผสานกันไป ก็เลือกๆเสพเอา เราก็มองอย่างเข้าใจ ไม่ตัดสินใคร ไม่โกรธไม่อะไรเค้า”ถามถึงที่ตอนนี้ต่อสัญญาช่อง 7? “ต่อไปแล้วครับ ผมว่าด้วยความที่เราสบายใจ เหมือนเราอยู่มานาน รู้สึกว่าก็ยังไม่มีอะไรที่เราอยากจะไปอยู่ที่ไหน เพราะช่องเองก็ค่อนข้างเลี้ยงเราเหมือนลูกที่อยากทำอะไรก็ได้ อยู่แล้วสบายใจ มีความสุข เราก็อาจจะเป็นเหมือนลูกคนโตแล้ว ตอนนี้ก็ว่าได้ ก็มีหน้าที่มีอะไรก็แนะนำน้องๆ เป็นบ้านที่เรารัก ไม่ได้รู้สึกว่าเราควรจะไปอยู่ที่อื่น มันเป็นสัญญาแหละแต่เราไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นสัญญา จริงๆไม่ต้องมาเซ็นกันก็ได้ ผมก็อยู่นี่แหละ (ยิ้ม)”.เม้าท์ชัด จัดทุกตอน ติดตามได้ที่ www.thairath.co.th/novel และ Facebook Fanpage : นิยายไทยรัฐ