การเมืองร้อนทะลุปรอทช่วงสงกรานต์กลุ่มโจ๋ปาระเบิดปิงปอง 2 ลูก ใส่ ร.1 ทม.รอ. ที่มีบ้านพักพี่น้อง 3 ป. อยู่ในนั้น ตำรวจบุกรวบทันควัน ผู้ต้องสงสัยแร็ปเปอร์ดัง “บุ๊ค Elevenfinger” คาบ้านพัก หลังทำประทัดหล่นใส่ขาตัวเองเจ็บ เจ้าตัวปฏิเสธ แต่หลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพชัด มากัน 7 คน ซ้อน จยย. 3 คัน สอบปากคำรอขยายผลต่อ ก่อนหน้านี้รวบได้ 2 โจ๋พก “ปิงปองบึม” คาดนัดมาก่อเหตุ “บิ๊กตู่” รับทราบรายงานให้เป็นเรื่องของตำรวจ เลขาฯ สมช.ชี้มีหลายปมน่าสนใจ อัยการยื่นฟ้อง “ธนาธร” ม.112 ปม “วัคซีนพระราชทาน” ลั่นพร้อมสู้คดีปฏิเสธทุกข้อหา “ศรีสุวรรณ” ไล่บี้ ป.ป.ช. สอบ 18 ส.ส. ถือครองที่ดิน อย่าเลือกปฏิบัติ มีทั้งฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน “เมียชินวรณ์” ขายที่ทิ้งตัดปัญหาการเมืองช่วงสงกรานต์ทะลุองศาเดือด หลังกลุ่มโจ๋เด็กแว้นก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง 2 ลูก เข้าใส่ ร.1 ทม.รอ. ที่มีบ้านพักรับรองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพี่น้อง 3 ป. อยู่ภายในนั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้ทันควัน ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลว่าการเมืองจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเหิมขี่ จยย.ปาบึมใส่ ร.1 ทม.รอ.เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 10 เม.ย. ร.ต.อ.สุทัศน์ แก้วสมศรี รอง สว. (สอบสวน) สน.บางซื่อ ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายลอบปาระเบิดปิงปองเข้าไปในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) บริเวณหน้าประตูถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดย พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.กฤษฎางค์ จิตตรีพล ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.นาถนริศ รัตนบุรี รอง ผกก.สส.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ พริ้งสกุล สว. (สอบสวน) รรท.รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ และ พ.ต.ท.หญิงชุติมา ศิริเมธาวร รอง ผกก. (สอบสวน) สน.บางซื่อ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดร่วมตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่ามีคนร้าย 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ คนซ้อนท้ายได้โยนระเบิดปิงปองเข้าไปในเขตพระราชฐาน ระเบิดข้ามเข้าไปตกบริเวณสนามหญ้า ตรงข้ามกองรักษาการณ์ ก่อให้เกิดเสียงดัง ไม่มีทรัพย์สินเสียหาย สอบสวนพยานที่ยืนอยู่ประตูทางเข้าข้างปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต ทราบว่าได้ยินเสียงระเบิด มีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน คันละ 2 คน รวม 4 คน มาใกล้ประตูรับเสด็จ และได้ปาระเบิดปิงปองเข้ามาภายในประตูรับเสด็จ 2 ลูก จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปรวบแร็ปดัง “บุ๊ค Elevenfinger”ต่อมาเวลา 14.00 น. วันที่ 11 เม.ย. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 กรณี พ.ต.อ.ดนุภัทร ขวัญพสุมนต์ ผกก.สน.ท่าเรือ จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยรายสำคัญว่าจะเชื่อมโยงคดีปาระเบิดปิงปองใส่ประตู ร.1 ทม.รอ. ที่มีบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อยู่ในนั้น เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 10 เม.ย. โดยกำลังสายตรวจและฝ่ายสืบสวน สน.ท่าเรือ รวบตัวนายธนายุทธ ณ อยุธยา หรือ “บุ๊ค Elevenfinger” อายุ 20 ปี ศิลปินนักร้องแนวแร็ปเปอร์ชื่อดัง ที่เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองได้พร้อมประทัดลูกบอล 164 ลูก ประทัดไข่ก๊อง 8 ลูก พลุควันและระเบิดควัน รวม 23 ลูก ภายในบ้านพักชุมชนร่มเกล้า แขวงและเขตคลองเตย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาปฏิเสธไม่เกี่ยวแต่ตำรวจไม่เชื่อมีรายงานว่า ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าจับกุมนายธนายุทธนั้น สายตรวจ สน.ท่าเรือ ได้รับแจ้งเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดและมีผู้ได้รับบาดเจ็บภายในชุมชนร่มเกล้า เมื่อรุดไปตรวจสอบพบนายธนายุทธมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดเล็กน้อยบริเวณเท้าขวา สอบสวนทราบว่าเป็นอุบัติเหตุทำประทัดหล่นจากกระเป๋ากางเกงทำให้ได้รับบาดเจ็บเอง เมื่อตำรวจตรวจค้นในบ้านพักพบของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในบ้านด้วย จึงนำตัวนายธนายุทธไปปฐมพยาบาลก่อนเชิญมาสอบปากคำที่โรงพัก ยอมรับว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 เม.ย. ได้ไปร่วมชุมนุมทางการเมืองที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พอเลิกชุมนุมก็กลับมาบ้านพัก ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปาระเบิดเข้าไปในพื้นที่บ้านพักของนายกฯ เบื้องต้นชุดจับกุมยังไม่ปักใจเชื่อ จึงแจ้งข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนดำเนินการตรวจสอบหลักฐานอื่น ที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป วงจรปิดจับภาพชัดมากัน 7 คนจากการตรวจหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ฝ่ายสืบสวนชุดคลี่คลายคดีปาระเบิด ร.1 ทม.รอ. ตรวจสอบชัดเจนเป็นกล้องวงจรปิดข้าง ร.1 ทม.รอ. บันทึกภาพได้เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 10 เม.ย. จับภาพนายธนายุทธขี่ จยย. มี น.ส.ปฏิมา ฝากทอง อายุ 20 ปี แฟนสาวนั่งซ้อนมา นำหน้า จยย.อีก 2 คัน รถ จยย.คันที่ 2 มีผู้ต้องหานั่งซ้อน 3 ส่วน จยย.คันสุดท้ายมีผู้ต้องหาอีก 2 คนนั่งปิดท้าย รวม 7 คน กล้องจับภาพผู้ต้องหานั่งอยู่คนสุดท้ายบน จยย.คันที่ 2 เป็นผู้ปาระเบิดเข้าไปในพื้นที่ ร.1 ทม.รอ. 2 ลูก จากนั้นทั้ง 3 คันพากันเร่งเครื่องหลบหนี ต่อมานายธนายุทธทำประทัดหล่นใส่ขาตัวเองจนบาดเจ็บที่บ้านภายในชุมชนร่มเกล้า แขวงและเขตคลองเตย กทม. พ.ต.อ.ดนุภัทร ขวัญพสุมนต์ ผกก.สน.ท่าเรือ รับแจ้งเหตุ ไปตรวจสอบพร้อมกำลังสายตรวจ จับกุมนายธนายุทธได้พร้อมกับ น.ส.ปฏิมา และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 4 คนที่ยังหลบหนี มาสอบปากคำก่อนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไปศาลอนุญาตฝากขัง “โจ๋สาว”ต่อมาที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ยื่นคำร้องขอฝากขัง น.ส.ปฏิมา ฝากทอง อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิด จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น พาอาวุธเข้าไปในเมืองฯโดยไม่มีเหตุอันควร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 221, 371 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-22 เม.ย. เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 7 ปาก และรอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง พนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหาไม่มีอาชีพใด หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี ยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดี ศาลพิจารณาคำร้องและเหตุจำเป็น อนุญาตฝากขังได้ โดยผู้ต้องหาไม่ได้รับการประกันตัว ออกหมายขังส่งเรือนจำต่อไปรวบก่อน 2 โจ๋คาดนัดมาก่อเหตุมีรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 10 เม.ย. ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมนัดรวมตัว “รำลึก 10 เมษายน” ที่แยกราชประสงค์ ตำรวจสายตรวจ สน.พญาไท นำโดย พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท เฝ้าสังเกตการณ์ในซอยรางน้ำ 11 แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม. พบชายวัยรุ่น 2 คนขี่ จยย.ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้าสกัดจับกุมแต่ทั้งคู่เร่งเครื่องหนีและพยายามต่อสู้ แต่สุดท้ายถูกจับกุมได้ทราบชื่อต่อมาคือนายคทาธร หรือต๊ะ ดาป้อม อายุ 18 ปี และนายคงเพชร หรือเพชร แก้วมุกดำ อายุ 18 ปี ตรวจยึดของกลางระเบิดปิงปอง 3 ลูก ระเบิดปิงปองพันติดกับกระป๋องสเปรย์โซแนค 1 ชุด และมีด 1 เล่ม ที่พากันขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟิน สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน แจ้งข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, พาวัตถุระเบิดและมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติตามหน้าที่, ขับรถ จยย.โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัย ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเครือข่ายเดียวกันกับกลุ่มที่นำระเบิดไปปาใส่บ้านพักนายกรัฐมนตรี และวางแผนเตรียมการกันมาอย่างดี แต่ถูกจับกุมได้เสียก่อน “บิ๊กตู่” รับรายงานเหตุแล้วนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รับทราบรายงานเมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 เม.ย.เวลาประมาณ 19.50 น. พบเหตุปาระเบิดปิงปองใส่ ร.1 ทม.รอ. จำนวน 2 ลูก ตกบริเวณสนามหญ้า ตรงข้ามกองรักษาการณ์ จากการตรวจสอบเบื้องต้นจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ 1 คัน มีผู้ขับขี่ 1 คน ผู้ซ้อนท้าย 1 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ได้ลงบันทึกประจำวันแล้ว ทั้งนี้ ร.1 ทม.รอ. เป็นเขตพระราชฐาน บ้านพักนายกฯอยู่ในพื้นที่ด้านในนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่มีความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่มีข้อสั่งการพิเศษใดๆ มอบหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอน สำหรับช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์นายกฯยังคงทำงานติดตามสถานการณ์อยู่ที่บ้านพัก เพื่อให้คำแนะนำหรือข้อสั่งการ หากมีความจำเป็นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยสมช.ชี้มีหลายปมน่าสนใจพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า รับทราบรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบ เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่าน่าจะมาจากสาเหตุการเมือง หรือเป็นการก่อกวนเฉยๆ พล.อ.สุพจน์ตอบว่า รอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดีกว่า เพราะมีหลายประเด็นที่น่าสนใจอยู่ เมื่อถามว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่บอกว่าน่าสนใจ พล.อ.สุพจน์ตอบว่า ตอบไม่ได้ คาดเดาไปเดี๋ยวจะมีปัญหาได้ เอาเป็นว่ารอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อน เมื่อถามว่าจะรู้ผลได้เมื่อไหร่ พล.อ.สุพจน์ตอบว่า รอเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก่อน เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องดำเนินการอยู่แล้วอัยการยื่นฟ้อง ม.112 “ธนาธร”ที่ศาลอาญา พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 5 ยื่นฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นจำเลยต่อศาลอาญา ความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันฯตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาตรา 14 และมาตรา 4 สืบเนื่องจากนายธนาธรได้พูดถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน : ใครได้-ใครเสีย?” ที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยต่อสถาบัน กับการกระทำของรัฐบาลที่นำงบประมาณไปใช้ในการสนับสนุนผลิตและจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทแห่งเดียว ศาลอาญาประทับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.875/2565 และนัดสอบคำให้การวันที่ 6 มิ.ย. นายธนาธรได้ยื่น ขอปล่อยชั่วคราว ปฏิเสธทุกข้อหาพร้อมสู้คดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า ขอยืนยันว่าสิ่งที่ได้กระทำไปมีเจตนาดีกับบ้านเมือง เพื่อปกป้องสถาบันฯ เวลาได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง วัคซีนที่ป้องกันไวรัสโควิดได้มากที่สุดคือ mRNA ประชาชนคงตัดสินใจเองได้ ส่วนในชั้นตรวจพยานหลักฐานหลังจากนี้เราให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมต่อสู้คดีและเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ ยุคนี้เป็นยุคที่มีคดีทางการเมืองมากที่สุด มีคดี 112 มากที่สุดมากกว่าทุกยุคทุกสมัย ยืนยันว่าการใช้กระบวนการแบบนี้ทางการเมืองมากลั่นแกล้ง ไม่เป็นคุณต่อสถาบันฯ หลังจากนี้เรื่องไหนที่เป็นผลประโยชน์ต่อประชาชนยังคงทำเต็มที่ ขอยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งคิกออฟ “ครอบครัวเพื่อไทย”ที่พรรคเพื่อไทย นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวโครงการครอบครัวพรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมยืนเคียงข้างประชาชน เป็นบ้านหลังใหญ่ดูแลความเป็นอยู่ประชาชนให้กลับมาอยู่ดีกินดีอีกครั้ง จะสร้างความเปลี่ยนแปลงคืนประชาธิปไตย คืนความหวัง ความฝัน โอกาส และคืนอนาคตให้ประชาชน จึงให้ตัวแทนพรรคทั่วประเทศลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อน ภายใต้กิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม” จะลงพื้นที่ทั่วประเทศตลอดเดือน เม.ย.และ พ.ค. ภายใต้คอนเซปต์ “เข้าถึงตัว เข้าถึงใจ ห่วงใยกัน” เริ่มที่ จ.นครราชสีมา วันที่ 12 เม.ย. จากนั้นจะเดินสายพื้นที่ภาคกลาง พร้อมตัวแทนพรรคจังหวัดจัดกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย” คู่ขนานเปิดรับฟังปัญหาความเดือดร้อน และรับสมัครสมาชิกครอบครัวเพื่อไทยไปพร้อมกันผุดกิจกรรม Welcome Homeนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ที่ จ.นครราชสีมา จะเป็นกิจกรรม “Welcome Home ครอบครัวเพื่อไทย ห่วงใยกัน” วันที่ 12 เม.ย. ต้อนรับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากนั้นจะจัด “ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม” ในจังหวัดต่างๆ เปิดโอกาสให้กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ผู้ใช้แรงงาน มาพูดคุยในมิติปัญหาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ ที่รัฐบาลบริหารจัดการโรคระบาดผิดพลาด จนต้องเผชิญกับวิกฤติโรคระบาดและวิกฤติสุขภาพมาตลอดที่ผ่านมา “เจ๊หน่อย” เปิดลานรับฟังเสียงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการขับเคลื่อนพรรคไทยสร้างไทยว่า ทำพิธีลงเสาเอกสร้างที่ทำการใหญ่ของพรรค บนเนื้อที่ 7 ไร่ครึ่ง เป็นอาคารขนาด 3,158 ตร.ม. บนถนนเทิดราชัน เขตดอนเมือง เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 6 เม.ย. แนวความคิดการออกแบบอาคารมาจากหลักคิดมีประชาชนเป็นศูนย์กลางเปิดพื้นที่ Co-working space ที่ประชาชนและคนทำงานการเมืองของพรรค มานั่งทำงานร่วมกัน มาร่วมคิดร่วมกันออกแบบประเทศไทยที่ดีที่สุดด้วยกัน เราจึงสร้างลานฟังเสียงประชาชน เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่อยู่ตรงกลาง สามารถบรรจุคนได้ 1,000 คน เป็นเสมือนหัวใจของสถาปัตยกรรมหลังนี้ ซึ่งทำหน้าที่สร้างโอกาสให้กับผู้คนมาสะท้อนความต้องการและมีส่วนร่วมกับพรรคไทยสร้างไทยด้วยกิจกรรมที่หลากหลายชทพ.รื้อฟื้นวันสถาปนาพรรคด้านนายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคเตรียมจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี วันที่ 24 เม.ย. ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ มีวาระสำคัญคือการเปิดใจของ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ถึงทิศทางการเมืองพรรคต่อการเลือกตั้งทั่วไป โดยนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2 แกนนำพรรคจะแจ้งผลการดำเนินงานภายใต้กระทรวงและหน่วยงานที่ดูแล รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายของพรรค นอกจากนั้นจะมีการหารือถึงการทำบุญพรรค ที่ยึดเอาวันสถาปนาเดิมของพรรคชาติไทย คือวันที่ 19 พ.ย. ที่พรรคไม่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ที่พรรคชาติไทยถูกตัดสินยุบพรรค เพื่อยึดวันที่ 19 พ.ย. เป็นวันสถาปนาพรรคต่อเนื่องไป“ศรีฯ” ไล่บี้ ป.ป.ช.สอบ 18 ส.ส.ช่วงสายที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือเร่งรัด ป.ป.ช.ให้ไต่สวนสอบสวนและวินิจฉัย 18 ส.ส. กรณีครอบครองที่ดินรัฐในรูป ส.ป.ก. และ ภ.บ.ท.5 โดยเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก. ที่ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานไว้แล้วกรณีของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นเหตุให้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า มี ส.ส.19 รายถูกยื่นตรวจสอบการถือครองที่ดินรัฐในระยะเวลาไล่เลี่ยกับกรณี น.ส.ปารีณา เป็น ส.ส.พลังประชารัฐ 5 คน พรรคเพื่อไทย 4 คน พรรคภูมิใจไทย 5 คน พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน พรรคก้าวไกล 2 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน แบ่งเป็นถือครองที่ดิน ส.ป.ก. 6 ราย ที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 12 ราย แต่เหตุใดกรณี น.ส.ปารีณา ป.ป.ช.วินิจฉัยส่งให้อัยการฟ้องศาลฎีกาเร็วกว่า ส.ส.รายอื่น ขอให้ ป.ป.ช.เร่งรัดการไต่สวนให้เป็นบรรทัดฐานเหมือนกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติเปิดชื่อ 18 ส.ส.ถือครองที่ดินรัฐผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ 18 ส.ส. ประกอบด้วย 1.นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรค พปชร. ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.จันทบุรี 200 ไร่ 2.นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ถือครองที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จ.ตราด 49 ไร่ 3.นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.กระบี่ 200 ไร่ 4.นาย เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ส.ส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 รวม 13 แปลง และ ส.ป.ก.4-01 อีก 130 ไร่ 5.นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรค พปชร. ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.พิษณุโลก 498 ไร่ 6.นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. พรรคภูมิใจไทย ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.ชัยภูมิ 10 ไร่ 7.นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด พรรคก้าวไกล ถือครองที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จ.ตราด 22 ไร่ 8. พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรค พปชร. ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.กำแพงเพชร 88 ตารางวา 9.น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรค พปชร. ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.เพชรบูรณ์ 50 ไร่ มีทั้ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล–ฝ่ายค้าน 10.นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.อุบลราชธานี 13 ไร่ 11.นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลังประชาชาติไทย ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.สุราษฎร์ธานี 5 ไร่ และที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.นครราชสีมา 11 ไร่ 12.นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.นคร ศรีธรรมราช 70 ไร่ 13.นายมานพ ศรีผึ้ง ส.ส.นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย ถือครองที่ดินภ.บ.ท.5 จ.นครสวรรค์ 27 ไร่ 14.นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 รวม 41 ไร่ และที่ดิน ส.ป.ก.4-01 อีก 3 ไร่ ทั้งที่ จ.นครราชสีมาและปราจีนบุรี 15.นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ถือครองที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จ.บุรีรัมย์ 6 ไร่ 16.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.นครราชสีมา 30 ไร่ 17.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 จ.นครราชสีมา 295 ไร่ 18.นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ถือครองที่ดิน น.ส.2 และส.ป.ก.4-01 จ.ลำพูน 60 ไร่ส.ส.ภท.โร่คืนที่ดินรัฐหมดแล้วนายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ส.ส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สมัยยังไม่ได้เป็น ส.ส. ทำอาชีพเกษตรกรรม ซื้อที่มาทำไร่อ้อย ส่วนใหญ่เป็นที่ ส.ป.ก. กับ ภ.บ.ท.5 จนมาเป็น ส.ส.จึงแจ้งการครอบครองที่ดินต่อ ป.ป.ช.ตามจริง และมีการมาร้องเรียนว่าทำผิด จึงสอบถาม ส.ป.ก.ว่าผิดตรงไหน ได้รับคำตอบ ว่า ตอนที่เป็นเกษตรกรสามารถทำได้ แต่ตอนนี้ทำไม ไม่ถ่ายโอนให้ญาติพี่น้อง หรือใครก็ได้ที่จนหน่อยจะได้ไม่ต้องถือครองเอง จึงชี้แจงไปว่าไม่ทราบ และมีความบริสุทธิ์ใจในการทำงาน หากจะถ่ายโอนไปคงไม่ทัน แต่ขณะนี้ได้คืนที่ดินให้ ส.ป.ก.ไปทั้งหมด ไม่มีที่ดินไว้ในครอบครองแล้ว เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่นายศรีสุวรรณยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.เร่งรัดสอบสวน นายเกียรติตอบว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่ได้กังวล แล้วแต่กลไกกฎหมาย กังวลมากก็ทำอะไรไม่ได้ “เมียชินวรณ์” ขายที่ตัดปัญหานายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีของตนต่างจากกรณี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ พื้นที่ดังกล่าวเป็นของภรรยา ที่แจ้งทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเป็น ส.ส.ตรงไปตรงมา เป็นพื้นที่ ภ.บ.ท.5 ไม่ได้เป็นพื้นที่ป่า และ ส.ป.ก. ตั้งแต่มีข่าวเมื่อปี 2562 หน่วยงานต่างๆ รวมทั้ง ป.ป.ช.มาตรวจสอบแล้ว ก็ไม่ได้เข้าหลักเกณฑ์ว่า บุกรุกป่าหรือผิดกฎหมาย ส.ป.ก. ชี้แจงตลอด แต่เมื่อมีข่าวการถือครองที่ดินอาจมีปัญหาข้อกฎหมาย เพื่อตัดปัญหาภรรยาจึงขายที่ดินให้คนอื่นไปแล้ว ขณะนี้ไม่มีที่ดินในครอบครองแล้ว จึงไม่กังวลเรื่องที่นายศรีสุวรรณเร่งรัดให้ ป.ป.ช.สอบสวนไม่เล่นด้วยลดโทษคนโกงอีกเรื่อง ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดสัมมนาวิชาการในโอกาสครบรอบ 22 ปี การก่อตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน มีนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวเปิดงาน โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านระบบ ZOOM หัวข้อ “ผู้ตรวจการ แผ่นดินกับการเสริมสร้างความเป็นธรรมในสังคม” ว่า กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้เรื่องการลดโทษ คนโกงบ้านโกงเมือง ได้เรียนนายกรัฐมนตรีว่าประชาชน รับไม่ได้ นายกฯบอกว่าไม่เห็นด้วย แต่ว่าแก้ไม่ทันคิดว่าเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องตาม ถ้าเป็นอย่างนี้ โกงไปก้อนหนึ่งติดคุกไม่กี่ปี ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ติด 7-8 ปี ออกมาแล้วเงินที่เก็บไว้ตอนโกง ลูกหลาน ใช้อีกหลายชั่วคนสบาย เราต้องไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้น ผู้ตรวจการฯต้องช่วยดูระดับที่คิดว่าก่อให้เกิด ปัญหาความขัดแย้งแน่ๆในสังคม