นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร ได้จัดทำเอกสารการขอขึ้นทะเบียนตำนานอุรังคธาตุ (ตำนานพระธาตุพนม) และเอกสารโบราณนัทโปนันทสูตรคำหลวงเป็นมรดกความทรงจำของโลก ให้ที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) พิจารณา ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลภายในปี 2565 นี้ โดยเอกสารโบราณทั้ง 2 เรื่องนับว่าเป็นมรดกความทรงจำของชาติที่มีความสำคัญ โดยตำนานอุรังคธาตุ ถือเป็นเรื่องราวที่ผู้คนสองฝั่งโขงเล่าสืบต่อกันมา และจดเป็นลายลักษณ์อักษรมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเสด็จของพระพุทธเจ้าไปยังพื้นที่สองฝั่งโขง อันเป็นตั้งของอาณาจักรล้านช้าง พร้อมแสดงพุทธทำนายว่าด้วยกำเนิดและการเปลี่ยนแปลงเมือง และบุคคลสำคัญที่ร่วมสร้างและบูรณะองค์พระธาตุพนม รวมทั้งสอดแทรกเกี่ยวกับการกำเนิดแม่น้ำสำคัญ การปราบนาค กำเนิดพระธาตุเจดีย์และรอยพระพุทธบาทบริเวณสองฝั่งโขง (เขตอีสานเหนือและประเทศลาว) รวมถึงการบูรณะเจดีย์พระธาตุ ของพระโพธิสาร และพระไชยเชษฐานายกิตติพันธ์ กล่าวว่า ส่วนเอกสารโบราณเรื่องนันโทปนันทสูตรคำหลวง เป็นวรรณคดีทางพระพุทธศาสนามีคุณค่าเกี่ยวกับหลักธรรม ที่เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง) ทรงพระนิพนธ์ขึ้นเมื่อปี 2279 จากคัมภีร์นันโทปนันทปกรณ์ที่พระพุทธสิริแต่งเป็นภาษาบาลีไว้ ตัวต้นฉบับเป็นหนังสือสมุดไทยขาวได้มาจากขุนวิทูรดรุณากร ทูลเกล้าฯถวายให้หอสมุดวิชรญาณ เมื่อปี 2451 ซึ่งปัจจุบันคือ หอสมุดแห่งชาติโดยเอกสารโบราณนันโทปนันทสูตรคำหลวงของเจ้าฟ้ากุ้งนั้น แปลเป็นภาษาไทยที่ไพเราะงดงามข้อความภาษาไทยเก็บจากข้อความบาลีไว้เกือบทุกคาถากล่าวถึงหลักธรรมคำสอน มีความเป็นต้นฉบับหลวงที่สืบทอดมาจากสมัยอยุธยา บันทึกเนื้อหาอย่างเป็นระเบียบสวยงามด้วยตัวอักษรไทยแบบ ประดิษฐ์ เรียกว่า อักษรไทยย่อ โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นอักษรไทยย่อที่งดงามที่สุดฉบับหนึ่ง มีอายุถึง 287 ปีแล้ว หากเอกสารทั้ง 2 รายการ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและภาคภูมิใจแก่ประเทศเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับการรอประกาศการพิจารณาเมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์เป็นมรดกโลก ซึ่งคาดว่าในช่วงปลายปีนี้ทางยูเนสโกจะลงพื้นที่ตรวจแหล่งโบราณสถานดังกล่าวและพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ซึ่งประเทศไทยน่าจะได้รับข่าวดี.