“ทนร้อนอีกหน่อยนะ เดี๋ยวบิลค่าไฟฟ้ามาก็หนาวแล้ว” เป็นข้อความที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย ผมเชื่อว่า นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กินเลี้ยงเพลินกับพรรคเล็กหาเสียงรักษาเก้าอี้นายกฯในสโมสรหรูก็คงได้รับ เมื่อ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติวันที่ 16 มีนาคม ขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า ft) รวดเดียวหน่วยละ 24.77 สตางค์ ทำให้ บิลค่าไฟทุกบ้านเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม เพิ่มขึ้น 5.82% ต่อหน่วย เป็น 4.00 บาทต่อหน่วย แม้แต่ คุณคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการ กกพ. โฆษก กกพ. ผู้แถลงข่าวก็ยังแถลงว่า เป็นค่าไฟที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของราคาค่าไฟฟ้าประเทศไทยเป็น ค่าไฟโหดที่แพงที่สุด ที่เกิดขึ้นในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯการตัดสินใจ ขึ้นค่าไฟแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยครั้งนี้ ผมเชื่อว่า กกพ.คงไม่กล้าตัดสินใจโดยพลการ เพราะ กกพ. เป็นหน่วยงานในกำกับของ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีหน้าที่รับนโยบายจาก กพช.ไปปฏิบัติ การขึ้นค่าไฟมหาโหดครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธาน กพช.จึงต้องรับผิดชอบด้วย แต่ดูท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่นัดกินข้าวกับพรรคเล็กที่สโมสรหรู หลังจาก กกพ.มีมติขึ้นค่าไฟเพียงวันเดียว กลับมีท่าทีสบายอกสบายใจที่พรรคเล็กประกาศสนับสนุนให้เป็นนายกฯจนครบเทอมการขึ้นค่าไฟโหดยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ คุณคมกฤช ตันตระวาณิชย์ โฆษก กกพ. แถลงว่า งวดถัดไป กันยายน-ธันวาคม กกพ.จะต้อง ปรับขึ้นค่าเอฟทีไปอยู่ที่หน่วยละ 64.83 สตางค์ หรือ ขึ้นค่าไฟฟ้าอีก 40 สตางค์ต่อหน่วย เป็นหน่วยละ 4.40 บาท ขึ้นไปอีก 10% ในชั่วเวลาข้ามเดือน และ งวดมกราคม-เมษายน 2566 จะต้อง ปรับขึ้นค่าเอฟทีไปอยู่ที่ 110.82 สตางค์ต่อหน่วย หรือ ขึ้นค่าไฟฟ้าอีก 46 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 4.86 บาทต่อหน่วย ขึ้นไปอีกราว 10.4% ตัวเลขดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติลดลงทำไม นายกฯ พล.ประยุทธ์ ที่ประกาศว่าทำงานเพื่อประชาชน จึงไม่เลือก “ตรึงค่าไฟ” เพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งที่รัฐบาลก็สามารถทำได้ แต่กลับไม่ทำผมเปิดดูงบกำไรขาดทุนของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ (กฟผ.) มีกำไรจากการไฟฟ้ามหาศาล งบปี 2563 ปิดงบวันที่ 31 ธันวาคม 2563 (ปี 2564 ยังไม่ออก) มีกำไรสุทธิ 31,311 ล้านบาท ส่วน ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 51,496 ล้านบาท มีกำไรเยอะมาก แจกโบนัสกันหลายเดือน ผมยังไม่ได้ดูงบของ การไฟฟ้านครหลวง และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ ซื้อไฟฟ้าจาก กฟผ.ไปขายต่อให้ประชาชน คงมีกำไรไม่แพ้ กฟผ. เป็นกำไรที่บวกซ้ำบวกซ้อนกับประชาชนทำไม พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ และประธาน กพช. จึงไม่นำกำไรมหาศาลของ 3 การไฟฟ้ามาเฉลี่ยช่วยเหลือประชาชน แต่กลับให้ขึ้นค่าไฟมหาโหดโดยอ้างน้ำมันและก๊าซขึ้นราคา ทั้งที่นายกฯ ก็รู้ ราคาน้ำมันและก๊าซที่ขึ้นไปครั้งนี้ เป็นการขึ้นชั่วคราว เป็นผลจากสงครามรัสเซียยูเครน เมื่อสงครามยุติราคาน้ำมันและก๊าซก็ลดลง แต่รัฐบาลกลับยอมให้ขึ้นค่าไฟรีดเลือดจากประชาชนหน้าซีด ที่กำลังเผชิญกับ ราคาน้ำมันโหด ค่าครองชีพแพง เงินเฟ้อพุ่ง แถมยังค้าขายปกติไม่ได้อีกจากการระบาดของโควิด-19เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คุณรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้นถึง 5.28% สูงสุดในรอบ 13 ปี เป็น สถิติในทางลบ ที่ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชน เช่นเดียวกัน การขึ้นค่าไฟโหดที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยวันนี้ประชาชนทุกคนกำลังลำบากกับ วิกฤติน้ำมันแพง ค่าไฟแพง ค่าครองชีพแพง เงินเฟ้อพุ่ง แต่รายได้เท่าเดิม หรือต่ำกว่าเดิม นายกฯ ไม่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบอะไรบ้างหรือ ในฐานะ ผู้นำประเทศ ที่ต้องรับผิดชอบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน 66 ล้านคน.“ลม เปลี่ยนทิศ”