ตรังเป็นอีกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำเกือบทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมือง ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีแม่น้ำตรังไหลผ่านเนื่องจากสถิติน้ำหลากในรอบ 25 ปีของแม่น้ำตรัง จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 1,400 ลบ.ม.ต่อวินาที ในขณะที่มีประสิทธิภาพการรับน้ำได้เพียง 600 ลบ.ม.ต่อวินาที นอกจากนี้บางช่วงของแม่น้ำยังตื้นเขิน และมีการก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำอีกด้วย ดังนั้น ในช่วงฤดูน้ำหลากจึงทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง เกิดอุทกภัยน้ำท่วมซ้ำซากมาโดยตลอดปี 2554 พระครูปัญญาวัชราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาเมืองเพชร ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง จึงได้มีลิขิตให้นำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฝายน้ำล้นและขุดคลองสายใหม่ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนภัยน้ำท่วมเป็นประจำกรมชลประทาน เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้พิจารณาทบทวนผลการศึกษาเดิมที่เคยศึกษาไว้ก่อนหน้านี้มาจัดทำแผนงานศึกษา “โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง จังหวัดตรัง” ขึ้นในปีงบประมาณ 2556 โดยก่อสร้างคลองบายพาสผันน้ำยาว 7.6 กม. กว้าง 102 ม. ลึก 4.5 ม. ให้สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 750 ลบ.ม.ต่อวินาที เมื่อรวมกับศักยภาพรับน้ำของแม่น้ำตรัง จะสามารถระบายน้ำไม่ให้ท่วมได้ ด้วยการเปิดประมูลให้บริษัทเอกชนก่อสร้างในปี 2559 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2562 แต่ปรากฏว่างานล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน ดำเนินงานได้แค่ 22% กรมชลประทานจึงได้บอกเลิกสัญญาแล้วมาเป็นงานดำเนินการเองในปี 2563 จนถึงปัจจุบันมีผลงานความก้าวหน้าสะสมกว่า 70%นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวยืนยันจะเร่งรัดการก่อสร้างโครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรังให้แล้วเสร็จภายในปีนี้อย่างแน่นอน แม้การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จแต่สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการในการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้บางส่วนแล้ว โดยก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2563-64 กรมชลประทานได้พิจารณาใช้คลองผันน้ำของโครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรังช่วยในการระบายน้ำ ทำให้อำเภอเมืองตรังรอดพ้นจากอุทกภัยมาได้แล้วและเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ นอกจากช่วยบรรเทาอุทกภัยได้แล้ว คลองผันน้ำสามารถเก็บกักน้ำได้ 3.2 ล้าน ลบ.ม. สำหรับการเกษตร การอุปโภคในฤดูแล้ง เป็นแหล่งน้ำดิบช่วยสนับสนุนการผลิตน้ำประปาปีละ 1.74 ล้าน ลบ.ม. รวมถึงช่วยผลักดันน้ำเค็ม โดยมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ในฤดูฝน 10,000 ไร่ ฤดูแล้ง 3,000 ไร่.สะ-เล-เต