ผ่านมากว่า 2 สัปดาห์ปริศนาการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ “แตงโม” ดาราสาว–นักแสดงชื่อดัง นั่งเรือสปีดโบ๊ตไปกับเพื่อน 6 คน พลัดตกจมหายลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา พฤติกรรมของกลุ่มคนที่อยู่บนเรือ 5 คนมีพิรุธ ไม่อยู่ช่วยเพื่อนที่จมน้ำไปต่อหน้าต่อตา หลังเกิดเหตุปรึกษาทนาย นักการเมือง ก่อนกลับเข้าให้การพนักงานสอบสวน สอดคล้องกันที่ว่าดาราสาวพลัดตกจากเรือ เพราะไปนั่งปัสสาวะท้ายเรือท่าทีและคำให้การของ 5 คนบนเรือพยานที่เกิดเหตุ เป็นชนวนเหตุความสงสัย ทำให้คนไม่เชื่อการทำงานของ สภ.เมืองนนทบุรี ไม่เรียกตัวคนที่อยู่บนเรือมาสอบสวน ไม่ได้ตรวจแอลกอฮอล์ ตรวจหาสารเสพติด และไม่อายัดเรือมาตรวจหาวัตถุพยานตั้งแต่วันเกิดเหตุ เป็น “ช่องโหว่” ของคดี เป็นคำถามมากมายอยู่ในกระแสโซเชียล ภาพจากคลิป กล้องวงจรปิด วัตถุพยานในที่เกิดเหตุที่ถูกปล่อยมา ล้วนแต่ขัดแย้งคำให้การที่ “แตงโม” เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ท่าทีแม่แตงโมให้อภัย 2 คนที่อยู่บนเรือที่ถูกดำเนินคดี ยิ่งทำให้สงสารชีวิตดาราสาวเกิดปรากฏการณ์โลกโซเชียลติดตาม สืบค้น สาเหตุจริงทำให้ “แตงโม” เสียชีวิต เรียกร้องตำรวจเปิดเผยผลสรุปเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของดาราสาวคนหลายกลุ่มที่มาช่วยสืบหาข้อมูลสาเหตุการเสียชีวิต ทั้งกลุ่มคนที่ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมด้วยความจริงใจทำเพื่อแตงโม กลุ่มที่คิดหาประโยชน์การเสียชีวิต และคนที่มาปล่อยข่าวปั่นกระแสทำให้สับสนเกิดดราม่าวงกว้างในสังคมไทย พุ่งเป้ามาที่ตำรวจที่จะต้องสรุปสาเหตุการเสียชีวิตเพื่อตอบข้อสงสัยสังคม การทำงานหน้าเดียวของตำรวจที่เร่งสืบหาพยานหลักฐานทุกช่องทาง แต่ไม่ชี้แจงสังคม ยิ่งมีข่าวว่าตำรวจสรุปคดีประมาททำให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่คดีฆาตกรรมตามที่โซเชียลปล่อยออกมา เป็นแรงกดดันตำรวจ “ปรากฏการณ์โลกโซเชียลทุกคนเป็นสื่อมวลชน เป็นนักสืบ นักวิเคราะห์ นักแสดงความเห็น ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เป็นโลกที่เปิดกว้างรับฟังข้อเท็จจริง ไม่มีทางปิดบังอะไรได้” เป็นสิ่งที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พูดกำชับชุดสืบสวนด้วยความเข้าใจในสังคมยุคใหม่ผบ.ตร. ให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงมาดูแลคดี มี พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.หญิง ชุติมา ชัยมุสิก ผบก.ศพฐ.ภ.1 พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรีพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. ถูกเรียกมาร่วมทีมคลี่คลายคดี พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. และ พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รอง ผบช.ภ.1 มาชี้แจงข้อสงสัยและข่าวปล่อยที่กระทบสำนวนคดีชุดสืบสวนต้องหาพยานหลักฐานคลี่คลายคดี เพราะเป็นความคาดหวังคนไทยทั้งประเทศ การสืบสวนโลกโซเชียลที่ไปไกลมาก ทั้งเรื่องจริง เรื่องมโน เป็นความลำบากใจของตำรวจ เพราะคดีนี้เหมือนคนส่วนใหญ่พิพากษา 5 คนที่อยู่บนเรือแล้ว แต่พยานหลักฐานที่ตำรวจได้มาขณะนี้ยังไม่ใช่การฆาตกรรมคดีนี้ไม่ได้ซับซ้อน แต่คนบนเรือบางคนกลัวมีความผิด กลัวกระทบธุรกิจ หลบเลี่ยงเรื่องการดื่มไวน์เหล้าจนเมา คำแนะนำของนักการเมือง ทนายความ ชี้ช่องคดี ทำให้เกิดคำให้การที่มีพิรุธ พูดไม่จริงทั้งหมด ตำรวจไม่ได้เชื่อคำให้การทั้งหมด มีการหาหลักฐานมาคลี่คลายปมปริศนา เนื่องจากที่เกิดเหตุอยู่บนเรือ ไม่มีประจักษ์พยานใดๆ มาชี้ชัดสาเหตุการเสียชีวิต นอกจากคำให้การคนบนเรือ ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ และกล้องวงจรปิดพล.ต.อ.สุวัฒน์ กำชับว่า ทุกคำให้การต้องมีหลักฐานรับรอง โดยเฉพาะนิติวิทยาศาสตร์มารองรับเพื่อตอบข้อสงสัยสังคม เป็นงานหนักของชุดสืบสวนทั้งสืบสวน สอบสวน ไล่กล้องวงจรปิด คลิปวีดิโอ เส้นทางเดินเรือ เก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เก็บข้อมูลโทรศัพท์ 5 คนบนเรือ ตรวจข่าวโซเชียลที่ปล่อยมา สังคมโซเชียลได้รับวัตถุพยานหนึ่งหรือสองชิ้นแล้วนำมาสรุป แต่ตำรวจต้องดูพยานหลักฐานทั้งหมดการเก็บพยานหลักฐานบางอย่างต้องยึดกฎหมาย รับฟังข้อมูลทุกเรื่อง ถ้าข้อมูลที่ให้มามีประโยชน์รับฟังถ้าเลื่อนลอยไม่มีประโยชน์ เครื่องมือเทคนิคตรวจพิสูจน์ แต่ละคดีจะมีตัวแปรที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกัน ทั้งสภาพที่เกิดเหตุ วัตถุพยานสิ่งแวดล้อมที่ทำลายพยานหลักฐาน ทำให้เสื่อมหรือปนเปื้อนสิ่งที่ตำรวจทำมาคือ การให้น้ำหนักพยานหลักฐานแต่ละส่วนแล้ววิเคราะห์ ซึ่งต้องใช้เวลาด้วยข้อมูลทางคดีตำรวจไม่ได้ถูกนำมาเปิดเนื่องจากเกรงกระทบสำนวนคดี ทำให้นักสืบโซเชียลต่างไปค้นหาคำตอบ อาศัยความที่มีพิรุธน่าสงสัย ชักจูงสังคมไปในทิศทางที่ต้องการ แต่พอตำรวจเรียกให้ข้อมูลกลับเป็นตรงข้ามกับที่ปล่อยข่าวในสื่อโซเชียล สิ่งที่พูดมาไม่มีหลักฐาน แต่การให้ข่าวทำให้สังคมเชื่อว่าเป็นคดีฆาตกรรม ปล่อยข่าว “นายพลตำรวจ” ขายข้อมูลสืบสวนคดีนี้ เป็นสิ่งที่ตำรวจรับไม่ได้ เพราะคนที่ถูกพาดพิงเป็นนักสืบอยู่เบื้องหลัง “ปิดทอง หลังพระ” นับไม่ถ้วนและถูกเรียกตัวมาช่วยทำคดีทางลับ ไม่ได้คิดมายุ่งเกี่ยวคดี ไม่มีเหตุผลขายข่าวคนนอก เพื่อไม่ให้สังคมสับสน พล.ต.อ.สุวัฒน์จัดระเบียบคดีให้ผู้ที่สนใจรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องกลัวว่าจะย้อนเป็นแบบเดียวกับคดี “น้องชมพู” ที่มี “ลุงพล” เป็นผู้ต้องสงสัยตามข้อมูลการสืบสวน แต่สื่อโซเชียลไม่ฟัง ทำให้ตำรวจทำงานยาก จนผลสรุปหลักฐานคดีออกมา ตอบได้ทุกข้อสงสัยการสรุปสาเหตุเสียชีวิต “แตงโม” ตำรวจต้องชี้แจงได้ทุกคำถามที่อยู่ในใจผู้คนในสังคมพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า “สั่งให้ตรวจสอบทุกประเด็น ยังรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐานทั้งเรื่องวัตถุพยาน การผ่าพิสูจน์ศพ ผลตรวจบาดแผลที่เกิดขึ้นมาจากไหน เกิดขึ้นเมื่อไหร่ จะนำมาประกอบกับข้อมูลด้านอื่นๆ ทั้งคำให้การ โทรศัพท์มือถือ จีพีเอสเรือ ข้อมูลพยานแวดล้อม ทุกอย่างจะมีความชัดเจนขึ้นพอที่จะสรุปและชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นให้สังคมรับทราบได้ ยืนยันว่าตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ทุกอย่างมีพยานหลักฐานรับรอง”การเสียชีวิตของดาราสาว “แตงโม” ไม่ใช่แค่การทำคดีปกติ แต่เป็นการทำงานภายใต้ความกดดัน เพราะคดีนี้สังคมคาดหวังและจับตาการทำคดีของตำรวจ มีนักสืบโซเชียลร่วมสืบหาพยานหลักฐาน มีกลุ่มบุคคลที่มาปั่นกระแส หาผลประโยชน์ ดิสเครดิตตำรวจ เป็น “บทเรียน” สำคัญที่ตำรวจได้คิดรับมือคดีที่อยู่ในกระแสโซเชียล เพื่อทำให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นตำรวจ ปิดช่องโหว่จุดที่เกิดเหตุ ทำให้ชุดสืบสวนต้องทำงานหนักกว่าคดีอื่นๆสุดท้ายคดีจะมีจุดจบเหมือนคดี “ลุงพล” ที่ตำรวจถูกกล่าวหา ด้วยคนที่ไม่เชื่อแนวทางสืบสวนและสงสารลุงพล อยู่ที่พยานหลักฐานคลี่คลายข้อสงสัย สังคมเองต้องตัดสินคดีนี้ด้วยเหตุผล อยู่บนพื้นฐานพยานหลักฐาน อย่าให้กระแสที่สร้างข่าว บั่นทอนกระบวนการยุติธรรม ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์การทำงานของตำรวจเชื่อมั่นชื่อชั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ทำคดีจากหลักฐานและวิทยาการสมัยใหม่มาตอบทุกข้อสงสัย...ที่ว่าการเสียชีวิต “แตงโม” เกิดจากสาเหตุอะไร ใครทำให้เกิดและมีคนรับผิดชอบ.ทีมข่าวอาชญากรรม