ก่อนที่จะไปถึงข้อถกเถียงจะให้กลับมาใช้ บัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ ทั้งๆที่แก้รัฐธรรมนูญก็เพื่อกลับไปใช้ บัตรเลือกตั้งสองใบ กลับไปกลับมาเหมือนเด็กเล่นขายของ มีคำถามที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนว่า การจ่ายเคลมประกันโควิด กรณี Hi Ci หรือ Hotel Isolation จะสามารถเรียกร้องเอาจาก บริษัทประกันภัย ได้แค่ไหน เนื่องจากมีเงื่อนไขว่าต้องรักษาในสถานพยาบาลและต้องแอดมิตเท่านั้น เมื่อระบบการเข้ารับการรักษาของสาธารณสุขที่เปลี่ยนไปเป็น ระบบคนป่วยนอก เงื่อนไขการเคลมประกันจะเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่อย่างไรจากการพูดคุยกันของ 4 หน่วยงาน คปภ. กระทรวงสาธารณสุข ภาคธุรกิจประกันภัย และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ได้ข้อสรุปเบื้องต้น คือให้บริษัทประกันภัยติดโควิด จ่ายเคลมทุกกรณี หากแอดมิตเป็นผู้ป่วยใน ทั้ง สถานพยาบาล Hospitel ส่วน Home Isolation ให้พิจารณาเป็นรายกรณีไป ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจนในประเด็นนี้อยู่ดีโดย สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ชี้แจงว่า ปัญหาความสับสนที่เกิดขึ้นทำให้ สถานพยาบาลปฏิเสธที่จะรับผู้ป่วยโควิด เนื่องจากเกรงว่าบริษัทประกันภัยจะปฏิเสธการจ่ายสินไหมทดแทน หลังจากการหารือแล้ว ได้ข้อสรุปว่า ผู้ป่วยที่แอดมิตเป็นผู้ป่วยใน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล หรือ Hospitel บริษัทประกันต้องให้ความคุ้มครองส่วนกรณีที่สาธารณสุขกำหนดให้การดูแลผู้ป่วยโควิดสามารถทำการรักษาในที่พักของผู้ป่วยเองได้ ยังมีข้อขัดแย้งในเรื่องของเงื่อนไขการทำประกันที่มีก่อนหน้านี้แล้ว ที่ไม่มีประเด็นของ Hi Ci และ Hotel Isolation กำหนดเอาไว้ในเงื่อนไข ซึ่งในเบื้องต้นอยากให้มีการอนุโลมไปก่อนในการจ่ายค่ารักษาและค่าชดเชย คงต้องไปหารายละเอียดกันอีกทีมาเข้าเรื่องการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญในการแปรญัตติแก้ไขร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ซึ่งมีกระแสข่าวว่า ในชั้นกรรมาธิการจะมีความพยายามในการแก้ไขให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวเหมือนเดิม หรือ จะมีการคว่ำกฎหมายลูกในวาระ 2-3 เพื่อให้มีการนำกฎหมายเก่ามาใช้ มีพรรคการเมือง 2 พรรคไปยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินนำเรื่องการแก้บัตรเลือกตั้งสองใบ เป็นการแก้ไขที่ขัดกับรัฐธรรมนูญแล้ว คือ พรรคพลังธรรมใหม่กับพรรคเศรษฐกิจใหม่ อยู่ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลทั้งคู่ไม่ว่าการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งและพรรคการเมืองจะลงเอยอย่างไร ย่อมจะมีผลทางการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วย แต่สิ่งที่เป็นสารตกค้างจากการเสนอแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ คือผลประโยชน์ของพรรคการเมืองและนักการเมืองล้วนๆ ไม่มีข้อไหนที่สามารถระบุได้เลยว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ แต่กำลังมีการลากเอาระบอบประชาธิปไตยเข้าสู่วงจรอุบาทว์อีกครั้ง. หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th